รีวิว Vibram FiveFingers Bikila

หล้งจากผ่านงาน The North Face 100 Thailand มาแล้ว ช่วงนี้ผมอยู่ในช่วงพักฟื้นไม่ได้ไปวิ่งรายการไหนก็เลยจะค่อยๆ รีวิวรองเท้าที่กองสุมอยู่ที่บ้านให้อ่านกันนะครับ เริ่มจากรองเท้า minimalist ห้านิ้วสุดแนว Vibram FiveFinger Bikila และ Bikila LS ครับ

พูดถึง Vibram คร่าวๆ ก่อนล่ะกันชื่อยี่ห้อก็มาจาก  Vitale Bramani ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทชาวอิตาลีนะครับ ช่วงยุคแรก Vibram มีชื่อเสียงมาจากการทำพื้นยาง outsole โดยมีการออกแบบลายพื้น (lux) ที่เป็นเอกลักษณ์ สำหรับรองเท้าที่เน้นการใช้งานหนัก (heavy-duty) เช่น รองเท้าคนงานหรือรองเท้าเดินป่า โดยในปัจจุบันก็ยังมีรองเท้าหลากหลายยี่ห้อที่ใช้ outsole ของ Vibram ครับ เช่น NB minimus , The North Face , Merrell ,  Patagonia ฯลฯ

โลโก้ของ VFF

รองเท้า Vibram FiveFingers นี้เริ่มออกแบบในปี 1999 โดยเน้นให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์แบบ barefoot ในการทำกิจกรรมต่างๆ และเริ่มมีการวางขายในท้องตลาดในปี 2005 ซึ่งก็มีมากมายหลายรุ่นตามประเภทการใช้งานครับ เช่น KMD sport สำหรับเล่นฟิตเนส , EL-X สำหรับฟิตเนส(เบาๆ) , Bikila กับ Seeya สำหรับวิ่งบนถนน , Spyridon สำหรับวิ่งเทรล แต่อย่างไรก็ตามสุดท้ายแล้วผู้ซื้อ VFF ส่วนใหญ่จะซื้อตามใจฉันอยู่ดี ไม่ค่อยสนใจว่ารุ่นนี้สำหรับใช้งานอะไร อยากได้รุ่นไหนก็ซื้อรุ่นนั้น 🙂

ตัวอย่างตารางไซส์ VFF จาก birthdayshoes.com

ไซส์ของรองเท้า VFF ก็ไม่ค่อยจะเหมือนกับยี่ห้ออื่นสักเท่าไหร่ครับ โดย VFF จะวัดไซส์รองเท้าโดยการวัดความยาวจากส้นเท้าของเราถึงนิ้วเท้าที่ยาวที่สุดครับ (ถ้าเท้าของใครนิ้วชี้ยาวกว่านิ้วโป้งก็ให้วัดจากส้นเท้าถึงปลายนิ้วชี้) จะได้ความยาวเป็นนิ้วแล้วจึงไปเอาเทียบกับตารางไซส์ ก่อนหน้านี้จะเทียบความยาวเป็นนิ้วกับไซส์แบบ EU ครับ (เวบไซท์ VFF China กับ VFF Worldwide) แต่ตอนนี้มีเวบไซท์ที่ขายมีมากมายหลายเวบ ตารางไซส์มีเยอะแยะไปหมด จะซื้อเวบไหนต้องใช้ตามตารางที่เวบไซท์นั้นๆ ใช้อ้างอิงเวลาขายครับ (เดี๋ยวนี้มีบางเวบวัดหน่วยเป็น ซม. และใช้ไซส์แบบ US) หรือถ้าจะให้แน่นอนก็ต้องหาลองใส่ดูก่อน (ตัวอย่างการวัดเท้าดูได้จากคลิปด้านล่างครับ)

รุ่นที่จะมารีวิวกันวันนี้ก็จะเป็น Bikila กับ Bikila LS ซึ่งเป็นรุ่นสำหรับวิ่งบนถนนเรียบครับ โดยชื่อรุ่นก็ตั้งชื่อตาม Abebe Bikila นักวิ่งเท้าเปล่าที่ได้เหรียญทองโอลิมปิคปี 1960 รุ่นนี้จัดได้ว่าเป็นรุ่นยอดนิยมในไทยเลยเพราะมือใหม่ VFF มักจะเริ่มต้นกันจากรุ่นนี้ (กับอีกรุ่นคือ KMD Sport) เพราะราคาในเวบ outlet ทั้งหลายค่อนข้างจะถูก โดย Bikila รุ่นธรรมดากับ LS จะแตกต่างกันที่วัสดุที่ใช้ทำ upper และการใช้แถบรัด (velcro) กับสายรองเท้า (lace system) ครับ

เปรียบเทียบ Bikila LS (สีดำ) กับ Bikila (สีขาว-ฟ้า)

สิ่งที่แตกต่างกันที่เห็นได้ชัดอย่างแรกก็คือ สายรองเท้าในรุ่น LS กับแถบเวลโครในรุ่นธรรมดาครับ โดยสายรองเท้าในรุ่น LS จะเป็นแบบ quick lace ที่มีตัวล็อคสายรูดขึ้นรูดลงใช้งานง่าย บริเวณปลายสายก็จะเป็นแถบเวลโครไว้ติดกับตัวรองเท้าเพื่อป้องกันสายแกว่งไปมาในขณะที่วิ่ง ในเรื่องของการสวมใส่นั้นไม่ต่างกันมากแล้วแต่ใครจะชอบแบบไหนครับ

แต่มีข้อสังเกตนิดนึงนะครับว่าคนที่มีหลังเท้าอูม (high arch) น่าจะเหมาะกับรุ่น LS มากกว่า เพราะถ้าใส่รุ่นธรรมดาที่เป็นผ้ายืดคนที่หลังเท้าอูมอาจรู้สึกว่ามันรัดเกินไป ไม่สามารถคลายได้แบบ LS เพราะถึงแม้ว่าจะคลายแถบเวลโครแล้ว แต่ตัว upper ที่เป็นผ้ายืดก็จะยังรัดอยู่ดี ถึงแม้จะวัดไซส์รองเท้ามาขนาดพอดีแล้วก็ตาม

upper ของ Bikila LS เทียบกับ Bikila

ส่วนในเรื่องของวัสดุที่ใช้ทำ upper ตัว Bikila รุ่นธรรมดาจะเป็นผ้ายืด (Stretch Polyamide) เวลาใส่จะเหมือนเราใส่ถุงเท้าครับ โดยจะปรับความกระชับให้เพิ่มขึ้นได้ด้วยแถบเวลโครด้านบน ที่แถบเวลโครและแถบหนังบริเวณส้นรองเท้าจะมีเทปสะท้อนแสง 3M ติดอยู่เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยเวลาวิ่งตอนกลางคืน ส่วน upper ของรุ่น LS นั้นจะเป็นผ้ายืดเสริมเส้นใย Coconut Active Carbon ซึ่งช่วยเรื่องกลิ่นและการระบายอากาศครับ จากที่ลองใส่วิ่งดูทั้ง 2 แบบผมคิดว่าดู upper ของรุ่น LS ใส่สบายกว่ารุ่นธรรมดาครับ

นอกจากเรื่อง upper กับ สายรัดแล้ว ส่วนอื่นๆ ก็เหมือนกันหมดครับ เดี๋ยวเรามาดูทีล่ะอย่างนะครับเริ่มจาก insole จะเป็นผ้า Dri-Lex หุ้มอยู่บนโฟม PU ครับ โดยในส่วน footbed ด้านในที่ใช้ผ้า Dri-Lex นั้นจะมีการเคลือบด้วยสารป้องกันจุลชีพ (antimicrobial) เพื่อป้องกันกลิ่นด้วยครับ แต่จากประสบการณ์ของผมจะเคลือบสารเทพแค่ไหนเจอเหงื่อจากเท้าก็เหม็นทั้งนั้นครับ (คนเหงื่อน้อยอาจจะเหม็นช้าหน่อย) ยังไงก็ต้องซักอยู่ดี 🙂

insole เย็บแบบไร้ตะเข็บ

ด้านในของรองเท้าจะใช้การเย็บแบบไร้ตะเข็บครับ เพราะหลายคนจะใส่ VFF โดยไม่สวมถุงเท้า การที่ไม่มีตะเข็บจะช่วยลดการระคายเคืองกับฝ่าเท้าขณะวิ่งได้ แต่ใน Bikila นี้จะเย็บแบบไร้ตะเข็บเฉพาะพื้นที่บริเวณฝ่าเท้านะครับ (จากโคนนิ้วโป้งเรื่อยมาจนวนกลับไปที่โคนนิ้วก้อย) บริเวณที่เป็นนิ้วเท้า 5 นิ้วด้านในจะมีตะเข็บครับ ใครซื้อมาแล้วเห็นตะเข็บที่ด้านในนิ้วเท้าไม่ต้องตกใจว่าได้ของปลอมนะครับเป็นเรื่องปกติครับ

outsole ของ Bikila

ส่วน outsole จะเป็นยางที่ Vibram ใช้ชื่อว่า TC-1 ร่วมกับแผ่นโฟม EVA ครับ โดยส่วน EVA จะใช้ช่วงฝ่าเท้า (contour of the foot) ซึ่งเป็นส่วนที่ไม่ได้สัมผัสพื้นเพื่อช่วยในการลดน้ำหนักของตัวรองเท้า สำหรับลาย outsole ของ Bikila นี้ทาง Vibram ใช้การออกแบบที่เรียกว่า Anatomical Pod ประมาณว่าออกแบบมาให้เสริมรับกับกระดูกเท้าเวลาวิ่งบนถนนอะไรประมาณนี้ครับ

outsole มุมอื่นๆ (คราบที่เห็นเป็นคราบดินนะครับ)

ว่ากันตามสเป็คทางเวบไซท์ของ Vibram บอกว่า Bikila จะมี insole (Dri-Lex + PU) 3 mm. และ outsole (TC-1 Rubber) 4 mm. ทำให้ความหนาของพื้นรองเท้าโดยรวม (stack high) หนาประมาณ 7 mm. ครับ ซึ่งจัดว่าหนาอันดับต้นๆ ของ VFF เลยครับ (ถ้าไม่นับรุ่น CVT LS กับ Bikila EVO ที่กำลังจะวางตลาดเร็วๆ นี้) แต่ถึงอย่างไรก็ตามถ้าเทียบกับรองเท้า minimalist ยี่ห้ออื่นๆ แล้ว VFF Bikila ก็จัดว่าบางมากอยู่ดีเพราะเป็นรองเท้าที่ไม่มี cushion ครับ

ใส่เทียบ Bikila กับ Bikila LS

VFF Bikila ถ้าเป็นตัว LS ผมใส่เบอร์ 40 (W) จะพอดีเท้าเป๊ะใส่ถุงเท้าไม่ได้เพราะถ้าใส่แล้วจะคับเกินไป ส่วนตัวธรรมดาเป็นเบอร์ 41 (W) ใส่ถุงเท้าได้เพราะมีพื้นที่ด้านในเหลือนิดหน่อย เวลาไปลองใส่ VFF ถ้าคิดว่าจะใส่ถุงเท้าเวลาวิ่งก็ควรพกถุงเท้าห้านิ้วไปลองด้วยนะครับ จะได้ซื้อไซส์ที่เหมาะกับเท้าเราจริงๆ เผื่อเหลือเผื่อขาดไว้ดีกว่า (ถ้าเป็นผู้ชายเท้าเล็กใส่เบอร์ผู้หญิงได้ครับ แต่ต้องวัดความยาวเท้าให้ถูกต้อง)

เทียบ outsole แล้วเหมือนกันครับ

สำหรับเวลาวิ่งเมื่อใส่ Bikila ครั้งแรกจะรู้สึกได้เลยครับว่าได้สัมผัสที่ฝ่าเท้ามาก เวลาวิ่งมี responsive ดีมากเพราะไม่มี cushion มาช่วยซับแรงกระแทก (จริงๆ ก็มี PU หนา 3 mm. ใน insole นะครับ แต่ก็ไม่ได้ช่วยรองรับแรงอะไรเท่าไหร่) ได้ใช้กำลังจากเท้าและขาในการวิ่งและการซับแรงกระแทกได้แบบเต็มๆ เรื่องการระบายอากาศ Bikila LS จะทำได้ดีกว่า Bilika ครับ ถ้าใส่ด้วยขนาดที่พอดีกับเท้าจะไม่รู้สึกอึดอัดเวลาวิ่ง แต่ถ้าเป็นคนเหงื่อเยอะแล้วไม่ใส่ถุงเท้าก็อาจมีรู้สึกนิดนึงว่ามีเหงื่อที่ง่ามนิ้วเท้า

Bikila LS มุมต่างๆ

การวิ่งบนถนน : วิ่งบนทางเรียบพวกถนนคอนกรีตหรือถนนลาดยาง Bikila ถือว่าทำได้ดีครับ พื้นค่อนข้างหนึบยึดเกาะดี แต่อาจจะลดลงเวลาเจอพื้นเรียบที่เปียกน้ำ (เช่น ถนนทีเป็นถนนลาดยางใหม่+ฝนตก) แต่โดยรวมก็ยังถือว่าดีอยู่ครับ สมกับเป็นรุ่นที่ทำมาสำหรับการวิ่งบนถนน

การวิ่งบนทางเทรล : เวลาวิ่งเจอทางขรุขระ เช่นทางลูกรังหรือขอบถนนที่มีหิน จะรู้สึกได้ว่ามีหินทิ่มอยู่ใต้เท้าถ้าลงเท้าแรงอาจรู้สึกเจ็บ ถ้าใส่วิ่งบนทางไม่วิบากมาก (light trail) วิ่งได้สบายครับ แต่ถ้าเป็น rock trail ช่วงทางหินอาจจะมีเจ็บฝ่าเท้า แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กลับ form การวิ่งของคนใส่ด้วยครับ เพราะในงาน Columbia Trail Master กับ TNF100 Thailand ผมก็เห็นมีคนใส่ Bikila วิ่งจนจบหลายคนครับ ที่สำคัญเวลาใส่ VFF ต้องระวังอย่าวิ่งไปเตะอะไร เพราะถึงแม้ว่าปลายนิ้วจะมี Toe Cap ช่วยป้องกันแต่มันก็ยังเจ็บอยู่ดี ต้องมีสมาธิในการวิ่งกันนิดนึง

Bikila มุมต่างๆ

ข้อพึงระวังสำหรับคนที่คิดจะหันมาใช้ Vibram FiveFingers อย่างแรกก็คือต้องไม่วิ่งลงส้นนะครับ เพราะรองเท้าจะมีคู่มือบอกไว้เลยว่าสำหรับ forefoot/midfoot stiker ครับ พื้นบางๆ แบบนี้วิ่งลงส้นมีบาดเจ็บแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าจะเป็นคนวิ่ง forefoot/midfoot อยู่แล้ว แต่การที่เราวิ่งบนรองเท้าที่มี cushion มานาน จะทำให้กล้ามเนื้อไม่แข็งแรงพอสำหรับการวิ่งแบบ barefoot หรือ minimalist บางเฉียบแบบ VFF ในระยะและความเร็วที่เคยวิ่งมาก่อนครับ

สิ่งที่ควรทำคือควรวิ่งแบบมีระยะผ่อนถ่าย (transition) ช่วงแรกอาจจะเป็นการใช้ VFF สลับกับรองเท้าเดิมไปก่อน ค่อยๆ วิ่งช้าๆ ระยะใกล้ๆ ก่อน เพื่อปรับ form การวิ่งและเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เมื่อกล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้นแล้วค่อยเพิ่มระยะครับ โดยส่วนตัวผมวิ่ง forefoot มา 3-4 เดือนก่อนจะมาใช้ VFF แต่ใส่วันแรกวิ่งไป 9K โดยใช้ pace ปกติที่เคยวิ่งประมาณว่ายิ่งวิ่งยิ่งมัน ปรากฎว่าวิ่งเสร็จแล้วน่องบวมต้องพักไป 10 วันครับ -“- วิ่งโดยไม่บาดเจ็บถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดนะครับ เราควรให้ความสำคัญเรื่องนี้มากกว่าระยะทางหรือความเร็ว 🙂

สำหรับรองเท้า Vibram FiveFingers ตอนนี้ก็มีตัวแทนจำหน่ายในไทยแล้วครับ โดยขายในร้านเครือ Sportiv 360 (ตัวแทนจำหน่าย Merrell กับ Asics) ส่วนการซื้อออนไลน์ก็สามารถสอบถามได้ที่เพจ Vibram FiveFingers Thailand , Haniw Shoe Shop , Bonita Cafe ครับ

Pros

  • upper ยืดหยุ่นดี, ระบายอากาศได้ดี
  • มี responsive ในการวิ่งดีมาก
  • น้ำหนักเบา
  • ใส่วิ่งแล้วรู้สึกสนุก

Cons

  • ถ้าวิ่งบดเท้าหรือตะกุยเท้าจะทำให้พื้นสึกไว
  • ไม่เหมาะกับ heel striker เป็นอย่างยิ่ง
  • ต้องมีการปรับท่าวิ่ง บางคนอาจไม่ชอบ
Tagged with: , , , , , , , , ,
8 comments on “รีวิว Vibram FiveFingers Bikila
  1. Pok says:

    ครบถ้วน..สมบูรณ์..ขอบคุณครับท่านแอดมิน..ลืมไปหล่อด้วย.. ^_^

  2. ป้อม says:

    ” ” ”
    (…แปลว่า เหมือนคอมเมนต์แรกทุกประการค่ะ ^ ^ รวมหล่อด้วยนะเอ้า!!)

    เพิ่มอีกบรรทัดว่าชอบรีวิวนี้มาก แต่ยังเท้าเปล่าได้ไม่นิ่มนวลพอ รอแพ้พพพจะขอตามรอยค่ะ

    • Tum says:

      ขอบคุณครับคุณป้อม แต่ประสบการณ์ขนาดคุณป้อมฝึกลงเท้าเบาน่าจะอีกไม่นานนะครับ 🙂

  3. ผมใส่ครั้งแรก 7 km จากวิ่ง pace5.5 เหลือ pace4.5 แล้วก้อเจ็บไปสามสี่วัน
    ใส่แล้วรู้สึกมันใช่เรย เร่งทำความเร็วได้ดั่งใจเรย แต่คงต้องฝึกขาให้แข็งกว่านี้ก่อน

  4. K dao says:

    รบกวนสอบถามค่ะ รุ่น v run ต่างกับ bikila evoอย่างไรค่ะ / กำลังจะตัดสินใจซื้อแบร์ฟู้ดมาซ้อมและใช้เพิ่มระยะไปมาราธอนจ้า ตอนนี้วิ่ง 10 kmอยู่ค่ะ /หน้าใหม่ค่ะ

    • Tum says:

      ตัว sole เหมือนกันครับ ต่างกันที่ upper ของ bikila evo จะเป็นผ้าตาข่าย Polyester Mesh ส่วนของ v run นั้นจะใช้ upper เป็น Lycra (ผ้ายืดแบบที่ใช้ทำชุดว่ายน้ำ) ร่วมกับ Polyester Mesh ครับ

      ส่วนแบบไหนจะใส่สบายกว่ากันนั้น คงต้องลองใส่ดูอ่ะครับเพราะแต่ละคนชอบไม่เหมือนกัน 🙂

Leave a Reply to Tum Cancel reply