รีวิว Saucony Kinvara 8

SR – หลังจากที่ส่ง Kinvara 7 มาวางตลาดพร้อมกับการเปิดตัวโฟม EVERUN เมื่อปี 2016 ก็คงจะเรียกได้ว่า Kinvara 7 นี่แทบจะเป็นรองเท้ารุ่น flagship ของ Saucony เลยทีเดียว ไม่ว่าจะใส่วิ่งซ้อมหรือใส่วิ่งจริง Kinvara สามารถตอบสนองการวิ่งได้เป็นอย่างดี พอมาถึงปีนี้ Saucony ไม่รอช้า ส่ง Kinvara 8 มาสานต่อความสำเร็จในทันที

MARL KINVARA 8

เมื่อปลายปีที่แล้วผมได้รีวิว Kinvara 7 ไปนะครับ ซึ่งก็เป็นรองเท้าที่เรียกได้ว่าครบเรื่องรุ่นหนึ่งเลย จากนั้นเมื่อประมาณช่วงสองเดือนก่อนทาง Saucony Thailand ก็ได้ส่งรุ่น Kinvara 8 มาให้ทดสอบอีกคู่ครับ ซึ่งหลังจากลองทดสอบมาสักพัก รายละเอียดเรื่องวัสดุของรองเท้าจะค่อนข้างคล้ายรุ่นก่อนหน้า ถ้าใครยังไม่เคยอ่านรีวิวรุ่น 7 ก็ลองคลิกอ่านกันก่อนได้ที่ รีวิว Kinvara 7 นะครับ

ตอนที่ทาง Saucony Thailand ส่ง Kinvara 8 มาให้ทดสอบนั้น มีแนบบอร์ดดิ้งพาสมาด้วย 1 อัน เป็นบอร์ดดิ้งพาสไปดวงจันทร์ครับ งงเด้ งงเด้ ผมเลยลองไปหาข้อมูลดูว่า Saucony มีอะไรเกี่ยวกับดวงจันทร์ ก็ได้ความว่า Saucony นั้นเป็นบริษัทรองเท้ากีฬาที่เก่าแก่อันดับต้นๆ ของวงการ ช่วงแรกก็มีการผลิตรองเท้าบูตทหารด้วย หลังจากผลิตรองเท้าบูตอยู่หลายปี ทาง Saucony (ตอนนั้นคือบริษัท A.R. Hyde & Sons) ก็ได้ร่วมออกแบบและผลิตรองเท้าบูตสำหรับภารกิจไปดวงจันทร์ของยาน Apollo 11 และก็เป็นรองเท้าบูตคู่นี้เองที่ นีล อาร์มสตรอง ใส่เหยียบดวงจันทร์ครับ อ่านประวัติของ Saucony แบบยาวๆ ได้ที่ลิงค์นี้เลยครับ >> The History of Saucony Shoes

รอยเท้าบนดวงจันทร์

Material & Design

การออกแบบของ Kinvara 8 นี่แทบจะถอดจากรุ่น 7 มาเลย โดยเฉพาะในส่วน midsole กับ outsole ที่จะแตกต่างแบบเห็นได้ชัดหน่อยก็น่าจะเป็น upper ครับ ตอนนี้ Kinvara 8 ที่วางตลาดอยู่น่าจะมี 5 สี ซึ่งสีอื่นก็จะใช้ upper เป็นผ้า mesh (ผ้าตาข่าย) เหมือนกับที่ใช้ใน Kinvara 7 ยกเว้นอยู่สีเดียวคือสีเทา (Marl) ที่จะใช้ upper เป็นแบบ knit (ผ้าถักเหมือนถุงเท้า)

Kinvara 8

ข้อมูลเทคนิคของ Kinvara 8

upper สองแบบของ Kinvara 8

เนื่องจากรุ่นที่ผมได้มาทดสอบเป็นผ้า knit จะต่างจากผ้า mesh ของ Kinvara 8 สีอื่น ดังนั้นก็อาจมีข้อมูลต่างกันบ้างแต่การดีไซน์อื่นๆ โดยรวมนั้นจะเหมือนกันครับ มาดู upper กันดีกว่า upper แบบ knit นี้ใช้การทอขึ้นรูปมาก็เลยไม่มีตะเข็บรอยต่อ โดยเสริมความแข็งแรงของ upper ด้วยการใช้ฟิล์มความร้อน FLEXFILM รีดติดเอาไว้ ลองสังเกตดูแล้วจะเห็นว่า FLEXFILM ที่ใช้ใน Kinvara 8 จะบางกว่ารุ่น 7 เล็กน้อย เทคโนโลยีการผลิตคงดีขึ้นแหละครับ พอฟิล์มบางลงก็แปลว่า upper จะบางลงด้วย ทำให้ upper ขยับตัวได้ดีขึ้นเวลาสวมใส่

upper ของ Marl Kinvara 8

ผ้า knit ที่ใช้ทำ upper

upper ด้านบน

รูร้อยสายรองเท้า

ข้อแตกต่างของ upper กับของรุ่น 7 อีกอย่างที่เห็นได้ชัดคือ Kinvara 8 นี้จะเจาะรูร้อยสายรองเท้าเป็นรูแบน ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมชอบนะเพราะเวลาร้อยสายแล้วมันจะไม่ค่อยม้วนเป็นเกลียวๆ 😀 ตัวลิ้นรองเท้านั้นเสริมฟองน้ำหนากว่าเดิม แต่ดีไซน์โดยรวมก็ยังเหมือนเดิมคือเย็บติดกับ upper และมีแถบ PRO-LOCK เย็บติดกับ midsole ยาวมาถึงรูร้อยสายตรงหลังเท้า สำหรับกระชับเท้าเหมือนกับรุ่น 7 โดยพลาสติกที่ใช้ทำแถบ PRO-LOCK ของ Kinvara 8 นี้ก็จะบางกว่าที่ใช้ในรุ่น 7 เช่นกัน

ลิ้นรองเท้า

ลิ้นรองเท้ากับแถบ PRO-LOCK

แถบ PRO-LOCK

สำหรับด้านในของรองเท้าจะมองไม่เห็นตะเข็บนะครับเพราะมีแผ่น EVERUN มาแปะอยู่ แต่คิดว่าน่าจะเย็บตะเข็บแบบเดียวกับรุ่น 7 เพราะว่าใช้ midsole แบบเดียวกัน ตัว upper ที่เป็นผ้า knit ดูภายนอกเหมือนจะหนาแต่ถ้าส่องดูจากด้านในจะเห็นว่าโปร่งมาก ระบายอากาศได้ดีกว่าที่คิดครับ ส่วนผ้าซับในที่เป็นสีดำ (liner) ก็ยังคงเป็นผ้า RUNDRY ซึ่งยังคงมีจุดเด่นเรื่องแห้งเร็วและระบายอากาศได้ดีเหมือนเดิม

ตะเข็บด้านใน toebox

ตะเข็บบริเวณส้น

ในส่วน midsole และ outsole นี่เรียกได้ว่าใช้ตัวเดิมจากรุ่น 7 เลย ไม่ว่าจะเป็น heel drop 4 mm. ใช้วัสดุหลัก SSL EVA (Saucony SuperLite EVA) กับ EVA+ ซึ่งเป็น EVA foam น้ำหนักเบาของ Saucony แต่ที่พิเศษกว่ารุ่น 7 ก็คือโฟม EVERUN จากที่รุ่น 7 มีแค่บริเวณส้น ใน Kinvara 8 นี้ใช้ EVERUN แบบเต็มเท้าแล้วครับ (จะเรียกว่าเป็น topsole ก็ได้) พอวิ่งด้วย Kinvara 8 แล้วก็เลยจะรู้สึกได้ถึงความนุ่มของ EVERUN มากกว่ารุ่น 7 ครับ

EVERUN แบบเต็มเท้า (ภาพตัวอย่างจากรุ่น Triumph ISO)

midsole ด้านนอก

midsole ด้านใน

midsole ที่ส้น

EVERUN ในรองเท้า

แผ่นรองด้านใน (sockliner) เป็นแผ่น EVA เหมือนเดิม บริเวณ outsole ก็ใช้ดีไซน์แบบเดิมเหมือนรุ่น 7 เช่นกัน มีลายพื้นรองเท้าแบบ zig-zag เสริมความแข็งแรงด้วยยาง IBR+ บริเวณกลางเท้า และใช้ยางคาร์บอน XT-900 ที่แข็งแรงกว่าบริเวณปลายเท้าและส้นเท้า เรื่องน้ำหนักของรองเท้าก็ยังคงจุดเด่นเรื่องนี้ไว้ได้ดีเช่นเดิมครับ เบอร์ 9 US ชาย หนัก 7.9 oz หรือประมาณ 224 กรัม (หนักขึ้นนิดเดียวถ้าเทียบกับ Kinvara 7 ที่หนัก 221 กรัม) รวมไปถึงความ flexible ของรองเท้าก็ยังคงอยู่ในระดับดีเหมือนกับรุ่น 7 ครับ

แผ่นรอง sockliner

แถบสะท้อนแสงตอนกลางคืน

outsole แบบเดิมเหมือนรุ่น 7

flexible ดีเหมือนเดิม

Test Run

พอแกะกล่องถ่ายรูปเสร็จแล้ววันถัดมาผมก็ใส่วิ่งเลยครับ ความกว้าง toebox ถ้าดูจากขนาดของ midsole ที่เท่ากับรุ่น 7 มันก็น่าจะกว้างเท่ากัน แต่พอใส่วิ่งวันแรกผมรู้สึกว่ามันจะรัดกว่าเดิมนิดหน่อยแฮะ เดี๋ยวจะมาว่ากันเกี่ยวกับเรื่องนี้ในตอนท้ายครับ สำหรับ upper ที่เป็นผ้า knit ใส่แรกๆ จะรู้สึกไม่ค่อยคุ้นเท่าไหร่ แต่พอใส่ไปสักพักจะรู้สึกว่ามันนุ่มกว่าผ้า mesh ยิ่งถ้าไม่ใส่ถุงเท้านี่จะรู้สึกชัดเลยว่า upper จะนุ่มเหมือนถุงเท้าเลย ไม่แปลกใจเลยครับว่าทำไมหลายแบรนด์ถึงหันมาทำ upper แบบ knit กันหมด ใส่แล้วรู้สึกสบายเท้าดีครับ

ทดสอบวิ่ง

ความรู้สึกขณะวิ่งนั้นจะคล้ายกับรุ่น 7 คือ midsole ค่อนข้างเฟิร์ม มี responsive ที่ดีเวลาวิ่ง ที่จะแตกต่างก็คือพอ Kinvara 8 ปรับมาใช้ EVERUN แบบเต็มเท้า คราวนี้ไม่ว่าจะลงเท้า forefoot หรือ midfoot ก็จะได้สัมผัสของความนุ่มของ EVERUN ล่ะครับ แต่จะไม่ได้เด้งอะไรมากมาย ออกแนวนุ่มๆ ช่วยลดแรงกดของฝ่าเท้ากับ midsole มากกว่า (ถ้าอยากได้เด้งๆ อาจต้องไปดูรุ่น flagship ของปีนี้อย่างรุ่น Freedom ISO ที่ใช้ midsole เป็น EVERUN ทั้งอันครับ)

เปรียบเทียบ Kinvara 8 กับ 7

upper ผ้า knit นี่เป็นอะไรที่ผมคิดว่าโดดเด่นจริงๆ จากรูปถ่ายตะเข็บรองเท้าด้านในจะเห็นว่าผ้า knit ที่เป็น upper นั้นค่อนข้างโปร่งมาก เวลาใส่วิ่งนอกจากจะกระชับและนุ่มแล้วตัว upper ก็สามารถระบายอากาศได้ดีกว่าที่คิด ผมได้ทดลอง วิ่ง/เดิน ทั้งบนถนนแห้งและลองวิ่งตากฝนดูช่วงสั้นๆ พบว่าผ้า knit นี้จะแห้งช้ากว่าผ้า mesh อยู่หน่อยครับ แต่ถ้าลองเทียบกันดูแล้วผ้า knit จะเด่นในเรื่องความความนุ่มและความกระชับ ส่วนผ้า mesh จะเด่นเรื่องการระบายอากาศและแห้งเร็ว จะเลือกใช้แบบไหนก็แล้วแต่ความชอบเลยครับ

เทียบ midsole ของ Kinvara 7 กับ 8 จะเห็นว่ากว้างเท่ากัน

Kinvara 8 นั้นมีข้อสังเกตเรื่องนึงที่นักวิ่งหลายท่านเจอ (ส่วนใหญ่จะเป็นนักวิ่งเท้ากว้าง 2E) คือรู้สึกว่า toebox นั้นไม่ได้กว้างเท่ารุ่น 7 เมื่อใส่ไซส์เดียวกัน ผมได้สอบถามเรื่องไปกับทาง Saucony Thailand แล้วได้ข้อมูลว่า upper นั้นมีขนาดเท่าเดิมเพราะ midsole นั้นใช้ตัวเดิม ขนาดของผ้า upper ที่ตัดเย็บก็เลยเป็นขนาดเดิมเช่นกัน แต่เพื่อความกระจ่างผมก็เลยลองวัดดูเทียบกันกับรุ่น 7 คู่เก่าของผมว่าเป็นยังไง

เทียบขนาด toebox ของ Kinvara 8 กับ 7

ถ้าดูจากรูปด้านบน Marl Kinvara 8 ที่มี upper เป็นผ้า knit นั้น จะเห็นว่ารองเท้าใหม่แกะกล่องวัด upper ดูแล้วจะแคบกว่า Kinvara 7 (ที่มีอายุการใช้งาน 8 เดือนและ upper ขยายตัวเต็มที่แล้ว) อยู่ที่ประมาณ 5 มม. ซึ่งผมเข้าใจว่าชิ้นผ้าของ upper นั้นขนาดเท่าเดิมแต่ด้วยเนื้อผ้าที่เป็นผ้าถักก็เลยอาจมีปัจจัยเกี่ยวกับการยืดหดของเนื้อผ้าเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แต่พอได้ใส่วิ่งโดนเหงื่อโดนฝนอยู่ประมาณ 2 เดือน วัดใหม่อีกที toebox ก็กว้างเกือบเท่ากับ Kinvara 7 ล่ะครับ

สำหรับคนที่หน้าเท้ากว้างผมคิดว่าถ้าสนใจ Kinvara 8 แนะนำให้ไปลองใส่ตอนซื้อเลยจะดีที่สุดครับ ถ้าจะเผื่อยืดก็ใช้ไซส์เดิมแต่ถ้าอยากใส่สบายเลยก็ขยับไซส์เพิ่มขึ้นอีกสักครึ่งเบอร์ก็ดี ส่วนคนที่หน้าเท้ากว้างปกติหรือเท้าเรียวจะไม่มีปัญหาเรื่องนี้ครับ สามารถใส่ไซส์เดียวกับที่เคยใส่ Kinvara 7 ได้เลย

Note : วัดด้วยไม้บรรทัดอาจมี error บ้างนะครับ แต่ถือว่าเป็นข้อมูลคร่าวๆ ว่าผ้า knit ใช้ไปเรื่อยๆ มันจะยืดออกได้พอสมควร

Kinvara 8 ในมุมต่างๆ

Conclusion

หลังจากใส่วิ่งไปประมาณ 50K ข้อดีต่างๆ ของ Kinvara 7 ยังคงมีอยู่ครบไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำหนักรองเท้าที่เบา, responsive ในการวิ่งที่ดี และ upper ที่ระบายอากาศดีและแห้งค่อนข้างเร็ว ถือเป็นการต่อยอดจากรุ่น 7 ที่ทำได้ดีเลยครับ การใช้ EVERUN แบบเต็มเท้าก็ช่วยให้ความรู้สึกที่นุ่มเท้าขึ้นในจังหวะลงเท้า สำหรับ Marl Kinvara 8 การใช้ upper เป็นผ้า knit ทอไร้ตะเข็บทำให้กระชับและสวมใส่ได้นุ่มสบายขึ้น ก็หวังว่ารุ่นถัดไปจะมี upper ผ้า knit ที่มีสีสรรหลากหลายมากขึ้นนะครับ

ส่วน outsole ที่เป็นร่องแบบ zig-zag ก็มีการยึดเกาะและมีความยืดหยุ่นที่ดีอยู่แล้วตั้งแต่รุ่น 7 จะวิ่งถนนเปียกหรือแห้งก็ยึดเกาะได้ดีไม่มีปัญหา ใครที่กำลังมองหารองเท้าวิ่งน้ำหนักเบาและมี responsive ดี วิ่งสนุก Kinvara 8 ก็ยังคงสืบต่อความสำเร็จของตระกูล Kinvara และเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีของรองเท้าวิ่งในท้องตลาดตอนนี้ครับ หากสนใจรายละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติมสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ Saucony Thailand ครับ

Pros

  • หน้าเท้าค่อนข้างกว้าง
  • ใช้วัสดุและมีการตัดเย็บที่ดี
  • น้ำหนักเบามาก
  • การยึดเกาะถนนดี
  • ระบายอากาศดี

Cons

  • ไม่ค่อยเหมาะกับคนที่วิ่งลงส้นแรงๆ (heel striker)
  • คนเท้า 2E อาจต้องรอ upper ยืดเพื่อให้ toebox กว้างขึ้น

Posted in GEAR REVIEW Tagged with: , , , , , , , , ,

'เมนท์ที่นี่จ้า