รีวิว Altra King MT

SR  พอย่างเข้าปีใหม่ 2017 รองเท้าหลากหลายแบรนด์ก็เปิดตัวคอลเลคชั่นปี 2017 ออกมาให้นักวิ่งได้จับจ่ายเป็นเจ้าของกัน ซึ่งแน่นอนว่า Altra ก็ต้องมีอะไรใหม่ๆ ออกมาโชว์ด้วยเช่นกัน นอกจากจะมีเวอร์ชั่นใหม่ของรองเท้ารุ่นที่ทำตลาดอยู่แล้วออกมาอัพเดทกันหลายรุ่น Altra ก็ยังเปิดตัวรองเท้าสองรุ่นใหม่ทั้งโร้ดและเทรลพร้อมกันเลย คือ Escalante และ King MT ที่จะมารีวิวกันในวันนี้ครับ

King MT นั้นเป็นรองเท้าเทรลรุ่นใหม่จาก Altra ที่ออกแบบมาสำหรับการวิ่งในเส้นทางที่เป็น technical trail, การวิ่ง fell running หรือ การวิ่งแบบ obstacle course racing ถ้าจะยกตัวอย่างแบบสั้นๆ technical trail นั้นจะเป็นเส้นทางวิ่งเทรลที่วิ่งได้ยาก มีผิวทางที่ไม่เรียบ มีหิน มีรากไม้ ลุยโคลน หรืออาจต้องปีนไต่เนินอะไรประมาณนี้ ส่วน fell running คำนี้เอาจริงๆ มันก็คล้ายกับการวิ่ง trail running นะ มีต้นกำเนิดมาจากทางฝั่งอังกฤษลองอ่านคำอธิบายได้ที่ fellrunningguide ครับ (เล่าเองกลัวจะผิดเพราะภาษาอังกฤษผมไม่แข็งแรงงงงส์) ส่วน obstacle course racing ก็พวกรายการวิ่งตะลุยด่านแบบ Spartan Race หรือถ้าในไทยก็รายการ สิงห์ แกร่ง กล้า อะไรประมาณนั้น

ส่วนชื่อรุ่น King MT นั้นก็มีที่มาจากยอดเขา Kings Peak ที่เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของรัฐยูทาห์ ซึ่งเป็นรัฐที่บริษัท Altra ตั้งอยู่นั่นเองครับ เป็นชื่อรุ่นที่สุดแสนเอาฤกษ์เอาชัยสุดๆ ประมาณว่าสูงสุดในยูทาห์ก็คือเรา Altra Running นะจ๊ะ นอกจากจะเป็นรองเท้ารุ่นใหม่แล้ว King MT ก็ยังใช้ midsole ใหม่ถอดด้ามจาก Altra ที่มีชื่อว่า Altra EGO อีกด้วยครับ โดยโฟม Altra EGO ตัวใหม่นี้จะมีจุดเด่นที่มีความนุ่มและเด้งกว่าโฟม A-Bound ตัวเดิม (ถ้านับจากช่วงปลายปีที่ผ่านมา หลังจากที่ adidas ชูจุดขายเรื่องโฟม boost มาพักใหญ่ ตอนนี้รองเท้าแบรนด์อื่นๆ ก็เปิดตัวโฟมเด้งของตัวเองกันแทบจะทุกแบรนด์ล่ะครับ)


รองเท้าวิ่งของ Altra รุ่นเก่าๆ ที่ทำตลาดสมัยแรกๆ นั้น รองเท้าจะเป็นสีตุ่นๆ ไม่ค่อยมีสีสันอะไรเท่าไหร่ แต่นับจากช่วงครึ่งหลังของปี 2016 เป็นต้นมา จะเห็นว่ารองเท้า Altra มีการพัฒนาเรื่องสีสันขึ้นมากครับ โดยเฉพาะรองเท้ารุ่นปี 2017 นี่สีสันสวยถูกใจวัยรุ่นมากมาย สำหรับในตอนนี้ King MT ที่ทำตลาดอยู่ในเมืองไทยจะมี 2 สีคือ รุ่นผู้ชายสีแดงกับรุ่นผู้หญิงสีม่วง

Note : สำหรับรีวิวนี้จะเป็นรีวิวแรกที่นำเสนอโดยผมไม่ได้มีรองเท้าใช้งานเป็นของตัวเองครับ 😀 แต่ไม่ต้องห่วงเรื่องข้อมูลรับรองว่าแน่นเหมือนเดิม ก็ต้องขอขอบคุณภาพถ่ายและตัวอย่างรองเท้าจากคุณป๋อม ทีม King UD Kin-D และข้อมูลการใช้งานจาก พี่ป้อม สัญญา คานชัย (King UD Kin-D) กับ น้องต้อง ภูวนาท (Onnut Runners) ด้วยนะครับ


Material & Design

มาเริ่มดูกันที่ upper กันก่อนนะครับ สำหรับ upper ก็จะเป็นผ้า Ripstop (Polyester Ripstop Fabric) แบบเดียวกับที่ใช้ในรุ่น Superior 2.0 และ 3.0 แต่จะแตกต่างตรงที่มีการพิมพ์ลายกราฟฟิคด้วย ดูแล้วสีสันสวยงามกว่า Superior เยอะเลย ตัวผ้า ripstop อันนี้ ตอนผมใช้ Superior 2.0 เคยใส่วิ่งลุยน้ำที่เขาไม้แก้วก็แห้งเร็วพอสมควรนะครับใส่สบายดี


ด้านหน้าของรองเท้ามี toe guard เป็นยางสังเคราะห์ดูแข็งแรงดี นอกจากนี้ก็มีการเสริมความแข็งแรงของ upper ด้วยการใช้ฟิล์ม TPU รีดติดไปกับตัว upper ด้วย ซึ่งก็ได้ประโยชน์สองอย่าง อย่างแรกคือเสริมความแข็งแรงของ upper ให้ทนการฉีกขาดได้ดีขึ้น อย่างที่สองก็ช่วยรักษาทรงรองเท้าโดยไม่ต้องใช้วัสดุแข็งๆ มาเสริม ทำให้ช่วยลดน้ำหนักของรองเท้าลง King MT ก็เลยมีจุดเด่นอีกอย่างคือเรื่องความเบา ถ้าดูด้านในของรองเท้าจะเห็นว่า upper เป็นผ้าชั้นเดียวค่อนข้างโปร่ง ตะเข็บก็เย็บได้แน่นหนาแข็งแรงดีครับ



จุดขายที่แตกต่างจากรองเท้าเทรลรุ่นอื่นที่เห็นได้ชัดอย่างหนึ่งก็คือแถบรัดเท้า (footlock strap) ที่ช่วยเรื่องการปรับความกระชับของรองเท้าได้โดยไม่ต้องไปขยับเชือกรองเท้า หลายคนอาจสงสัยว่าแล้วมันมีประโยชน์ยังไง มาว่ากันถึงประโยชน์ทางอ้อมก่อนครับ มันใช้รัดเชือกรองเท้าที่ผูกเสร็จแล้วทำให้ช่วยลดปัญหาเชือกรองเท้าหลุดเวลาวิ่งได้ด้วย…เกร๋มาก

ส่วนประโยชน์โดยตรงของแถบรัดเท้านี้ก็คือ เอาไว้ปรับความกระชับของรองเท้าระหว่างการวิ่งเมื่อเจอกับความชันที่แตกต่างกัน ถ้าได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับการวิ่งเทรลของอิลีทระดับโลกหลายคน ผมยกตัวอย่างจากหนังสือเล่มที่เคยอ่านล่ะกันครับ (ส่วนใหญ่ซื้อมาดองไว้ไม่ค่อยจะได้อ่าน -“-) ในหนังสือของ Hal Koerner นักวิ่งอิลีทเครางามก็จะมีบทนึงพูดถึงเรื่องการปรับเชือกรองเท้าให้เข้ากับเส้นทางและความชันในแต่ละช่วง

พูดแบบย่อๆ ก็คือเค้าจะปรับความแน่นของรองเท้าไม่เท่ากันเพื่อให้วิ่งได้สบายเหมาะกับแต่ละช่วงของเส้นทาง เช่น เวลาวิ่งลงเขาก็จะปรับรองเท้าให้แน่นขึ้น เพื่อเพิ่มความกระชับและลดโอกาสที่นิ้วเท้าจะเลื่อนไปชน toe guard ด้านหน้าเท้า พอเจอทางราบก็จะคลายเชือกลงหน่อยให้เท้าเคลื่อนไหวได้สะดวกขึ้น


ซึ่งการที่ King MT เพิ่มแถบรัดเท้านี่เข้ามาก็จะช่วยลดเวลาในการปรับความกระชับของรองเท้าได้เป็นอย่างดีครับ ที่สำคัญเจ้าแถบรัดเท้านี่ไม่ได้เย็บติดกับ upper เฉยๆ นะครับ แต่ออกแบบมาให้เชื่อมติดกับ midsole ของรองเท้าเลย ทำให้เวลาปรับแล้วจะกระชับทั้งเท้าแน่นอน


ในส่วน midsole ของ King MT จะใช้โฟม Altra EGO ซึ่งเป็น cushion ใหม่ของ Altra น่าจะหนาประมาณ 13-14 mm. และฝังแผ่นกันหิน StoneGuard ลงไปใน midsole เลย (ที่เป็นลายคาร์บอน) จะถอดไม่ได้แบบของ Superior นะครับ แต่ถึงจะฝัง StoneGuard ไว้ใน midsole แต่ King MT ก็เป็นรองเท้าที่ flexible มากนะครับ (ผิดกับหน้าตาที่ดูดุดัน)



ในส่วนส้นรองเท้าก็จะมี Gaitor Trap สำหรับไว้ยึด gaitor เหมือนกันรุ่นอื่นๆ ของ Altra โครงสร้างโดยรวมจะเน้นความแข็งแรงจากฟิล์ม TPU ที่ติดกับ upper เป็นหลัง ดังนั้นตรงแถวๆ ส้นนี้จะเลยมีฟิล์มเยอะกว่าส่วนอื่นครับ

แล้วก็มาถึงอีกหนึ่งจุดขายของ King MT ครับ นั่นก็คือ outsole ลาย aggressive lug ที่แสนจะดุดันนั่นเอง เจ้า outsole นี้จะเป็นยาง Vibram Megagrip ครับ แล้วมันดียังไง…ว่าแล้วเราก็มาเกริ่นเรื่องยางที่ใช้ทำ outsole กันสักนิด ปกติการใช้ยางในการทำ outsole จะเป็นยางผสม (compound rubber) ที่มีจุดมุ่งหมายสำคัญอยู่ 2 อย่างคือ ความทนทาน (durablility) กับ การยึดเกาะ (grip/traction) ซึ่งปกติถ้าใช้เนื้อยางที่เน้นความทนทานสูงก็มักจะมีการยึดเกาะต่ำ ในทางกลับกันถ้าใช้เนื้อยางที่เน้นการยึดเกาะสูงความทนทานก็มักจะต่ำเช่นกัน (สังเกตได้ว่ายางที่ยึดเกาะดีมันจะนิ่ม)

ทางเจ้าพ่อยาง outsole อย่าง Vibram ตระหนักได้ว่าปัญหานี้มันไม่โอเค ก็เลยคิดสูตรยางแบบใหม่ที่มีการปรับความสมดุลย์ของความทนทานและการยึดเกาะที่สูงขึ้น (ทั้งคู่) กล่าวคือมีการยึดเกาะดีในขณะที่มีความทนทานอยู่ในระดับสูงด้วย กำเนิดเป็นยาง Vibram Megagrip ที่ใช้ใน King MT นี่นั่นเองครับ โดยพื้น outsole ของ King MT จะมี lug สูงประมาณ 6 mm. ทางจะเละแค่ไหน วิ่งตะลุยผ่านไปได้แน่นอน ซึ่งพอรวมความหนากับ midsole แล้ว King MT ก็จะมีความหนารวมของพื้นรองเท้า (stack height) ประมาณ 19 mm. (ถ้าเทียบกับรองเท้าเทรลตัวอื่นที่ไม่ใช่รองเท้า minimalist ก็จัดว่าค่อนข้างบางล่ะครับ 19 mm. เนี่ย)


Test Run

ผมยืมรองเท้าเพื่อนมาทดสอบประมาณ 15-20 นาที ก็พยายามวิ่งในพื้นผิวหลายแบบเท่าที่จะมีในบึงหนองบอนนะครับ ความรู้สึกตอนวิ่งนั้นตัวโฟม Altra EGO มีความเด้งแบบรู้สึกได้แต่ก็ไม่ได้เด้งมากเพราะ midsole จัดว่าบางถ้าเทียบกับรองเท้าเทรลรุ่นอื่น (คิดว่าถ้าเป็น Altra EGO หนาแบบในพื้นรุ่น Escalante นี่น่าจะเด้งสะใจ)

สิ่งที่ดีผิดคาดคือความ flexible ของรองเท้าครับ เพราะถ้ามองภายนอกอาจจะเห็นว่า lug ยาวดุดันดูแล้วน่าจะแข็ง แต่พอลองใส่วิ่งแล้ว flexible มาก ถ้าว่ากันตรงๆ ในความรู้สึกผมเหมือนใส่รองเท้าเทรลที่ให้ความรู้สึกออกไปทางแนว minimalist ครับ ทั้งความเบา ทั้งความรู้สึกถึงพื้น (ground feel) นี่อยู่ในระดับดีเลย ตอนวิ่งบนพื้นหญ้ากับทางดินรองเท้าเกาะพื้นดีมาก

เวลาที่ผมลองใส่ King MT วิ่งมันค่อนข้างน้อยมากก็เลยอาจอธิบายได้ไม่ครบถ้วนกระบวนความ ดังนั้นรีวิวนี้ก็เลยจะมีประสบการณ์จากผู้ใช้จริง 2 ท่านมาให้อ่านกันด้วยครับ คนแรกก็คือนักวิ่งอัลตร้าระดับอิลีท พี่สัญญา คานชัย จากทีม King UD Kin-D ส่วนอีกคนก็นักวิ่งอัลตร้าอนุบาลหมีน้อย ต้อง ภูวนาท ครับ

ก็พอดีผมเพิ่งได้รองเท้ามานะยังใส่วิ่งไม่มาก 30-40 โลมั้ง อัลตร้าคู่นี้นี่สีสวยนะ เรียกว่าสวยบาดตาบาดใจเลย ฮ่าฮ่า นี่ยังไม่ได้ลองใส่วิ่งเทรลหนักๆ สักเท่าไหร่ แต่ผมชอบนะใส่วิ่งดีเลยล่ะคู่นี้ เพราะปกติชอบรองเท้าเบาๆ อยู่แล้ว คู่นี้สวยด้วย เบาด้วย โอเคเลย เห็นมีบางคนมาถามเรื่องพื้นบาง อันนี้ผมไม่ได้มีปัญหาอะไรนะเพราะก็ใส่รองเท้าวิ่งมาทุกแบบแล้วนะทั้งหนาทั้งบาง สำหรับผมอยู่ที่ว่าเราฝึกมายังไงมากกว่ารองเท้ามันเป็นส่วนเสริม




ดอกรองเท้านี้มันก็ลึกดี วิ่งพื้นดินพื้นหญ้านี่เกาะหนึบเลย ชอบคู่นี้ที่สุดแล้วตั้งแต่ใส่รองเท้าอัลตร้ามาเพราะมันเบาดี ผมคิดว่ารองเท้าวิ่งนี่สำคัญเรื่องความเบา อันนี้สำหรับตัวผมนะ เบาแล้วก็ไม่กัดนี่รองเท้าที่ชอบเลย ส่วนอัลตร้าคิงคู่นี้ก็กะว่าเวลาวิ่งเทรล ลงรายการวิ่งเทรลของปีนี้นี่ ก็คงจะใช้คู่นี้เป็นคู่หลักแหละนะเพราะชอบ (ปล.พี่สัญญาใส่รองเท้าผู้หญิงเลยเป็นรองเท้าสีม่วงครับ)

 

ผมวิ่งมา 3-4 ปีแล้วครับ ส่วนใหญ่ก็จะใช้แต่รองเท้า VFF (Vibram FiveFingers) มาตลอด ผมชอบพื้นบางๆ แบบ minimalist ใส่ VFF ก็จบ 50K มาก็หลายครั้งนะ พวกงานโคลัมเบียเขาไม้แก้วแล้วก็เขาอีโต้อะไรพวกนี้ แต่มีงานนึงที่ผมเจ็บจนต้องออกตลอดคือ TNF100 Thailand อันนี้นี่ออกมา 2 ปีติดล่ะ คือก็รู้สาเหตุนะว่าทางหินของ TNF วิ่งแล้วมันสะเทือนเท้า พอเท้าระบมท่าเท่ออะไรก็เสียหมด การลงเท้าก็เพี้ยนจากปกติพาลให้กล้ามเนื้ออื่นมันเจ็บไปด้วย แต่ก็ยังฝืนใช้ VFF ต่อเพราะชอบ

จนมาปีนี้ที่เจ็บจนต้องออกจากสนามอีกครั้ง ก็มีพี่นักวิ่งหลายคนแนะนำให้ใช้รองเท้าเทรลอันอื่นบ้าง ซึ่งผมก็เข้าใจแหละว่าถึงจะมาทางสายเท้าเปล่าหรือสายห้านิ้วเหมือนกัน แต่ความแข็งแรงของฝ่าเท้าและกล้ามเนื้อแต่ละคนมันก็แตกต่างกันอยู่ดี ตอนแรกลองใส่ Superior 2.0 ของรุ่นพี่ดูแล้วโอเค แต่พอไปลองที่ร้านแล้วสุดท้ายก็ซื้อ King MT มาแทนเพราะพอลองใส่ดูแล้วชอบมากกว่า



ตอนนี้ผมใช้มาน่าจะ 50 กว่าโลแล้ว โดยรวมแล้วเป็นรองเท้าที่เข้ากับผมมากเลยนะ ผมว่าซัพพอร์ทขนาดนี้กำลังดีเพราะผมชอบรองเท้าบางๆ อยู่แล้ว อันนี้มันดีกว่าคู่เดิมตรงพอเจอหินแข็งๆ แล้วมันจะไม่ค่อยสะเทือนเท้าล่ะ วิ่งแล้วรู้สึกเด้งๆ ด้วยเป็นความรู้สึกใหม่ ฮ่าฮ่า ก็คงใส่คู่นี้ซ้อมเทรลไปเรื่อยๆ ส่วนพวกรองเท้าเดิมก็คงเน้นเอาไว้วิ่งถนนอย่างเดียวครับ

Conclusion

King MT เป็นรองเท้าเทรลที่น่าสนใจอีกคู่ สำหรับคนที่ชอบรองเท้าดอกลึกๆ หรือชอบใส่รองเท้า minimalist แต่อยากได้ซัพพอร์ทเพิ่มขึ้นอีกหน่อย วัสดุและการออกแบบโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ส่วนเรื่องที่ midsole บางหรือไม่บางก็ตามที่สองคนด้านบนบอกแหละครับ ว่าชอบรองเท้าแบบไหน ถ้าชอบบางหน่อยแต่เบาและยืดหยุ่นคู่นี้ตอบโจทย์แน่นอน แต่ถ้าเป็นคนใช้รองเท้าเทรลซัพพอร์ทหนามาตลอด หากจะมาใช้คู่นี้แน่นอนว่าต้องมีการปรับตัว

โดยรวมตอนผมลองใส่ค่อนข้างชอบนะครับ ground feel ดี วิ่งมัน แต่ติดว่าผมเป็นคนชอบวิ่งดาวน์ฮิลล์เร็วๆ แล้วมันกระแทกเยอะดูแล้วคิดว่าอาจไม่เหมาะกับผมเท่าไหร่ (ก็เลยใช้ Superior 3.0 แทน) มีข้อสังเกตนิดนึงว่า upper ของรองเท้า พอลองทดสอบเอาน้ำราดจนเปียกชุ่มแล้ววิ่ง ตรงด้านบนจะแห้งเร็วพอกับ Superior 2.0 แต่ตรงด้านข้างมีฟิล์ม TPU ติดอยู่เยอะ ผมรู้สึกว่ามันจะชื้นหน่อยแล้วก็แห้งช้ากว่าตรงส่วนหน้าครับ

Pros

  • น้ำหนักเบา
  • ใช้วัสดุและมีการตัดเย็บที่ดี
  • มีแถบรัดเท้าใช้งานได้ดี
  • พื้นรองเท้ายึดเกาะดีบนพื้นเทรล
  • ระบายอากาศดี

Cons

  • midsole บาง อาจไม่เหมาะกับนักวิ่งบางท่าน
  • upper บริเวณที่มีฟิล์ม TPU เยอะจะแห้งช้ากว่าส่วนอื่น
Posted in GEAR REVIEW Tagged with: , , , , , , , , , , , , ,
2 comments on “รีวิว Altra King MT
  1. โก้ says:

    น่าโดนมากครับ กระเป๋าจะแฟ่บอีกทีก็
    ไม่น่าแปลกใจ T____T

'เมนท์ที่นี่จ้า