The North Face 100 Thailand 2014

The North Face 100 เป็นรายการวิ่งที่ผมอยากสัมผัสทันทีเลยครับ ตั้งแต่ได้รู้ว่าโลกนี้มีการวิ่งที่เรียกว่า Ultra Marathon อยู่ด้วย สำหรับ The North Face 100 นี้ก็เริ่มต้นเมื่อปี 2008 เป็นรายการวิ่ง Ultra Trail Series ที่จัดในแถบเอเชียแปซิฟิก 8 ประเทศคือ ไทย , ไต้หวัน , ฟิลิปปินส์ , จีน , ออสเตรเลีย , สิงคโปร์ , ญี่ปุ่น และ ฮ่องกง โดยมีสโลแกนเก๋ๆ ว่า Break All Boundaries ครับ

แต่ละสนามของ TNF100 ก็จะมีคะแนนสะสมสำหรับนำไปใช้สมัครรายการ Ultra-Trail World Tour ซึ่งเป็นรายการในฝันของนักวิ่งอัลตร้าเทรลหลายๆ ท่านนะครับ โดยเฉพาะรายการ UTMF (วิ่งรอบภูเขาฟูจิ 160K) และ UTMB (วิ่งตามเส้นทางภูเขามองบลังค์ผ่าน 3 ประเทศในยุโรป 168K)

TNF100 ปีนี้ตอนแรกผมสมัครวิ่ง 25K ไว้ครับ แต่พอถึงวันวิ่งรู้สึกว่าที่บาดเจ็บอยู่ยังไม่หายดีนัก ก็เลยเปลี่ยนไปวิ่ง 10K แทน โดยออกเดินทางกันบ่ายวันศุกร์เพื่อไปรับ racepack ที่โบนันซ่ารีสอร์ท เขาใหญ่ ขับรถกันไปเรื่อยๆ ปรากฎว่าหลงครับ Google Map พาไปที่สนามกอล์ฟโบนันซ่าซะงั้น (มีคนที่ขับตามๆ กันมาหลงด้วยกันอีก 2 คัน) กว่าจะขับออกมาถึงโบนันซ่ารีสอร์ทก็หกโมงเย็นกว่าๆ แล้วครับ -“-

วันรับ racepack ที่โบนันซ่าเขาใหญ่ เข้ามาแล้วก็รับ bib+chip ก่อน

ตรวจสอบ bib+chip แล้วก็มารับ racepack อีกด้าน

การรับ Race Kit รายการ The North Face 100 Thailand

วันและเวลา วันศุกร์ที่ 7 กพ. 2557 เวลา 14:00-19:00 น.
สถานที่ ห้อง แกรนด์บอลรูม บี เดอะ โบนันซ่า รีสอร์ท เขาใหญ่

  1. แสดงบัตรประชาชนหรือ passport ของท่าน
  2. ผู้สมัครเข้าแข่งขันจะต้องเป็นผู้รับ Race kit ด้วยตนเอง ทั้งนี้ ไม่สามารถรับ Race kit แทนผู้สมัครท่านอื่นได้
  3. กรณีที่ไม่สามารถมารับได้ทันก่อนเวลา 19.00 น. ของวันศุกร์ สามารถส่งอีเมล์มาแจ้งฝ่ายทะเบียนนักวิ่งที่ [email protected] ภายในวันพฤหัสบดีทที่ 6 กพ. ก่อนเวลา 19:00 น. (ตามเวลาในประเทศไทย) หลังจากนั้น สามารถมารับของได้ที่งานตั้งแต่ 04.00 น. ในวันเสาร์ที่ 8 กพ. ณ จุดฝากกระเป๋า ที่สิมาลินทร์ซึ่งเป็นจุดสตาร์ทและเส้นชัยของการแข่งขัน
  4. หากรณีผู้สมัครไม่สามารถร่วมการแข่งขันได้ สามารถมอบเอกสารให้ผู้อื่นรับของแทนได้ โดยผู้ที่มารับแทนจะต้องแสดงบัตรประชาชนหรือ passport และเอกสารยืนยันการสมัครของผู้ที่ไม่สามารถเข้าแข่งขันนั้น ทางทีมผู้จัดการแข่งขันจะมอบเป็น Goodie Bag ซึ่งจะไม่ส่งมอบเบอร์วิ่งและชิพจับเวลาให้

หมายเหตุ การสมัครเข้าแข่งขันไม่สามารถโอนชื่อเป็นผู้สมัครท่านอื่นหรือให้ผู้อื่นมาวิ่งแทนไม่ว่ากรณีใดๆ

ที่มา : เพจ TNF100Thailand

โต๊ะรับ racepack ของนักวิ่ง 10K

จะเห็นได้ว่าการรับ racepack ของ TNF100 นี่มีกฎระเบียบค่อนข้างเคร่งครัดเลยทีเดียวนะครับ แต่ที่ผมเปลี่ยนจาก 10K เป็น 25K ก็ไม่ได้แจ้งเปลี่ยนระยะหรอกครับ สาเหตุที่ไม่ได้แจ้งเปลี่ยนก็เพราะว่าผมรอลุ้นว่าอาการบาดเจ็บจะดีขึ้นมั้ยจนถึงวันสุดท้าย ซึ่งก็เลยกำหนดแจ้งเปลี่ยนระยะทางกับทาง Go Adventure Asia ผู้จัดงานไปแล้ว ตอนวันวิ่งผมก็เลยสลับ bib+chip กับเพื่อนเอา เพราะเพื่อนที่ลง 10K อยากเปลี่ยนไปวิ่ง 25K พอดี เข้าล็อคผมเลย อิอิ 🙂

งาน Expo ด้านนอก สินค้า TNF ลดราคาเยอะดีครับ (แต่ผมไม่ได้ซื้ออะไรเพราะเป็นโรคทรัพย์จาง)

วันนี้มาแค่ 3 คน แอดมินชุนจะตามมาดึกๆ แล้วจะรับ bib วันวิ่งเลย

พอรับ racepack กันเสร็จแล้วก็กลับที่พักครับ พวกผมพักกันแถวๆ ด่านเก็บเงินทางขึ้นเขาใหญ่ ก็ไม่ไกลจากโบนันซ่ามากนัก หลังจากทางมื้อค่ำเสร็จ พรรคพวกทีเหลือก็มาถึงที่พักกันจนครบ ก่อนนอนก็เลยมีนั่งจิบเบียร์กันเบาๆ ครับ แต่ดันเพลินลากยาวไปเกือบตี 1 กว่า พวกที่มาวิ่งก็เลยได้นอนกันแค่คนละ 3 ชั่วโมงเท่านั้น -“-

ตื่นเช้ามาอาบน้ำแต่งตัว ออกจากบ้านพักประมาณตี 5 คิดว่าไม่นานก็ถึง แต่ดันลืมไปว่าจุดสตาร์ทไม่ใช่โบนันซ่า แต่เป็นสิมาลินทร์ซึ่งอยู่ไกลออกไปเกือบเท่าตัว อุ้ยก็เลยเหยียบมิดเลยเพราะชุนต้องไปรับ bib+chip ที่จุดสตาร์ทก่อนวิ่งครึ่งชั่วโมง ไปถึงปุ๊บชุนลงจากรถแล้ววิ่งสี่คูณร้อยออกไปเลย (รู้สึกชุนจะได้ bib+chip เบอร์คนอื่นมา เลยต้องไปแจ้งเปลี่ยนชื่อทีหลัง) ส่วนอุ้ยกับเบียร์ที่วิ่ง 25K ก็วิ่งจ้อกไปจุดสตาร์ทเพราะเค้ากำลังจะปล่อยตัว ผมก็เลยเดินเรื่อยๆ ไปคนเดียวได้วอร์มก่อนออกวิ่งนิดหน่อย

จุดสตาร์ท / เส้นชัย

การปล่อยตัวงานนี้ปล่อยเป็น wave โดยจะใช้เวลา net time จากชิพเป็นหลักครับ ซึ่งก็ดีเหมือนกันนะครับเพราะคนจะได้ไม่เยอะมาก นักวิ่ง 10K ก็จะปล่อยตัวเป็นกลุ่มตามอายุครับ ก่อนออกตัวพิธีกรก็ประกาศชัดเจนว่านักวิ่งระยะ 10K จะได้วิ่งระยะทางจริง 11.5K ครับ (บอกก่อนแบบนี้ก็ดีครับจะได้วางแผนใช้แรงเฮือกสุดท้ายกันได้ถูกจังหวะ)

พอเริ่มปล่อยตัวนักวิ่งช่วง 2 กิโลแรกจะวิ่งบนถนนสลับทางดินเป็นช่วงๆ ครับ ก็วิ่งกันไปเป็นแถวเป็นแนวดี มีเพื่อนนักวิ่งท่านนึงทักผมตอนวิ่งด้วยแต่ผมจำไม่ได้ครับว่าชื่ออะไร คนใส่ VFF ลงวิ่ง 10K ถ้าได้อ่านโพสนี้ก็คอมเมนท์ในเพจหน่อยนะครับ ผมจะได้จำได้ว่าใครคราวหน้าจะได้ทักทายกันถูก 🙂

ออกสตาร์ทช่วงแรกจะวิ่งบนถนนก่อน

มีสลับวิ่งทางดินบ้างเป็นช่วงๆ

พอผ่านช่วงกิโลที่ 2 ไปก็เริ่มมีขึ้นเนินครับ นักวิ่งหลายท่านก็เริ่มจะเดินกันล่ะ ส่วนตัวผมก็วิ่งๆ เดินๆ ถ่ายรูปๆ ไปตลอดทางครับ (งานนี้เป็นนักวิ่ง IG) จริงๆ แล้วก่อนจะเริ่มวิ่งก็คิดไว้แล้วล่ะครับว่าจะไม่เน้นเวลา คิดว่าคงวิ่งให้อยู่ในเวลาประมาณสัก 1:30 ชม. ได้ก็ดีแล้ว ถ้าเร่งมากเดี๋ยวจะเจ็บที่เก่าขึ้นมาอีก หลังจากช่วงนี้ไปเส้นทางก็เริ่มเจอพื้นหินบ้าง พื้นทรายบ้าง ดงหญ้าคาบ้าง สลับกันไปครับ

เนินแรกแถมเป็น rock trail ด้วย

เส้นทางวิ่งจะมีเทปขาว-แดงผูกอยู่ตามข้างทางเป็นสัญลักษณ์ ถ้าวิ่งไปแล้วไม่เจอแสดงว่ามาผิดทางแล้วครับ แต่เส้นทางวิ่ง 10K คิดว่าไม่น่าจะมีใครหลงทางครับเพราะว่าคนเยอะ ไม่ค่อยได้วิ่งทิ้งระยะกันเท่าไหร่ ก็เลยจะวิ่งตามๆ กันไป แต่ระยะอื่นทั้ง 25K 50K 100K เห็นว่ามีนักวิ่งหลงทางกันหลายท่านเลย ถ้าเทียบกับ Columbia Trail Master ที่เขาไม้แก้ว ผมคิดว่างาน Columbia มีการบอกทางที่ละเอียดกว่าเพราะมีทั้งป้ายลูกศรและริบบิ้นข้างทาง แต่ก็มีบางท่านบอกว่างาน TNF100 เป็นอย่างนี้อยู่แล้วถือเป็นเสน่ห์อีกอย่างของงานนี้ ก็ว่ากันไปครับ

ช่วงผ่านดงหญ้าคาก็เดินเรียงแถวกันไป

วิ่งผ่านเนินช่วงแรกมาแล้วก็เจอดงหญ้าคาต่อครับ ช่วงนี้ก็วิ่งสลับเดินเรียงหนึ่งไปเรื่อยๆ พอออกมาได้ก็จะเจอจุดให้น้ำจุดแรกครับ งานนี้จะมีอยู่ทุก 3.5K ครับ ก็ถือว่ากำลังดีครับ นักวิ่ง 10K วิ่งได้สบายๆ เลยไม่ต้องถือกระติกน้ำให้เมื่อตุ้ม หลังจากผ่านจุดให้น้ำแรกมาก็จะเป็นทางดิน ช่วงประมาณกิโลที่ 4 จะเป็นช่วงที่นักวิ่งกลุ่ม 25K ตัดมาวิ่งทับเส้นทางของ 10K เป็นระยะทางสั้นๆ

ออกมาเจอถนนล่ะ

ช่วงทางดินที่มีนักวิ่งกลุ่ม 25K มาวิ่งด้วย

ช่วงทางแยกที่นักวิ่งกลุ่ม 25K วิ่งตัดเข้ามาผมก็เจออุ้ยกับเบียร์พอดีช่างบังเอิญจริงๆ ก็เลยได้รูปจากเส้นทาง 25K มานิดหน่อย วิ่งด้วยกัน 3 คนไปสักพักประมาณ 300-400 เมตร ก็เจอทางแยกอีกครั้ง แยกนี้นักวิ่งกลุ่ม 25K ต้องวิ่งกลับออกไปที่เส้นทาง 25K ครับ พอสองคนนั้นวิ่งแยกไปผมก็วิ่งไปตามเส้นทาง 10K ต่อไปคนเดียว

เจอสองคนนี้ตรงทางแยกพอดี

เส้นทางวิ่ง 25K

เส้นทางวิ่ง 25K

TNF100 - 2014 - 26

เส้นทางวิ่ง 25K (อยากขึ้นเขาแบบนี้บ้างจัง)

TNF100 - 2014 - 27

เส้นทางวิ่ง 25K (เจอกลุ่ม BBRC ด้วย)

ช่วงประมาณกิโลที่ 5 เส้นทางจะเป็นดินปนทรายฝุ่นเยอะนิดนึง แล้วก็ต้องวิ่งข้ามร่องน้ำแคบๆ ครั้งนึงครับ พอมาถึงช่วงนี้แดดเริ่มร้อนแล้วครับ ผมคิดถูกจริงๆ ที่ใส่ Nike Pro แขนยาวไว้ข้างใน (ได้บทเรียนจากกระสบการณ์ถูกแดดเผาจนเกรียมตอนงาน Columbia ที่เขาไม้แก้ว) หลังจากช่วงนี้ไปเส้นทางจะเป็นทางดินตลอดไปจนถึงประมาณกิโลที่ 9 ครับ

ข้ามร่องน้ำแห้ง

บางช่วงจะเป็นทาง single track ก็ต้องเรียงแถวกันไป

ช่วงกิโลที่ 7-8 จะได้วิ่งเข้าป่านิดนึง ทางวิ่งจะเป็นทางวิ่งแคบๆ ขึ้นเนินเขาไม่ชันมาก (คล้ายๆ เขาไม้แก้วช่วงเนินที่ 2 ครับ) ช่วงนี้วิ่งๆ อยู่ก็มีนักวิ่งฝรั่งคนนึงน่าจะวิ่งทำเวลา วิ่งสับเท้ามาได้ยินเสียงแต่ไกลให้ช่วยหลบ ผมกับคนข้างหน้าก็พยายามหลบนะ แต่ทางมันแคบไปได้ทีละคน นักวิ่งท่านนี้เลยกระโดดลงดงหญ้าข้างทาง (สูงประมาณเกือบครึ่งเมตร) แล้ววิ่งลุยแซงไปเลย so hardcore -“-

ช่วงกิโลที่ 8 วิ่งเข้าป่า

ออกจากป่ามาก็เริ่มรถติดครับ ส่องไปข้างหน้าเลยรู้ว่ารอคิวข้ามร่องน้ำกันอยู่ ท่าทางจะชันครับเพราะลงได้ทีละคนช้าๆ พอถึงคิวผมข้ามก็ โอ้…ชันจริงๆ สูงด้วย ตกลงไปหน้าแหกแน่นอนครับ หลังจากข้ามมาแล้ววิ่งไปตามทางดินเรื่อยๆ ครับ ระหว่างทางมีนักวิ่งท่านนึงแซงผมไป แต่ที่น่าสนใจคือรองเท้าครับ เค้าใส่บูทยางสีขาว(แบบที่แม่บ้านใช้เวลาทำความสะอาดห้องน้ำ) เด่นมาแต่ไกลเลยแต่จะว่าไปมันก็ดูเท่ดีเหมือนกันนะครับ 🙂

ร่องน้ำที่สองชันมาก

สักพักก็ถึงจุดให้น้ำครับ ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายของ 10K จุดนี้ผมพักนานเลยเพราะต้นขาเริ่มตึง เดี๋ยวมันจะพาลไปทำให้เจ็บ ITB อีก หลังจากดื่มน้ำและเกลือแร่จนพอแล้ว ผมก็พักเอาฟองน้ำลูบตัวช่วยลดความร้อน แล้วก็กดขาจุดที่ตึงไล่ขึ้นไป 2-3 รอบแบบที่พี่จุ๋งเคยแนะนำตอนวิ่งที่เขาไม้แก้ว พอคิดว่าโอเคก็วิ่งต่อ ทางหลังจากตรงนี้ไปจะเป็นถนนลาดยางยาวไปจนถึงทางเข้าเส้นชัยครับ

ทางตรงยาวก่อนเข้าเส้นชัย

ช่วงถนนนี้จะมีทางลงเนินด้วยครับ ของชอบของผมเลยวิ่งยาวลงไปให้เนินช่วยเป็นแรงส่ง เพราะขาผมเริ่มงอไม่ค่อยได้ล่ะต้นขามันตึง วิ่งตามทางไปเรื่อยๆ ช่วงก่อนเข้าเส้นชัยจะมีเด็กน้อย 3 คน มายืนแตะมือกับนักวิ่งที่วิ่งผ่านมาดูแล้วน่ารักดีครับ พอได้แตะมือกับเด็กน้อยแล้วเหมือนได้พลังบางอย่างครับ ตอนช่วงกิโลที่ 9-10 ขาเริ่มตึงๆ ดูเวลาแล้วคิดว่าน่าจะวิ่งเกิน 1:30 ชม. แน่ๆ แต่พอแตะมือเด็กน้อยแล้วผมวิ่งเต็มที่ยาวรวดเดียวเข้าเส้นชัยไปเลย เวลาก็ทำได้อย่างที่คิดไว้เลยครับ 11.4K ใช้เวลา 1:32 ชม. (อิอิ ไม่คิดว่าจะทำได้กับสภาพที่ไม่ฟิตเช่นนี้)

เส้นทางวิ่ง 10K จาก Nike+

เข้าเส้นชัยมาแล้วก็รับเหรียญครับ จากนั้นผมก็เดินตรงไปเข้าร่มและหาของกินทันที งานนี้มีอาหารให้ทานเยอะครับทานกันได้เต็มที่ ผลไม้มีกล้วยกับแตงโม อาหารก็มีผัดหมี่ ข้าวผัด ผัดมะระโรนี ฯลฯ ส่วนน้ำดื่มและเกลือแร่ก็มีบริการอยู่ตลอดเยี่ยมไปเลยครับ หลังจากทานเสร็จแล้วผมก็เดินไปรอเพื่อนตรงทางเข้าเส้นชัย ตรงทางที่จะเข้ามาที่เส้นชัยนี้ต้องวิ่งเลี้ยวขวาจากถนนใหญ่เข้ามาครับ ตรงทางเลี้ยวก็ไม่ได้มีสัญลักษณ์ชัดเจนเท่าไหร่ มีคนวิ่งผ่านเลยไปหลายคนเหมือนกัน

เหรียญงานนี้สวยดีครับ (100K จะได้เหรียญสีทอง)

ผัดมะกะโรนี

นั่งรอสักพักชุนก็เข้าเส้นชัยมาครับเวลา 2:50 ชม. (วิ่งเร็วกว่าตอน Columbia อีก) แล้วผมก็เดินไปทานอาหารกับชุน(อีกรอบ) ทานเสร็จแล้วก็กลับมารออีกสองคนที่วิ่ง 25K ต่อ ตอนนี้มายืนรออยู่ที่เต็นท์พยาบาลครับ ก็เลยขอแอมโมเนียมายืนดมกันอยู่สองคน (ไม่ได้หน้ามืดหรืออะไรหรอกครับแค่อยากดมเฉยๆ) ประมาณ 11 โมงกว่าๆ เบียร์กับอุ้ยก็เข้าเส้นชัยมาสักทีครับ หลังจากนั้นก็ไปถ่ายรูปหมู่กันแล้วก็กลับที่พัก

ชุนวิ่งผมสยายมาแต่ไกล

รอจน 11 โมงกว่า 2 หนุ่มนี่ก็เข้าเส้นชัยมาพอดี

สำหรับงาน TNF100 ปีนี้โดยรวมถือว่าจัดได้ดีครับไม่ผิดหวังที่มาร่วมงาน เส้นทางวิ่งโอเคเลยสำหรับทาง 10K และ 25K ปีหน้าคิดว่าจะมากันอีกแน่นอนครับ และคิดว่าระยะทางที่วิ่งก็น่าจะเพิ่มขึ้นจากปีนี้ด้วย (เชียร์ชุนให้วิ่ง 100K solo อยู่) วิ่งเทรลนี่มันสนุกจริงๆ นะครับ 🙂

ถ่ายรูปหมู่ตามธรรมเนียม

ข้อดี
– มีการจัดการโดยรวมที่ดี
– จุดให้น้ำและเกลือแร่ตรงกับที่ระบุไว้ (ประมาณทุก 3.5K)
– น้ำดื่มและเกลือแร่มีให้บริการอย่างเพียงพอตลอดเส้นทางวิ่ง
– เส้นทางวิ่ง(10K) มีภูมิประเทศหลากหลาย วิ่งสนุก
– มี Course Naviagtion ให้ศึกษาก่อนวิ่งที่ เพจ TNF100 Thailand
– อาหารและผลไม้มีให้ทานหลากหลาย ให้บริการอย่างเพียงพอ
– เสื้อวิ่งงานนี้เนื้อผ้าดีมาก ใส่วิ่งสบาย
(เป็นเสื้อของ The North Face แค่เสื้อก็คุ้มค่าสมัครแล้วครับ)

ข้อเสีย
– การบอกทางน่าจะมีป้ายลูกศรที่ละเอียดกว่านี้

Tagged with: , , , , , , ,

'เมนท์ที่นี่จ้า