รีวิว Altra Paradigm 1.5

ถ้าพูดถึงการวิ่งอัลตร้าเทรลหรืออัลตร้ามาราธอน สิ่งหนึ่งที่จะพบเห็นได้มากขึ้นเรื่อยๆ ก็คือรองเท้าวิ่งที่พื้นหนาพิเศษในกลุ่ม Maximum Cushion หรือที่เรียกกันติดปากว่ารองเท้า Maximalist นั่นเองครับ ซึ่งแบรนด์รองเท้าหน้ากว้างเจ้าดังอย่าง Altra ก็ไม่ยอมที่พลาดขบวนพาเรดรองเท้าพื้นหนานุ่มนี้เช่นกัน ก็เลยผลิตออกมาจำหน่าย 2 รุ่นคือ Olympus 1.5 และ Paradigm 1.5 รองเท้าวิ่งถนนที่จะมารีวิวให้อ่านกันในวันนี้ครับ

เปิดกล่อง Paradigm 1.5

แต่ก่อนนั้น Altra จะมีรองเท้าเทรลอยู่แค่ 2 รุ่น โดยเป็นรองเท้าแบบ light cushion กับ moderate cushion ครับ คือ Superior กับ Lone Peak (ประวัติย่อๆ ของแบรนด์ Altra คลิกอ่านได้ที่ รีวิว Altra Instinct 1.5 ครับ) ส่วนรองเท้าวิ่งถนนพื้นหนาที่สุดในช่วงนั้นก็จะเป็นรุ่น Torin (moderate cushion)

จนช่วงปลายปี 2013 กระแสรองเท้าวิ่ง minimalist เริ่มแผ่วลงและกระแส maximalist ที่มีหัวหอกคือ Hoka One One เป็นผู้นำเทรนด์ค่อยๆ แรงขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในหมู่นักวิ่งอัลตร้าเทรล หลายแบรนด์ก็เริ่มออกรองเท้าที่มี cushion หนาพิเศษของตัวเองออกมาบ้าง ไม่ว่าจะเป็น Brooks Transcend, New Balance Fresh Foam, Skechers GOrun Ultra, Puma Faas 1000 และอีกมากมาย (แถม adidas Ultra Boost อีกรุ่นมาทีหลังไปหน่อย)

ท่ามกลางกระแส maximalist ที่ถาโถมเข้าสู่ตลาดรองเท้าวิ่ง Altra ก็ผลิตรองเท้าหนานุ่มออกมาบ้าง 2 รุ่น คือ Olympus สำหรับวิ่งเทรล และ Paradigm (อ่านว่า พา-รา-ดาม) สำหรับวิ่งถนน ซึ่งตอนเริ่มวางขายก็เรียกเสียงฮือฮาได้พอสมควรเพราะมี cushion ที่หนามาก (30+ มม.) เทียบเท่ารองเท้าพื้นหนาพิเศษหรือที่เรียกว่ากลุ่ม ultra size ของ Hoka เลยทีเดียว บางคนถึงกับออกปากว่า Paradigm นี่แหละที่จะมาเป็น Hoka Killer ด้วยข้อได้เปรียบหลักคือ toebox กว้าง เพราะถ้าใครเคยใช้ Hoka ก็คงจะรู้กันนะครับว่ารองเท้าของ Hoka นั้นมี toebox แคบแทบทุกรุ่น เสมือนออกแบบมาให้นักวิ่งที่เท้าเรียวสวยใส่เท่านั้น (แต่จากที่ลองใส่เทียบกันก็ไม่ได้ขนาดเป็น Hoka Killer หรอกครับ เพราะการออกแบบค่อนข้างต่างกัน ความรู้สึกตอนวิ่งก็ต่างกัน คงแล้วแต่คนใส่มากกว่าว่าจะชอบแบบไหน)

Altra Paradigm 1.5 เทียบกับ Hoka Clifton

ส่วนประกอบและวัสดุของ Altra Paradigm 1.5

วัสดุที่ใช้ทำ upper เป็นผ้า mesh ชั้นเดียวค่อนข้างแห้งเร็วและระบายอากาศได้ดีทำให้ไม่ค่อยอับเวลาใส่วิ่งนานๆ ผมเคยใส่วิ่งตากฝนตัวรองเท้าแห้งเร็วใช้ได้เลยครับ (พอฝนหยุดตกวิ่งไปสักพักกลายเป็นรองเท้าเริ่มแห้งแต่ถุงเท้าข้างในยังเปียกอยู่ -*-) บริเวณด้านหน้าเสริมแผ่นยางสังเคราะห์บริเวณ toe guard และติดแถบฟิล์มรอบตัวรองเท้าเพื่อเสริมความแข็งแรงของ upper (แถบสีเขียวอ่อน)

upper และ toe guard

ด้านข้าง

ติดฟิล์มเดินเส้นรอบรองเท้า

เรื่องความกว้างของ toe box คงไม่ต้องพูดถึงล่ะกันครับเพราะมันกว้างมากอย่างกับห้องบอลรูมเลยทีเดียว ตรงลิ้นรองเท้ามีการเสริมฟองน้ำแต่ไม่หนามาก แค่พอช่วยลดแรงกดกับหลังเท้าสำหรับคนที่ชอบรัดเชือกรองเท้าแน่นๆ ส่วนตะเข็บด้านในรองเท้าก็เย็บได้ดูแข็งแรงดี บริเวณส้นรองเท้าเสริมฟองน้ำค่อนข้างหนา รู้สึกค่อนข้างนุ่มเวลาส่วมใส่หลังจากลองวิ่งไปประมาณ 140k ผมไม่เจอปัญหารองเท้ากัดบริเวณส้นแต่อย่างใดครับ

รูร้อยสายรองเท้า

ลิ้นรองเท้า

ตะเข็บด้านใน toe box (upper โปร่งมาก)

ส่วนตรง heel cup มีการเสริมความแข็งแรงด้วยการขึ้นรูป EVA foam ให้ขึ้นมาซัพพอร์ทส้นเท้า (โฟมสีดำ) แทนการเสริมด้วยแผ่นพลาสติคข้างในส้นแบบที่รองเท้าวิ่งทั่วไปใช้กัน ทำให้ heel cup โดยรวมนุ่มเพราะไม่มีวัสดุแข็งมาเสริมทำให้เวลาวิ่งแล้วรู้สึกสบายส้นดีครับ

ส้นรองเท้า

ส้นรองเท้า

ตะเข็บบริเวณส้น

heel cup

มีข้อสังเกตอย่างหนึ่งก็คือ upper ของ Paradigm ไม่มีฟิล์มรีเฟลกสำหรับสะท้อนแสงตอนกลางคืนครับ จะว่าแถบเขียวอ่อนด้านข้างเป็นแถบสะท้อนแสงก็ไม่น่าจะใช่เพราะเวลาโดนแสงไฟในที่มืดมันก็ไม่ได้สว่างชัดเจนเหมือนพวกเสื้อเซฟตี้ ลองเทียบกับรองเท้าอื่นที่ผมเคยรีวิวในรูปดูได้ครับ (หวังว่ารุ่น 2.0 แถบสะท้อนแสงจะเจิดจ้ากว่านี้)

การสะท้อนแสงในที่มืด

แผ่นรองด้านใน

มาดู midsole ที่ถือเป็นจุดเด่นของรุ่นนี้กันบ้างครับ เริ่มจากแผ่นรองด้านในจะเป็น EVA foam ค่อนข้างนุ่ม ในส่วน midsole ก็ยังคงเป็นแบบ FootShape toe box อยู่เหมือนรุ่นอื่นๆ ของ Altra (ออกแบบ toe box ตามรูปเท้าของคนจริงๆ) ประกอบไปด้วยชั้นโฟม 2 ชั้น (dual layer) โดยด้านบนเป็นโฟม A-Bound ลิขสิทธิ์ของ Altra กับชั้นล่างเป็น EVA foam รวมกันแล้วก็หนาประมาณ 34 มม. ครับ cushion กันได้เต็มที่ไปเลย

midsole ของ Paradigm 1.5

เทียบ GOrun กับ Paradigm

flexibility น้อยเพราะความหนา

มาต่อกันที่ outsole ซึ่ง Altra ก็ยังใช้รูปแบบที่เรียกว่า FootPod ที่ออกแบบลายของ outsole ให้เข้ากับรูปแบบของกระดูกเท้าของเรา มีการเสริมยางแข็งตรงจุดที่สึกง่าย (ยางสีเขียวอ่อน) และมีการเดินเส้นลาย outsole เป็นร่องลึกซึ่งช่วยเพิ่มเรื่องการยึดเกาะเวลาวิ่งได้ดีครับ

outsole ของ Paradigm 1.5

outsole ของ Paradigm 1.5

การใช้งาน Altra Paradigm 1.5

ถ้าได้อ่าน blog ผมมาตั้งแต่สมัยแรกๆ ก็จะทราบนะครับว่าผมมาทางสาย barefoot/minimalist มาตั้งแต่ช่วงเริ่มวิ่งใหม่ๆ ดังนั้นมันก็น่าสงสัยใช่มั้ยครับว่าแล้วทำไมถึงมาซื้อรองเท้า maximalist ที่เปรียบเสมือนเป็นคนละขั้วกับ minimalist ล่ะ เรื่องมันก็เริ่มมาจากที่ผมเริ่มวิ่งอัลตร้าเทรลนั่นแหละครับ จนถึงวันที่เขียนรีวิวนี้ผมวิ่งอัลตร้าเทรล 50k มาแล้ว 4 ครั้ง (DNF ครั้งแรก แล้วก็จบ 3 ครั้ง) ปัญหาหลักของผมคือเรื่องเท้าระบมครับ

จากที่วิ่งแบบ minimalist มา 2-3 ปี กล้ามเนื้อส่วนอื่นที่นักวิ่ง minimalist มักจะมีปัญหากันไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อน่อง, สะโพก หรือ ต้นขา มันพัฒนาขึ้นจนเดี๋ยวนี้มีปัญหาน้อยมาก ยกเว้นฝ่าเท้าที่ยังคงระบมถ้าวิ่งต่อเนื่องนานๆ โดยมากจะเริ่มปวดหลังวิ่งนานเกิน 6 ชม. ไม่ว่าจะวิ่งถนนหรือเทรล (อาจจะเพราะผมไม่ค่อยบริหารฝ่าเท้าด้วยหรือพูดตรงๆ ก็คือขี้เกียจนั่นเอง) เท้าระบมนี่ไม่ใช่เป็นรองช้ำนะครับมันจะปวดระบมที่ฝ่าเท้าเฉพาะตอนวิ่ง แต่พอวิ่งเสร็จพักสักวันก็หายไม่ได้เป็นเรื้อรังเหมือนรองช้ำ

ใส่วิ่งงาน Relentless 24 ชม.

แล้วช่วงต้นเดือน พ.ย. ที่ผ่านมาผมไปวิ่งงาน Relentless Endurance Race 24 ชม. ซึ่งมีชาเลนจ์ในกลุ่มเพื่อนนักวิ่งที่ไปด้วยกันว่าต้องวิ่งให้ได้ 100k ภายใน 24 ชม. ผมตระหนักแล้วว่าวิ่งนานขนาดนี้เท้าระบมมาแน่นอนก็เลยตัดสินใจสอย Paradigm 1.5 มาใช้เลย ใส่ซ้อมเกือบ 40k แล้ววันวิ่งจริงก็ใส่วิ่งไป 87-89k สลับบางช่วงกับ Newton Gravity 4 จนจบได้ระยะครบ 100k เรียกว่าผมวิ่งจบ 100k แรกในชีวิตโดยเท้าไม่ระบมมากเพราะเจ้า maximalist คู่นี้แหละครับ

outsole ค่อนข้างทนกว่าที่คิด

การวิ่งบนถนน : เวลาใส่วิ่งถนนนี่ให้ความรู้สึกนุ่มๆ แต่ไม่ได้นุ่มมากแบบ Skechers นะครับ นุ่มแบบเฟิร์มๆ หน่อย ใส่แล้ววิ่งไปได้เรื่อยๆ แต่สิ่งที่นักวิ่งที่มาจากสาย minimalist น่าจะไม่ชอบกันก็คือ responsive ต่ำมาก แทบจะไม่ได้รับแรงส่งจากพื้นเลยเวลาวิ่ง ก็ต้องถือว่าเป็น trade-off เพื่อแลกกับ cushion มหึมาขนาด 34 มม. แหละครับ

สำหรับเรื่องท่าวิ่งถ้าเราวิ่ง forefoot/midfoot อยู่แล้วไม่ค่อยมีผลอะไรมากนักนอกจากแค่รู้สึกว่าพื้นมันหนา สิ่งที่น่าแปลกใจของรองเท้าคู่นี้คือ outsole ที่ลายดูเหมือนจะไม่มีอะไรพิเศษเท่าไหร่ แต่พอใส่วิ่งจริงแล้วมันเกาะถนนดีมากผิดคาดทั้งถนนแห้งและเปียก วิ่งตากฝนแทบไม่ลื่นเลย ถ้าใส่วิ่งถนนอย่างเดียว outsole ดูแล้วสึกไม่เร็วคิดว่าน่าจะใช้ได้นานอยู่ครับ

การวิ่งทางเทรล : ผมยังไม่เคยใส่วิ่งเทรลแต่ตั้งใจว่าจะใช้คู่นี้วิ่งเทรลด้วย เพราะถึงแม้ว่าจะเป็นรองเท้าวิ่งถนนแต่ด้วยรูปแบบ cushion และลายที่ลึกของ outsole ผมคิดว่าสามารถใส่วิ่งเทรลได้ครับ ถ้าดูจากข้อมูลจากเวบไซท์ Altra เองก็มีบอกอยู่เหมือนกันว่าใส่วิ่งเทรลได้

ข้อมูลจากเวบไซท์ของ Altra

หลายคนอาจสงสัยว่าแล้วรุ่น Olympus ล่ะมันเป็นรุ่นเทรลไม่ใช่เหรอ ใช่แล้วครับ Olympus ออกแบบมาเพื่อใช้วิ่งเทรลโดยเฉพาะ แต่ก็ยังมีบางคนใส่ Paradigm วิ่งเทรลเพราะว่า ข้อแรกเบากว่า (Paradigm) 9.7 oz vs 12.2 oz (Olympus) ข้อสองระบายอากาศดีกว่า (Paradigm มี upper บางกว่า) แต่แน่นอนว่าจะมีข้อเสียตามมาด้วย เช่น upper บางมากเกิดการเสียหายได้ง่ายถ้าเป็นทางเทรลแบบ technical trail, ส่วน toe guard เป็นยางสังเคราะห์แบบบางอาจป้องกันเรื่องการเตะหินได้ไม่ดีนัก หรือ outsole จะสึกเร็วมากเพราะมีส่วนที่เป็นยางแข็งอยู่น้อย เรื่องใส่ Paradigm วิ่งเทรลลองดูวิดิโอของชาแนล UltraLeap ข้างล่างนี้ดูครับ เค้าสรุปและรีวิวมาเรียบร้อยแล้ว (คือถ้าไม่ซีเรียสเรื่องรองเท้าพังเร็วก็ใส่วิ่งเทรลได้นั่นเองครับ)

ข้อสังเกตและข้อสรุป

จากที่ได้ใส่รองเท้า maximalist คู่แรกนี้วิ่งไป 140 กว่ากิโล โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าเรื่อง cushion นี่ดีเลยนะครับช่วยให้ผมจบ 100k แรกได้แบบไม่สาหัสมาก 😀 รองเท้าเป็น zero drop ทำให้ไม่ค่อยส่งผลอะไรมากต่อท่าวิ่งนอกจากต้องปรับตัวเรื่องพื้นรองเท้าที่มันหนาขึ้น เวลาใส่วิ่งค่อนข้างสบายแต่เนื่องจากโดยรวมแล้ว cushion จะค่อนข้างนุ่ม ทำให้บางครั้งเวลาวิ่งแล้วอาจรู้สึกเมื่อยเท้าได้บ้างเหมือนกัน

upper ย่น

อีกเรื่องที่ผมคิดว่าเป็นปัญหาคือ upper ครับ ถึงจะบางและระบายอากาศได้ดีแต่ว่าผมคิดว่ามันชิ้นใหญ่ไป (เวบ GingerRunner ใช้คำว่า too much upper) เลยทำให้ upper มีอาการพับย่น ซึ่งตรงรอยพับนี่แหละที่จะไปเสียดสีกับเท้าเวลาวิ่ง ช่วงแรกตอนเริ่มวิ่งจะรู้สึกน่ารำคาญแต่วิ่งไปสักพักจะชิน ถ้าใส่ถุงเท้าหนาหน่อยจะไม่ค่อยรู้สึกมาก (ไม่ได้เสียดสีจนเท้าพองนะครับแต่ออกแนวเสียดสีแบบน่ารำคาญเฉยๆ) รุ่นต่อไปถ้าใช้ upper แบบ Altra One 2.5 คิดว่าน่าจะดีกว่านี้ครับ

โดยรวมแล้ว Paradigm 1.5 เป็นรองเท้าที่เหมาะกับการวิ่งระยะไกลๆ ครับ cushion ของรองเท้าทำงานได้ดีช่วยลดการระบมของฝ่าเท้าสำหรับคนที่กล้ามเนื้อและเอ็นฝ่าเท้ายังไม่แข็งแกร่งมาก หรือจะใช้เป็นรองเท้าวิ่ง recovery วันหลังจากงานวิ่งหนักๆ ก็โอเคอยู่เหมือนกัน สำหรับคนตัวใหญ่, น้ำหนักมาก, วิ่งช้า Paradigm 1.5 ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีอีกรุ่นครับ ผมลองให้เพื่อนใส่วิ่งดู (172 ซม./90 กก.) ปรากฎว่าเพื่อนชอบมากครับบอกว่าใส่วิ่งสบายดีเพราะนุ่มและหน้าเท้ากว้าง สำหรับรายละเอียดอื่นๆ สอบถามได้จากเพจ Altra Running Thailand ครับ

Paradigm 1.5 ในมุมต่างๆ

Pros

  • รูปทรงของ midsole รองรับลงเท้าทุกแบบ
  • ใช้วัสดุและมีการตัดเย็บดี
  • น้ำหนักไม่มาก (เมื่อเทียบกับขนาดรองเท้า)
  • ระบายอากาศดีใส่สบาย
  • cushion หนานุ่มช่วยลดภาระของฝ่าเท้า

Cons

  • upper พับย่นทำให้เสียดสีกับเท้า
  • มี responsive ในการวิ่งน้อย
  • ราคาค่อนข้างสูง

Tagged with: , , , , , , , , , , , ,

'เมนท์ที่นี่จ้า