Pose Running

Pose Running

การวิ่งแบบ Pose Running นี่จริงๆ แล้วมาจากกระบวนการฝึกสอนที่เรียกว่า Pose Method ซึ่งเป็นกระบวนการในการฝึกสอนเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของมนุษย์ในการกีฬา ซึ่งคิดค้นขึ้นมาช่วงปี 70’s โดยนักวิทยาศาสตร์/อาจารย์/โค้ชชาวรัสเซียชื่อ Dr. Nicholas S. Romanov และในปี 80’s มีการนำไปประยุกต์ใช้ในการฝึกซ้อมนักกีฬาชาวรัสเซียและให้ผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยม

หลังจากนั้นก็เริ่มแพร่หลายออกไปและมีการนำไปใช้ในการฝึกซ้อมนักกีฬาอีกหลายประเทศ ถ้าต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมลองไปอ่านดูในเวบไซท์ของ Pose Method ดูนะครับที่ PoseTech.com โดย Pose Method นี่สามารถนำมาประยุกต์เป็น Pose Technique ในกีฬาได้หลากหลายอย่างนะครับที่มีบอกไว้ในเวบไซท์ตอนนี้ก็มีดังนี้ครับ

  • วิ่ง (Pose Running Technique)
  • ว่ายน้ำ (Pose Swimming Technique)
  • จักรยาน (Pose Cycling Technique)
  • ไตรกีฬา (Pose Triathlon Technique)
  • สปีดสเก็ตติ้ง (Pose Speed Skating Technique)
  • สกี (Pose Skiing Technique)
Pose Tech logo
โลโก้ของ Pose Tech

มาว่ากันเฉพาะเรื่องวิ่งนะครับ Pose Running การวิ่งแบบนี้จะเป็นการวิ่งแบบ forefoot strike ครับ โดยจะก้าวเท้าลงพื้นในส่วนที่เรียกว่า Ball of Foot (แต่บางเวบก็เรียกการวิ่งลง ball of foot ว่า midfoot strike ครับ ผมก็งงเหมือนกันตกลงยังไงกันแน่ แต่ที่แน่ๆคือจะไม่ลง heel strike แน่นอนครับ) ส่วนที่เรียกว่า ball of foot ก็ดูตามภาพด้านล่างนี่เลยครับ

Ball of Foot
Ball of Foot คือตรงสีแดงครับ (ภาพจาก footpoint.com.au)

การวิ่งแบบ pose ก็จะวิ่งโดยให้เท้าลงพื้นตำแหน่งใต้ตัวเราเหมือน barefoot running ครับ โดยจังหวะยกขาขึ้นจะเป็นการยกเข่าขึ้นมาข้างหน้า (Pulling) ไม่ใช่เหวี่ยงเท้าไปข้างหลัง และจะมีการเอียงตัวไปด้านหน้า (Leaning) ในการวิ่งด้วย การฝึกก็เริ่มจากวิ่งอยู่กับที่ก่อนครับ ลองทำตามในคลิปนี้ดูครับ

การวิ่งแบบ pose สำหรับใครที่เพิ่งหัด(เช่นผมเป็นต้น) ก็มีข้อควรระวังนะครับ การวิ่ง forefoot strike แรงกระแทกที่เข่าจะลดลงครับแต่มันจะไปหนักที่น่อง(calf) ขึ้นมากเลย ค่อยๆ วิ่งไปนะครับอย่าโหมอาจจะทำให้น่องบาดเจ็บได้ (ตอนนี้ผมเจ็บอยู่ -*-) และเนื่องจากการวิ่งแบบ pose จะมีรอบขาต่อนาที(cadence) ที่ 180 spm ซึ่งเป็นการก้าวเท้าที่ค่อนข้างถี่ สำหรับใครที่เริ่มหัดอาจจะมีปัญหาวิ่งช้าแล้วมันฝืนๆ ไม่เป็นธรรมชาติ หรือวิ่งๆ ไปแล้วกลับมาวิ่งท่าเดิมของที่เราเคยวิ่ง อันนี้ไม่เป็นไรครับค่อยๆ ฝึกไป หาจังหวะที่เหมาะกับสรีระของเรา ถ้ามีเพื่อนช่วยดูหรือถ่ายวิดิโอท่าวิ่งของเราด้วยยิ่งดีครับจะได้แก้ไขท่าได้ถูกจุด ตัวผมก็วิ่ง pose ได้ไม่นานยังท่าทางเพี้ยนๆ บางทีก็ดูไม่เป็นธรรมชาติ ตอนนี้ก็เน้นว่าให้มันเป็น forefoot/midfoot strike แล้วก็เรื่อง pulling เข่าเป็นหลักอ่ะครับ ซึ่งสำหรับผมนอกจากเรื่องเจ็บน่องแล้วเนี่ยผลที่ได้นี่ดีมากเลยครับ เข่าผมเจ็บน้อยลงเยอะเมื่อเทียบกับ heel strike ครับ ^^

Tagged with: , ,

2 Comments on “Pose Running

  1. รบกวนสอบถามนิดนึงครับ หัดวิ่งแบบpose ตอนนี้คือไม่ลงส้นแล้ว แล้วต้องฝึกอย่างไรต่อครับ แล้วถ้าไม่ลงส้นแล้วยังมีโอกาสที่จะวิ่งผิดอีกหรือเปล่าครับ

    • พอวิ่งคอนเซปแบบ Pose ได้แล้วผมคิดว่าต่อไปคือค่อยๆ ปรับท่าทางให้เหมาะสมกับตัวเราครับ อย่างตัวผมเองตอนเริ่มก็วิ่ง forefoot แต่วิ่งไม่ลงส้นเลยนานๆ แล้วเริ่มมีอาการเจ็บหลังเท้า ตอนนี้เลยปรับมาเป็นลงเท้าแบบ midfoot (ลงเต็มเท้า) แทนรู้สึกว่าเหมาะกับตัวเองมากกว่า

      ปล. ตอนนี้ใช้ผมใช้แนวทางการวิ่งแบบ barefoot running / natural running มากกว่า pose running ครับ

Leave a Reply to Tum Cancel reply