เทรนด์รองเท้าวิ่ง (ตอน 1)

เทรนด์รองเท้าวิ่ง (ตอน 1)

เนื่องจาก ณ วันนี้การวิ่งมีเทคนิคการวิ่งที่หลากหลายขึ้น ดังนั้นรองเท้าวิ่งก็เลยมีหลากหลายแบบกว่าเดิม รองเท้าวิ่งแบบดั้งเดิมหลายคนจะเรียกว่าแบบ Traditional ก็คงไม่ต้องอธิบายกันมากมายนะครับก็รองเท้าวิ่งส้นหนา ที่เราพบเห็นกันทั่วไปนั่นแหละครับรองเท้าแบบ traditional นี่จะออกแบบมาเพื่อรองรับแรงกระแทกที่ส้น (heel strike) พื้นรองเท้าบริเวณส้นก็เลยหนากว่าส่วนกลางหรือปลายเท้า

ความต่างระหว่างความหนาพื้นรองเท้าระหว่างช่วงส้นและช่วงปลายเท้าจะเรียกว่า Heel-to-Toe Drop หรือ Heel Drop หรือ Offset นะครับ อย่างเช่นในรูปด้านล่าง ส้นสูง 16 mm. ปลายเท้าสูง 10 mm. รองเท้าคู่นี้ก็จะมี heel drop 6 mm.

Heel to Toe Drop
ภาพจาก iancorless.org

ซึ่งค่าของ heel drop เนี่ยระยะหลังจะมีผลกับการเลือกรองเท้าวิ่ง เพื่อให้เหมาะกับเทคนิคการวิ่งที่ใช้ของนักวิ่งแต่ละท่านครับ

อย่างที่บอกในตอน Barefoot Running นะครับว่าเริ่มมีคนนิยมวิ่งมากขึ้น แต่การวิ่งเท้าเปล่าบางทีก็ค่อนข้างอันตรายจากเศษหินหรือสิ่งของบนพื้นที่อาจจะทิ่มตำหรือบาดเท้าได้ จึงเริ่มมีรองเท้าเฉพาะสำหรับ barefoot เข้ามาทำตลาด แบบที่แนวที่สุดก็น่าจะเป็น Huaraches Sandals ซึ่งแก้ปัญหาอันตรายจากการวิ่ง barefoot ได้ตรงตัวที่สุดคือ เป็นรองเท้าแตะที่เอาแผ่นยางมาแปะไว้ที่เท้าแล้วร้อยเชือกพอไม่ต้องมีอะไรเยอะ ดูแล้วละม้ายคล้ายๆ รองเท้าพวกชนเผ่านะครับ

Invisible Shoes
Huaraches Sandals เป็นรองเท้าวิ่งที่จ๊าบโบ๊ะจริงๆ (naturalrunningcenter.com)

แต่ที่ดังสุดสำหรับ barefoot ก็คงไม่พ้น Vibram FiveFingers รองเท้าที่มีห้านิ้วนั่นเองครับ น่าจะเคยเห็นฝรั่งใส่เดินตามรถไฟฟ้าบ้างนะครับ คู่นี้นี่ให้ความรู้สึกที่เหมือนเท้าเปล่าแน่นอนสามารถถ่างนิ้วเท้าได้อิสระ cushion แทบจะไม่มีเลย แล้วก็เด่นที่ outsole เป็นยางที่สุดแสนจะหนึบและทนทานของ Vibram เอง (จริงๆ แล้วก่อนจะทำรองเท้าห้านิ้วเนี่ย Vibram ก็มีชื่อเสียงอยู่แล้วนะครับในการเป็นบริษัทผลิดยางสำหรับทำ outsole รองเท้า)

Vibram FiveFingers

เนื่องจาก FiveFingers มีรูปทรงที่แนวและบางคนอาจจะไม่ชอบถ่างนิ้วเท้าตอนวิ่ง ผู้ผลิดรายอื่นก็เลยเริ่มผลิตรองเท้าวิ่งที่มีรูปทรงปกติสำหรับ barefoot running ขึ้นมาทำตลาด โดยจะมี heel drop เท่ากับ 0 (Zero Drop) หรือมีความสูงเท่ากันทั้งเท้า และจะเป็นรองเท้าที่พื้นไม่ค่อยหนา cushion ไม่ค่อยมี (ฝรั่งเรียกรองเท้าแบบ Low Profile) ดูเป็นรองเท้าแบบพอเพียง ภายหลังจึงเรียกรองเท้าประเภทนี้ว่ารองเท้าวิ่งแบบ Minimal แล้วระยะหลังก็เริ่มจะรวมการวิ่งแบบ barefoot เข้าไปด้วยแล้วก็เรียกรวมกันว่า Minimalist Running รองเท้าที่เด่นๆ ในกลุ่มนี้ก็เช่น New Balance Minimus Zero , Merrell Sonic Glove , adidas AdiPure Adapt เป็นต้น

Tagged with: , , ,

3 Comments on “เทรนด์รองเท้าวิ่ง (ตอน 1)

  1. อยากทราบว่า Minimalist Running กับ barefoot running คืออย่างเดียวกันใช่มั๊ยครับ ส่วนใหญ่เค้าใช้คำไหนมากกว่ากัน อย่างการเรียกประเภทของรองเท้าเรียกว่า barefoot หรือ minimal ครับ…

    • ตามความเข้าใจของผม minimalist น่าจะกลุ่มใหญ่กว่า barefoot ครับ minimalist เป็นรองเท้าวิ่งที่ชิ้นส่วนน้อยเรียบง่าย cushion บางกว่ารองเท้าวิ่งปกติแต่รองเท้าที่เรียกตัวเองว่า minimalist อาจจะไม่ได้ความรู้สึกการวิ่งแบบ barefoot ก็ได้ครับ เช่น Brooks PureConnect , Altra Superior , Skechers GO run พวกนี้เป็น minimalist แต่ผมว่าไม่ใช้ barefoot shoes ครับ

      แต่ถ้ารองเท้ารุ่นไหนจั่วหัวมาว่าเป็น barefoot ก็เรียกรวมอยู่ในกลุ่ม minimalist ได้เหมือนกันครับ แต่ส่วนใหญ่พื้นจะบางกว่ารองเท้าปกติมาก มีความยืดกว่า และหน้าเท้ากว้างกว่า ออกแบบมาให้มีความรู้สึกในการวิ่งและให้ใช้ท่าวิ่งใกล้เคียงกับการวิ่งด้วยเท้าเปล่าจริงๆ ครับ เช่น Vibram FiveFingers , VIVOBAREFOOT , Skora ครับ

'เมนท์ที่นี่จ้า