รีวิว Saucony Kinvara 7

SR  สวัสดีครับวันนี้มีรองเท้าวิ่งมารีวิวให้อ่านกันอีกแล้ว โดยรองเท้ารุ่นที่จะมาพูดถึงกันในวันนี้ก็คือ Saucony Kinvara 7 นั่นเอง สำหรับรองเท้าในตระกูล Kinvara นี้มีจุดเด่นที่สำคัญเลยคือความเบาและ heel drop ที่ต่ำเพียง 4 mm. ถ้าจะบอกว่าเป็นรองเท้าวิ่งรุ่นที่ฮิตที่สุดของ Saucony ในเมืองไทยก็น่าจะไม่ผิดนัก

โลโก้ของ Saucony

Saucony เป็นบริษัทรองเท้ากีฬาสัญชาติอเมริกันก่อตั้งเมื่อปี 1898 ซึ่งนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา Saucony แทบจะเรียกได้ว่าเน้นทำแต่รองเท้าวิ่งเท่านั้น (racing, running, and walking) สำหรับชื่อที่เรียกยากๆ ของแบรนด์นั้นก็มาจากภาษาของชาวอินเดียนพื้นเมืองคำว่า saconk แปลว่าจุดที่แม่น้ำสองสายบรรจบกัน (โลโก้เก่าของ Saucony จะเป็นเส้นสองขีดคล้ายๆ แม่น้ำสองสาย)

Kinvara 7 สี Olive/Black

เมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้วผมเคยรีวิว Saucony Kinvara 3 ไปนะครับ ก็ถือว่าเป็นรองเท้าวิ่งที่ดีระดับต้นๆ ในบรรดารองเท้าวิ่งที่เคยใช้มาเลย หลังจากใช้อยู่จนปลดระวางผมก็ใช้รองเท้าวิ่งเปลี่ยนไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเมื่อเดือนที่แล้ว ทาง Saucony Thailand ก็ได้ส่ง Kinvara 7 คู่นี้มาให้ทดสอบ ต้องขอขอบคุณ Saucony Thailand ด้วยนะครับ 🙂

ถ้าจะนับกันตั้งแต่ตอน Kinvara 3 ที่ผมเคยใช้มาจนมาถึงยุคของ Kinvara 7 สามปีที่ผ่านมา Saucony มีเทคโนโลยีเกี่ยวกับรองเท้าวิ่งที่เพิ่มขึ้นมาเด่นๆ อยู่ 2 อย่างนะครับคือระบบ ISOFIT และล่าสุดก็คือโฟม EVERUN สำหรับ ISOFIT นั้นเป็นการใช้ใช้ผ้า mesh เย็บ upper แบบชิ้นเดียวเหมือนถุงเท้าแล้วใช้แถบพลาสติกเย็บติดตั้งแต่ midsole ขึ้นมาทางด้านข้างเพื่อทำเป็นรูร้อยสายจุดเด่นคือช่วยเพิ่มเรื่องความกระชับเวลาสวมใส่

upper แบบ ISOFIT

ส่วน EVERUN นั้นเป็นวัสดุสำหรับทำ cushion แบบใหม่ที่ทาง Saucony บอกว่ามีความทนทานและมีคุณสมบัติเด่นที่สามารถส่งแรงกลับ (energy return) ได้มากถึง 83% พร้อมกับช่วยลดแรงกดที่ฝ่าเท้าในเวลาวิ่ง โดยรองเท้าที่ใช้ EVERUN ในตอนนี้จะมี 5 รุ่น คือ Triumph ISO 2 , Guide 9 , Hurricane ISO 2 , Peregrine 6 และ Kinvara 7

การใช้ EVERUN ในรองเท้าของ Saucony

Saucony Kinvara 7

รองเท้ารุ่นนี้เป็นรองเท้าในกลุ่ม Neutral/Trainer ตัวรองเท้าใช้วัสดุและมีการตัดเย็บค่อนข้างดี upper เป็นผ้า mesh สองชั้นโดยที่ชั้นนอกจะค่อนข้างโปร่ง ส่วนด้านในผมคิดว่าน่าจะเป็นผ้า RUNDRY ของ Saucony ซึ่งมีจุดเด่นเรื่องแห้งเร็วและระบายอากาศได้ดี ดังนั้นถึงแม้ว่า upper จะใช้ผ้า mesh สองชั้นแต่เรื่องการระบายอากาศนั้นผมคิดว่า Kinvara 7 คู่นี้ยังทำได้ดีหายห่วงครับ (น่าเสียดายอยู่นิดหน่อยที่ไม่ได้ใช้ upper แบบ ISOFIT เต็มรูปแบบเหมือนรุ่น Triumph ISO 2)

FLEXFILM และ upper เป็นผ้า mesh

upper และโลโก้ด้านใน

upper ด้านนอก

ในพื้นที่ของส่วนที่เป็น toebox ด้านหน้าจะเป็นการใช้ผ้าแบบไร้ตะเข็บ อาศัยการขึ้นรูปและเสริมความแข็งแรงของ upper ด้วยการใช้ฟิล์มความร้อนรีดติดเอาไว้เหมือนรุ่นก่อนหน้า (ทาง Saucony เรียกว่า FLEXFILM) ตะเข็บด้านในก็ดูเรียบร้อยดี ด้านข้างเป็นแถบโลโก้ Saucony รูปแบบการดีไซน์ upper ผมคิดว่าทำได้ดีกว่า Kinvara 3 เพราะค่อนข้างกระชับแต่ไม่บีบหน้าเท้า ผมมีหน้าเท้ากว้างน่าจะเกือบ 2E เวลาใส่วิ่งไม่รู้สึกว่าบีบหน้าเท้าเลยใส่สบายมาก

ตะเข็บด้านใน toebox

ตะเข็บที่ส่วนส้น

ตะเข็บที่กลางเท้า

เทียบรองเท้ากับเท้ากว้าง 2E

ลิ้นรองเท้าเสริมฟองน้ำไม่หนามากและเย็บติดไปกับ upper ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าด้านในของรองเท้าจะมีแถบพลาสติคเสริมอยู่ด้วย โดยจะเย็บติดกับ midsole ยาวมาถึงรูร้อยสายตรงหลังเท้า แถบพลาสติกนี้เรียกว่า PRO-LOCK ซึ่ง Saucony เริ่มใช้มาน่าจะตั้งแต่ Kinvara 5 (ประมาณ ISOFIT ย่อส่วน) ช่วยเพิ่มความกระชับเวลาใส่โดยที่ไม่ได้ทำให้รู้สึกเสียดสีในขณะกำลังวิ่งครับ

ลิ้นรองเท้า

ลิ้นรองเท้าเย็บติดกับด้านใน

แถบ PRO-LOCK ด้านข้าง

บริเวณส้นรองเท้าบุฟองน้ำไม่หนามากส่วนด้านในก็จะใช้ผ้า RUNDRY เช่นกันครับ หลังจากใส่วิ่งมา 100 กม. ผมยังไม่เคยมีปัญหารองเท้ากัดนะครับค่อนข้างใส่สบายเลยทีเดียว ด้านนอกจะมีแถบสะท้อนแสงเล็กๆ (เป็นแถบสะท้อนแสงจุดเดียวที่มี)

ด้านในรองเท้าบุด้วยผ้า RUNDRY

แถบสะท้อนแสงบริเวณส้น

แถบสะท้อนแสงตอนกลางคืน

ในส่วน midsole นั้น Kinvara 7 ยังคงมี heel drop (หรือบางคนเรียกว่า offset) 4 mm. เหมือนรุ่นก่อนหน้า พื้นด้านหน้าสูง 18 มม. ส่วนพื้นตรงส้นสูง 22 มม. (ดูวิดิโอการอธิบายเรื่อง heel drop ของรองเท้าวิ่งได้ตรงนี้ครับ >>คลิก<<) ใช้วัสดุหลักก็คือ SSL EVA (Saucony SuperLite EVA) กับ EVA+ ซึ่งเป็น EVA foam น้ำหนักเบาของ Saucony ซึ่งเจ้าตัว EVA+ นี้จะเป็น cushion ที่ไม่ได้นิ่มมากจะออกไปทางแนวซัพพอร์ทเฟิร์มๆ ดังนั้นเวลาวิ่งก็เลยจะมี responsive ค่อนข้างดี

แต่สำหรับ EVERUN ซึ่งวัสดุชูโรงตัวใหม่ของ Saucony นั้น ใน Kinvara 7 จะมีอยู่แค่บริเวณส้นครับ (ไม่ได้เต็มฝ่าเท้าเหมือนรุ่น Triumph ISO 2 หรือ Guide 9) แผ่นรอง Sockliner ด้านในจะเป็นแผ่น EVA foam บางๆ โดยบุด้านบนด้วยผ้า RUNDRY เหมือนที่ใช้กับด้านในของรองเท้า

midsole ของ Kinvara 7

midsole ส่วนที่เป็น EVA+

แผ่นรองด้านใน

การที่ Kinvara 7 ใช้ EVERUN แค่บริเวณส้นนั้น ตามความเห็นส่วนตัวแล้วผมว่าสาเหตุส่วนหนึ่งน่าจะเป็นการออกแบบเพื่อลดน้ำหนักของรองเท้าและอีกเรื่องก็คือ Kinvara เป็นรองเท้าที่พื้นบางกว่ารุ่นอื่นๆ (ไลน์ Kinvara นี่เป็นรองเท้าที่ Saucony เริ่มผลิตออกมาตอนกระแสการวิ่ง minimalist กำลังบูม) ดังนั้นนักวิ่งส่วนใหญ่ที่ใส่ Kinvara จะเป็นนักวิ่งที่ลงเท้าแบบ forefoot/midfoot แต่ถ้าจะมีนักวิ่งที่ heelstrike (วิ่งลงส้น) อยากจะใช้ล่ะ ได้เลย…เสริม EVERUN ให้ที่ส้นช่วยรับแรง ส่วนคนที่วิ่ง forefoot/midfoot ก็อาจจะได้ประโยชน์เรื่องแรงส่งตอนยกเท้า (take off) นิดหน่อย

เรื่องความเบาของรองเท้านั้นน้ำหนักของรองเท้าไซส์ 9 US ชาย หนักแค่ 7.8 oz หรือประมาณ 221 กรัม (ส่วน Triumph ISO 2 ที่ใช้ EVERUN เต็มฝ่าเท้าหนัก 10.2 oz หรือประมาณ 289 กรัม) จะเห็นได้ว่ามีน้ำหนักพอๆ กับรองเท้าวิ่งสุดเบาอย่าง Skechers GO run 4 เลยครับ

ส่วนความแตกต่างของ midsole ระหว่าง Kinvara 3 ที่มีไม่มี EVERUN กับ Kinvara 7 ที่มี EVERUN นั้นต้องขอบอกตามตรงว่าผมไม่ค่อยรู้สึกสักเท่าไหร่ ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะผมวิ่ง midfoot ก็เลยอาจจะไม่ค่อยรู้สึกเพราะ EVERUN นั้นใส่ไว้ตรงส้น ที่สังเกตความแตกต่างได้ค่อนข้างชัดคือ midsole ของ Kinvara 7 จะเฟิร์มขึ้นก็เลยมี responsive ของการส่งแรงจากพื้นมากกว่า Kinvara 3 เล็กน้อย

เทียบขนาด EVERUN ใน Kinvara 7 กับ Triumph ISO 2

รองเท้า flexible ค่อนข้างดี

ในส่วนของ outsole นั้นมีการเปลี่ยนลายของ lug ใหม่ จากลายสามเหลี่ยมที่เคยใช้มาตั้งแต่รุ่นแรกๆ จนถึง Kinvara 6 มาเป็นลาย zig-zag แทน ซึ่งหลังจากใส่วิ่งไปสักพักรู้สึกว่าลาย outsole แบบใหม่นี้เกาะพื้นได้ดีกว่าลายสามเหลี่ยมที่ใช้กับ Kinvara 3 ครับ พื้นที่ส่วนใหญ่ของ outsole ก็จะเป็นตัว midsole ที่ปั๊มลาย zig-zag เพื่อเป็นพื้นรองเท้าเลยและมีการเสริมด้วยยางแข็ง 2 แบบคือ IBR+ เป็นยางที่ Saucony บอกว่าเบากว่า blown rubber ทั่วไป 33% จะใช้ในบริเวณกลางเท้า ส่วนบริเวณปลายเท้าและส้นจะใช้ XT-900 ซึ่งเป็นยาง carbon rubber ที่แข็งแรงกว่า เวลาใส่วิ่งไปสักพักก็จะสังเกตได้ว่าช่วงกลางเท้าจะสึกเร็วกว่า (ถ้าวิ่ง midfoot นี่ยิ่งเห็นได้ชัดเลยครับ)

เทียบพื้น Kinvara 3 กับ 7

เสริม IBR+ (ที่กลางเท้า) XT-900 (ที่ปลายเท้าและส้น)

ยางคอมพาวด์ที่นิยมนำมาทำ outsole ของรองเท้าวิ่งจะมีอยู่ 2 อย่างนะครับ

blown rubber เป็นยางที่มีการอัดฟองอากาศเข้าไปตอนขึ้นรูป (โดยมีสูตรการทำหลายแบบแล้วแต่ผู้ผลิตแต่ละเจ้า) มีคุณสมบัติเด่นคือเบาขึ้น, นุ่มขึ้น, มีการยึดเกาะและความยืดหยุ่นมากขึ้นเมื่อเทียบกับยางทั่วไป แต่จะมีข้อเสียคือความทนทานต่ำกว่า

carbon rubber เป็นยางที่ผสมคาร์บอนเพื่อเพิ่มความแข็งแรง มีลักษณะค่อนข้างแข็ง มีความยืดหยุ่นและการยึดเกาะที่ด้อยกว่า blown rubber แต่มีข้อดีคือทนทานและสึกช้ากว่า

Ref: runningwarehouse.com

ถ้าดูโดยรวมแล้ว outsole มีการยึดเกาะค่อนข้างดีมากครับ แม้จะวิ่งบนถนนในตอนฝนตกก็ไม่ค่อยลื่น แต่ก็ยังคงมีข้อเสียแบบเดิมตรงที่ยางสึกค่อนข้างเร็ว (บริเวณที่เป็น IBR+ กับที่เป็น EVA+)

การวิ่งบนถนน

เริ่มกันตั้งแต่เรื่องการสวมใส่เลย upper กับ toebox นั้นกว้างขึ้นใส่สบายไม่บีบเท้า น้ำหนักรองเท้าเบาและระบายอากาศได้ดี ตอนผมใส่วิ่งวันแรกฝนตกพอดีก็เลยได้ลองทดสอบวิ่งตากฝนด้วยเลย ถนนลาดยางเปียกฝนนี่วิ่งสบายครับไม่ลื่น พอฝนหยุดวิ่งต่อรองเท้าแห้งค่อนข้างเร็ว (แต่ที่ยังรู้สึกว่าเท้าเปียกอยู่เพราะถุงเท้ามันอมน้ำครับ)

ใส่วิ่งตากฝนสบาย

ในตอนวิ่งตัวพื้น midsole ของรองเท้าจะไม่นุ่มมากค่อนข้างเฟิร์มทำให้มี responsive ในการวิ่งดีเลยทีเดียว heel drop ที่ต่ำ 4 mm. ทำให้นักวิ่งที่มีการลงเท้าแบบ forefoot หรือ midfoot วิ่งได้สบาย แต่เนื่องจากตัว EVERUN นั้นมีอยู่แต่ที่ส่วนส้น ดังนั้นนักวิ่ง forefoot / midfoot อาจจะไม่ค่อยรู้สึกถึงการเด้งของ EVERUN สักเท่าไหร่

พอวิ่งไปเกิน 100 กม. outsole ส่วนหน้าที่เป็น IBR+ จะเริ่มสึก แต่ด้วยการออกแบบลายของ midsole และ outsole ที่เป็นร่องลึกและกว้าง พื้นรองเท้าก็เลยยังคงเกาะถนนได้ดีอยู่แม้จะมี midsole บางส่วนเริ่มสึกไป

outsole หลังวิ่งไป 100k (ลงเท้าแบบ midfoot)

การวิ่งทางเทรล

หลังจากที่ได้ลองแล้วผมไม่แนะนำให้เอาไปใส่วิ่งเทรลครับ ตัว midsole / outsole คงจะไม่มีปัญหาอะไรมากนอกจากสึกเร็วขึ้น(กว่าเดิมเยอะ) แต่ตรงส่วน upper ที่ค่อนข้างโปร่ง อาจจะฉีกขาดได้ง่ายถ้าไปวิ่งเทรลสะดุดหินหรือเกี่ยวรากไม้อะไรประมาณนี้ ใช้งานรองเท้ากันให้ถูกประเภทดีกว่าครับ (รุ่นสำหรับวิ่งเทรล Saucony มี Peregrine กับ Xodus)

ข้อสังเกตและข้อสรุป

หลังจากใส่วิ่งมาแล้ว 100 กม. แล้วพบว่าจุดเด่นใน Kinvara 3 นั้นยังคงมีอยู่ครบถ้วนใน Kinvara 7 ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำหนักเบา, upper ที่โปร่งใส่สบายไม่อับและแห้งเร็ว รวมถึงมี responsive ในการวิ่งที่ดี ในรุ่น 7 นี้มีการปรับปรุงเรื่อง toebox ให้กว้างและสูงขึ้น ทำให้ใส่สบายขึ้นอีกเยอะโดยเฉพาะกับคนที่มีหน้าเท้ากว้าง (ประมาณ 2E น่าจะใส่ได้แต่ถ้าเท้ากว้างกว่านั้นก็คงจะมีบีบเท้า) สำหรับแฟนพันธุ์แท้ตระกูล Kinvara และนักวิ่งที่ชอบใส่รองเท้าวิ่งเบาๆ น่าจะไม่ผิดหวังกับ Kinvara 7 ครับ

การออกแบบของรองเท้าแทบไม่ต่างจาก Kinvara รุ่นก่อนๆ ประมาณว่าเห็นเพื่อนใส่เดินผ่านก็รู้เลยว่านี่คือ Kinvara ใช้วัสดุดี, มีการตัดเย็บดีและยังคงเบาเหมือนเดิม รวมไปถึงปัญหาเรื่องพื้นสึกเร็วก็ยังคงมีเหมือนเดิมเช่นกัน -“- แต่ถึงพื้นจะเริ่มสึกแต่การยึดเกาะก็ยังคงอยู่ในเกณฑ์ดีครับ ลาย outsole แบบใหม่ของ Saucony ที่ทำเป็นร่องแบบ zig-zag นี้ผมว่าดีขึ้นกว่าลายสามเหลี่ยมแบบเก่านะ เรื่องแรกคือรองเท้า flexible มากขึ้น เรื่องที่สองก็คือยึดเกาะได้ดีขึ้น ใส่วิ่งตากฝนไม่ต้องกลัวลื่นเลย (ถ้าไม่ได้ไปวิ่งบนพื้นขัดมัน) สำหรับเรื่องไซส์ของรองเท้าผมว่าก็ค่อนข้างตรงนะ ผมใส่รองเท้าไซส์ 8.5 US ได้พอดีเหมือนกันหมดทั้ง Saucony Kinvara 7, Newton Gravity 4, Altra Superior 2.0 (รุ่นปี 2016) ดังนั้นหากจะใช้ Kinvara 7 ผมคิดว่าน่าจะไม่ต้องเผื่อไซส์ (แต่ถ้าได้ลองใส่ก่อนซื้อก็ย่อมดีกว่านะครับ)

Kinvara 7 นั้นจัดอยู่ในกลุ่มรองเท้า Trainer หรือรองเท้าใส่ซ้อม แต่เวลาใช้งานจริงผมว่าจะใส่ซ้อมหรือใส่แข่ง Kinvara 7 ก็ทำหน้าที่ได้ดีทั้งคู่ น้ำหนักรองเท้าที่เบาและ responsive ที่ดีทำให้วิ่งสนุก อารมณ์จะประมาณว่ารองเท้า racing flat ที่พื้นหน้าขึ้นอีกหน่อย จะใส่วิ่ง 5K, 10K, 21K หรือ 42K ไม่มีปัญหาครับวิ่งได้สบาย ดังนั้นถ้ามีคนถามว่ารองเท้าวิ่งเบาๆ ที่น่าใช้คือรุ่นไหน แน่นอนว่า Kinvara 7 จะเป็นหนึ่งตัวเลือกที่ดีครับ หากสนใจรายละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติมสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ Saucony Thailand

Kinvara 7 ในมุมต่างๆ

Pros

  • หน้าเท้าค่อนข้างกว้างไม่บีบเท้า
  • ใช้วัสดุและมีการตัดเย็บที่ดี
  • น้ำหนักเบามาก
  • การยึดเกาะถนนค่อนข้างดี
  • ระบายอากาศดีและแห้งเร็ว

Cons

  • outsole สึกเร็ว
  • แถบสะท้อนแสงน้อย
  • ไม่ค่อยเหมาะกับคนที่วิ่งลงส้นแรงๆ (heel striker)

Tagged with: , , , , , , , ,

'เมนท์ที่นี่จ้า