พูดคุยกับป๋อมและป้อมจากทีม King UD Kin-D

ป้อม สัญญา คานชัย ชื่อนี้เรียกได้ว่าโด่งดังมาเนิ่นนานตั้งแต่ช่วงที่การวิ่งอัลตร้าเทรลยังเพิ่งเริ่มแพร่หลายในเมืองไทย พี่สัญญานั้นมีชื่อเสียงในฐานะนักวิ่งเทรลแถวหน้ากับเอกลักษณ์ในเรื่องของการช่างพูดช่างคุย มีความสมถะ และเป็นคนติดดิน ถึงจะเป็นแชมป์หลายรายการจนเรียกได้ว่าแทบจะผูกขาดตำแหน่งแชมป์วิ่งเทรลในประเทศไทยอยู่คนเดียว แต่พี่สัญญาก็ไม่เคยถือเนื้อถือตัวกับใคร พูดคุยทักทายถ่ายรูปได้กับเพื่อนนักวิ่งทุกคนในทุกครั้งที่ออกไปร่วมวิ่งแข่งขันในรายการต่างๆ

สถานที่ซ้อมวิ่งประจำตัว (เลียบทางด่วน)

สิ่งที่ผมพบเจออยู่บ่อยๆ คือหลังวิ่งเข้าเส้นชัยแล้ว พี่สัญญามักจะวิ่งย้อนกลับมาเก็บผักตามข้างทางและคอยส่งเสียงเชียร์เพื่อนนักวิ่งที่ยังวิ่งอยู่อย่างสนุกสนาน สำหรับพี่สัญญาการวิ่งไม่ใช่แค่การซ้อมกับการแข่งขัน แต่มันเป็นวิถีชีวิตที่พี่สัญญามีความสุขที่ได้ทำและดำเนินต่อเนื่องมายาวนานถึง 20 กว่าปี โดยส่วนตัวแล้วผมไม่ได้สนิทสนมอะไรกับพี่สัญญาเป็นพิเศษนะครับ เจอกันตามงานวิ่งก็มีทักทายถ่ายรูปกันบ้างตามประสาแฟนคลับ หลายเรื่องราวก็ได้รู้จาก รายการชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร ตอน ชีวิตบนเส้นทางวิบาก ที่เพิ่งออกอากาศไปเมื่อไม่นานนี้

เมื่อเข้าเส้นชัยใครๆ ก็อยากถ่ายรูปกับพี่สัญญา

พอเข้าเส้นชัยแล้วก็มักจะวิ่งย้อนกลับมาเชียร์เพื่อนๆ

ขอเท้าความยาวไปเมื่อตอนงาน TNF100 2015 ครับ ขณะที่ผมเดินเซ็งๆ อยู่แถวจุดปล่อยตัวในวันรับ bib เพราะมาไม่ทันบรีฟ (ทำให้ผมถูกปรับเวลาบวกเพิ่มไปอีก 30 นาทีเมื่อวิ่งจบ) ก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินมาทักผมแล้วบอกว่าเวลาเค้าไป CDC มักจะเห็นผมวิ่งเลียบทางด่วนอยู่บ่อยๆ ก็เลยยืนคุยกันแนะนำตัวกันแป๊บนึง ชายหนุ่มนี้ก็คือคุณป๋อมที่ต่อมาก็กลายมาเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งและเป็นผู้จัดการทีม King UD Kin-D นั่นเองครับ

หลังจากได้รู้จักกันตอนงาน TNF100 2015 ผมกับคุณป๋อมจะมีนัดทานข้าวกันบ้างเป็นครั้งคราว แล้วก็จะคุยเรื่องโน่นเรื่องนี่ไปเรื่อยเปื่อย (ส่วนใหญ่ก็เรื่องวงการวิ่งนั่นแหละ) คุณป๋อมก็เคยมีเปรยๆ อยู่บ้างว่าอยากจะให้ผมคุยกับพี่สัญญาบ้างเผื่อจะได้มีเรื่องราวอะไรไปเขียน blog (ซึ่งช่วงหลังนี่เข้าขั้นร้างเพราะความขี้เกียจของผมเอง) แต่ก็ยังไม่ได้นัดแนะกันเป็นเรื่องเป็นราวเพราะพอคุณป๋อมมาทำทีม King UD Kin-D ก็มีภาระหน้าที่เพิ่มขึ้นทั้งงานส่วนตัว, ทั้งงานทีม, ทั้งงานวิ่ง ทำให้ในช่วงหลังไม่ค่อยได้มีเวลาเจอะเจอกันสักเท่าไหร่

วันนี้ก็เป็นอีกวันที่คุณป๋อมนัดทานข้าวกับผมที่ห้างใหญ่แถวเลียบทางด่วนรามอินทรา แต่คราวนี้คุณป๋อมมาพร้อมพี่สัญญาจะได้คุยกันสักทีล่ะ พอเลิกงานแล้วผมก็เดินจากออฟฟิศไปตามทางจักรยานเลียบทางด่วนไปเรื่อยๆ ระยะทางประมาณ 2K สำหรับนักวิ่งแล้วถือว่าเดินได้สบายมาก แต่พอเดินได้กลางทางเสื้อผมเปียกทั้งตัวเหมือนวิ่งมาแล้ว 5K นี่ขนาดผมรอให้หมดแดดก่อนแล้วค่อยออกมานะ ปีนี้อากาศร้อนจริงๆ ภาพงานอัลตร้า 10 ชม. ลอยขึ้นมาในหัวเลยครับว่าปีนี้เกรียมแน่นอน

วันนี้อารมณ์ดี

พอเดินมาถึงห้างก็ไปหาที่นั่งตากพัดลมรอสองหนุ่มอยู่ประมาณ 30 นาทีก็ได้เจอกัน พี่สัญญาใส่เสื้อทีมลายที่ใช้ใส่วิ่งงาน 100 Miles Thailand เหมือนทุกครั้ง ก่อนหน้านี้ตอนที่ทีม King UD Kin-D ประชุมกันผมได้มีโอกาสเข้าไปนั่งสังเกตการณ์อยู่ 2 ครั้ง ก็เคยถามว่าทำไมพี่สัญญาถึงชอบใส่เสื้อตัวนี้จังทั้งๆ ที่ทีมก็มีเสื้ออยู่หลายแบบ พี่สัญญาก็ตอบแบบยิ้มๆ มาประมาณว่า ชอบใส่เสื้อตัวนี้เพราะเป็นเสื้อที่ใส่ตอนเปิดตัวทีมครั้งแรกและได้แชมป์ด้วย ทุกวันนี้ก็ยังรู้สึกขอบคุณทางผู้จัดงาน UTKC และ 100 Miles Thailand ที่ทำให้พี่สัญญาได้มาเจอกับคุณป๋อมและรัช (จี๊ป ไพรัช) จนได้มาเป็นทีม King UD Kin-D กันในวันนี้

หลังจากทักทายกันเล็กน้อยก็เข้าไปคุยกันต่อในร้านอาหารญี่ปุ่นที่นัดเจอกันหน้าร้านเลย (เหตุผลจริงๆ ก็คือขี้เกียจเดินหาร้านกันนั่นเอง) คุณป๋อมสั่งอาหารชุดให้พี่สัญญาแล้วก็ของตัวเอง ผมก็สั่งอาหารชุดของผม พอตอนสั่งเครื่องดื่มผมกับคุณป๋อมสั่งชาเขียวเย็น ส่วนพี่สัญญาบอกขอชานมปั่นเพราะว่าดูในเมนูแล้วมันน่ากินดี ระหว่างรออาหารก็เริ่มคุยกันเลย

ตั้ม : อยากให้เล่าเรื่องตั้งแต่ตอนตั้งทีมเลยล่ะกันเพราะไม่ได้มีรายละเอียดออกในรายการมากนัก มาเจอกันตอนไหนแล้วมาเป็น King UD Kin-D ได้ยังไง

ป๋อม : ผมกับพี่สัญญาไม่เคยรู้จักกันมาก่อนนะ เมื่อตอนงาน TNF100 2014 พี่ป๊อก (อิทธิพล สมุทรทอง) เค้าแจกแถบสะท้อนแสงรัดข้อมือ

ตั้ม: อ้อ…ที่โพสในกรุ๊ปใช่มั้ย ตอนนั้นผมก็ไปขอพี่ป๊อกได้มาอันนึงเหมือนกัน (หัวเราะ)

ป๋อม : ผมก็ได้มาอันนึงคนสุดท้ายเลย แล้วผมกับพี่ป๊อกนี่เราคุยกันเยอะมากเพราะแต่ก่อนตอนผมเริ่มวิ่งใหม่ๆ ไม่รู้จักใครเลยรู้จักแต่พี่ป๊อกคนเดียว ก็คุยกันทั้งวันแหละผมกับพี่ป๊อกเนี่ย กลางคงกลางคืนก็คุยกันไปเรื่อย เอะอะอะไรผมโทรคุยกับพี่ป๊อกตลอด คุยกันบ่อยแม้แต่ตอนมาราธอนแรกผมวิ่งงานลากูน่าภูเก็ตมาราธอน ผมยังโทรถามพี่ป๊อกเลยแต่งตัวยังไง ต้องใช้เป้น้ำมั้ยถอดเข้าถอดออกเป็นสิบครั้ง เรียกว่าคุยกันได้สารพัดเรื่อง

ป๋อม : วันถัดมางาน TNF100 2014 พี่สัญญาเข้าที่ 1 ระยะ 100K ผมก็คุยกับพี่ป๊อกว่าพี่สัญญานี่เค้าก็นักวิ่งระดับแถวหน้าของเมืองไทยนะ เป็นแชมป์หลายรายการแต่ทำไมดูลำบากขนาดนี้ เหมือนไม่ค่อยมีใครให้การสนับสนุน วิ่งเองซ้อมเองหากินเองแบบลูกทุ่งๆ แล้วในวงการวิ่งก็มีหลายคนที่มีกำลังจะสนับสนุนพี่สัญญาได้แต่ ณ ตอนนั้นผมก็ไม่เห็นมีนะ คนที่จะมาสนับสนุนแบบจริงจัง

คุณป๋อมขณะให้สัมภาษณ์

ส่วนพี่สัญญาก็ฟังไปทานไป

คุณป๋อมหยุดพูดแป๊บนึงเพราะพนักงานนำอาหารมาเสิร์ฟ ผมสังเกตเห็นว่าพี่สัญญานั่งฟังอยู่เงียบๆ อย่างตั้งใจไม่ค่อยพูดจาอะไรสักเท่าไหร่ คุณป๋อมมาบอกตอนหลังว่าที่คุยกันวันนี้บางเรื่องไม่เคยเล่าให้พี่สัญญาฟัง วันนี้เค้าเลยไม่ค่อยพูดตั้งใจฟังอย่างเดียว

สัญญา : ต่อๆ กำลังมันเลย

ป๋อม : นี่พี่สัญญาไม่เคยฟังเรื่องนี้จากผมนะ ผมคุยอยู่แต่กับพี่ป๊อก

สัญญา : ก็นี่ไงฟังอยู่

ป๋อม : พี่ป๊อกก็บอกกับผมนะว่าป๋อมรู้ได้ยังไงว่าเค้าไม่ช่วยกัน ในวงการวิ่งเค้าก็มีช่วยกันนะป๋อมอาจไม่รู้ก็ได้ ผมก็เออๆ โอเคครับ ขอข้ามมายาวๆ เลยล่ะกันนะ จนถึงตอนงาน Trail Talk

ตั้ม : งาน Trail Talk ครั้งแรกที่คุณบุ๊ย มนตรี เป็นคนจัด? (มีวิทยากร 5 คน แล้วพี่สัญญาพูดคนสุดท้าย)

ป๋อม : ใช่ งานนั้นแหละ ผมไม่ได้จองแต่พี่ป๊อกบอกว่าเฮียป๋อมสนใจจะมามั้ย มีคนไม่มาคนนึงถ้าสนใจมารับบัตรหน้างานแล้วเข้าไปฟังได้เลย ผมก็โอเคไปนั่งฟัง ฟังอยู่จนเลิกงานพี่ป๊อกก็พาไปแนะนำให้รู้จักกับพี่สัญญา พี่ป๊อกบอกว่าเห็นอยากเจอมานานวันนี้แหละได้เจอกันแล้วนะ

ป๋อม : นั่นเป็นการรู้จักกันครั้งแรกของผมกับพี่สัญญา แล้วพี่ป๊อกก็ฝากผมไปส่งพี่สัญญาที่บ้านเพราะงานเลิกดึกแล้ว (ประมาณ 5 ทุ่มกว่า) เนื่องจากบ้านผมกับพี่สัญญาก็ไม่ไกลกันเท่าไหร่ ผมก็โอเคครับไปส่งพี่สัญญาถึงบ้านเลย

ระหว่างเดินทางไปงาน UTKC 2015

ป๋อม : ตอนขับรถไปส่งก็คุยโน่นคุยนี่ไปเรื่อย วันนั้นเป็นคืนวันอังคารแล้วผมมารู้ว่าพี่สัญญาจะไปงานอัลตร้าเทรลเกาะช้าง ซึ่งผมต้องเดินทางไปร่วมแข่งขันอยู่แล้ว โดยตั้งใจว่าจะออกเดินทางวันพฤหัส ทางผู้จัดงานที่รู้จักกันกับผมก็เลยวานให้ช่วยพาพี่สัญญามาเกาะช้างด้วย แล้วพอดีกับพี่สัญญาถามผมว่าไปงานเกาะช้างมั้ย ผมก็บอกว่าผมไปอยู่แล้วเดี๋ยวไปพร้อมกันเลย ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีทีมไม่มีอะไรนะผมก็ไปในฐานะนักวิ่ง พอไปถึงก็ติดปัญหาเรื่องที่พักของพี่สัญญา ผมก็เลยบอกว่าไม่เป็นไรให้พี่สัญญามาพักกับผมเลย ก่อนออกวิ่งผมก็ให้กุญแจบ้านกับพี่สัญญาไว้นะ เพราะยังไงพี่สัญญาก็เข้าเส้นชัยก่อนผมแน่นอน พอถึงวันวิ่งพี่สัญญาเข้าเส้นชัยตอนเที่ยง ผมเข้าคนสุดท้ายตอนสองทุ่ม (หัวเราะ)

สัญญา : ผมก็รอคุณป๋อมอยู่นะ

ป๋อม : พี่สัญญาก็เดินถามคนแถวเส้นชัยนะ “เห็นป๋อมแป๋มมั้ย ป๋อมแป๋มเข้ามารึยัง” พอผมเข้าเส้นชัยผมก็บอกพี่สัญญาตอนที่ได้เจอกันแล้วนะว่า “พี่ ไม่มีใครรู้จักผมหรอก ผมไม่ใช่คนดังนะ” (หัวเราะ) พี่สัญญาเค้าเดินตามหาผมตลอดนะที่แถวเส้นชัย สงสัยคิดว่าผมหลงทางตกเหวไปแล้ว

สัญญา : ผมก็นึกว่าคุณป๋อมเป็นหุ้นส่วนกับทางผู้จัดงานไง ก็น่าจะรู้กันว่าตอนนี้วิ่งถึงไหนแล้ว

ป๋อม : (หัวเราะ) ผมไม่ได้เป็นหุ้นส่วนนะ แต่อะไรถ้าช่วยได้ผมก็ช่วยเลยอย่างพี่สัญญาผมยินดีช่วยอยู่แล้ว พอเข้าเส้นชัยแล้วผมก็นั่งคุยอยู่กับพี่สัญญาแล้วก็มาเจอกับรัช รัชบอกว่าพี่สัญญานี่ไอดอลของเค้าเลย นั่งคุยกันแนะนำตัวกันจนคนกลับจะหมดล่ะ รัชก็บอกว่าพี่กลับกันได้เลยเดี๋ยวผมกางเต็นท์นอนตรงนี้แหละ ผมก็เฮ้ย…พูดเป็นเล่นเดี๋ยวผีหลอกนะ รัชก็บอกว่าเค้าทำประจำ ผมก็บอกว่าไม่กลัวผีก็น่ากลัวโจรนะ รัชก็บอกอีกว่าไม่เป็นไรผมนอนแบบนี้บ่อย (ซึ่งผมก็เพิ่งมารู้ทีหลังว่ารัชเก่งเทควอนโดมาก) ผมเลยบอกว่าเอางี้…ถ้าอยากกางเต็นท์มากางหน้าห้องผมที่รีสอร์ต อาบน้ำอาบท่ากันที่ห้องผมนี่แหละ จะนอนค่อยออกไปนอนในเต็นท์ก็ได้ รัชก็โอเคแล้วก็เดินกลับกัน 3 คน

รัชกับพี่สัญญาหน้าห้องพักที่เกาะช้าง

ป๋อม : วันรุ่งขึ้นก็ชวนเที่ยวชวนวิ่งกันต่อ ตอนเที่ยวกันผมก็คุยกับรัชไปเรื่อยนะ รัชบอกว่าก่อนที่จะมาวิ่งนี่รัชฝึกมาทั้งเทควอนโด, มวยสากล, มวยไทย ผ่านมาหมดแล้ว ผมยังบอกกับพี่สัญญาเลยว่า “ไอ้นี่ไม่ธรรมดานะ (หัวเราะ) ฝึกสายต่อสู้มาแข็งแรงแน่นอนพี่” สัญญาก็บอกว่า “จะไหวเหรอป๋อม ดูผอมๆ แบบนี้อ่ะนะ” ระหว่างที่วิ่งกันรัชก็สอนวิธีที่รัชใช้ฝึกวิ่งกับพวกผมด้วยนะ พวกวิ่งถอยหลัง สอนโน่นสอนนี่แบบไม่มีกั๊กเลย ผมดูแล้วรู้เลยว่าคนแบบรัชนี่จิตใจดี ผมบอกกับพี่สัญญาเลยว่าน้องคนนี้จิตใจดีมาก ตอนนั้นรัชยังเรียกได้ว่าโนเนมอยู่เลยนะเพิ่งเริ่มวิ่งยังไม่ค่อยมีใครรู้จัก

เที่ยวต่อวันหลังงานวิ่ง

ตั้ม : เอ้อ…ผมเคยฟังตอน Trail Talk (ที่ทาง Altra Thailand เป็นผู้จัด) รู้สึกรัชเค้าจะเริ่มวิ่งพร้อมๆ กับคุณป๋อมเลยนะ

ป๋อม : ใช่ๆ ผมดูแล้วรัชนี่เป็นคนมีความตั้งใจ เค้าอยากทำอะไรเค้าตั้งใจทำแล้วมีความสุขกับมัน สังเกตดูเวลาเค้าวิ่งนี่ยิ้มมีความสุข เห็นพี่สัญญาวิ่งขึ้นหน้าผาที่เกาะช้าง รัชวิ่งตามเฉยเลย ผมก็แบบ เอ่อ…โอเค…เดี๋ยวถ่ายรูปให้ล่ะกันนะ (หัวเราะ) คือวันนั้นพี่สัญญานี่โชว์หนักเลย ปีนต้นไม้ ไต่หน้าผา ถ้ามีระเบิดภูเขาเผากระท่อมด้วยนี่ครบสูตรหนังอาหลองเลย แบบกระโดดข้ามเหวไปเกาะหน้าผาแล้วปีนต่อ เหวก็ไม่ใช่เตี้ยๆ เลยนะ รัชก็มองตามแล้วแบบ “โห…พี่…จะดีเหรอ” แล้วทำท่าจะลองปีนด้วย ผมก็บอกพอแล้วไม่ต้องโชว์แล้ว (หัวเราะ) ถ้าไม่ห้ามนี่รัชทำตามแน่นอน

สัญญา : รัชทำได้ผมรู้ รัชทำแบบผมได้อยู่แล้ว (ยิ้ม)

ป๋อม : หลังจากวันนั้นก็มาเที่ยวด้วยกันอีก 2 คืน แล้วรัชก็กลับก่อนส่วนผมกับพี่สัญญากลับอีกวันนึงถัดมา ผมไปเกาะช้างอยู่เกือบอาทิตย์น่ะคราวนั้น จนวันใกล้จะกลับแหละพี่สัญญาถึงได้รู้ว่าผมไม่ได้เป็นหุ้นส่วนกับผู้จัดงาน (หัวเราะ)

ปีนต้นไม้คือกิจกรรมยามว่างของพี่สัญญา

ป๋อม : หลังจากงานเกาะช้างก็คุยกันมาตลอด แต่พี่สัญญาเค้าเฮี้ยวชอบไปวิ่งงานโน้นงานนี้ตลอด วิ่งงานเยอะแยะไปหมด ผมก็คุยปรึกษากับรัชเรื่องพี่สัญญาอยู่บ่อยๆ

ตั้ม : คุณป๋อมเริ่มคิดจะตั้งทีมนี่ตอนหลังงานเกาะช้างเลยหรือเปล่า

ป๋อม : ยังนะ เรื่องตั้งทีมนี่ผมคุยกับรัชมาตั้งแต่เดือน 7 เดือน 8 แต่ตั้งทีมกันจริงๆ เลยก็ 15 ต.ค. ก่อนไปวิ่งงาน 100 Miles Thailand ผมกับรัชนี่คุยกันมาตลอดนะหลังงานเกาะช้าง ก็ปรึกษากันเรื่องพี่สัญญาทำไมเค้าถึงได้เป็นคนดื้อแบบนี้ (หัวเราะ) ให้รัชช่วยคุยด้วยเพราะคุยกับผมคนเดียว บางทีพี่สัญญาฟังแล้วก็ไม่เชื่อ ผมบอกให้เลิกวิ่งงานเยอะๆ แล้วมาซ้อมเน้นวิ่งงานใหญ่ๆ ทำผลงานดีๆ มันจะดีกว่าเค้าก็ไม่ค่อยฟัง

ป๋อม : ผมบอกพี่สัญญาเลยว่าถ้าพี่จะวิ่งเป็นอาชีพเนี่ย งานที่ไม่มีเงินรางวัลอย่าไปวิ่งเยอะแยะเลยให้เก็บร่างกายไว้ แล้วก็อย่างที่รู้กันพี่สัญญาเค้าเป็นคนซื่อๆ มันมีคนมาหาประโยชน์จากเค้าเยอะ ผมก็ปรึกษากับรัชจนถึงช่วงก่อนที่รัชจะไปวิ่งงาน UTCT ที่เคปทาวน์ ประเทศแอฟริกาใต้ รัชก็พูดมาว่า “พี่ป๋อม เรามีทีมก็ดีนะเวลาไปวิ่งงานต่างประเทศนี่มันดูดีกว่านะ แบบเราไปวิ่งเรามีทีมเรามีสังกัด” นู่นนี่นั่น ผมก็โอเค…รับไอเดียมาจากรัช พอตอนใกล้ถึงงาน 100 Miles ผมก็ถามรัชว่าจะมาวิ่งงานนี้ด้วยมั้ย รัชก็บอกว่าไม่เอาเค้าไม่ชอบแต่เค้าอาจจะไปช่วยวิ่ง pacer ให้ทีมประหลาดรันเนอร์ช่วงกิโลท้ายๆ

ถ่ายรูปกับพี่ป๊อกตอนอยู่เกาะช้าง

ป๋อม : คุยไปคุยมากับรัชแล้วผมก็เลยบอกไปว่า เอ้อ…เดี๋ยวผมช่วยให้น้ำมันรำข้าวคิงมาสปอนเซอร์รายการเค้าเป็นครั้งแรกล่ะกัน แล้วเรามาตั้งทีมกันเลยเปิดตัวครั้งแรกรายการนี้แหละ ถือว่าช่วยกัน ช่วยพี่สัญญาด้วย ช่วยโปรโมทงานเค้าด้วย มาเริ่มกันสามคนนี่แหละช่วยๆ กันก่อน ยังแซวกันอยู่เลยว่าตั้งทีมมาแล้วอย่าทิ้งกันนะ (หัวเราะ) ผมยังไม่เคยบอกพี่สัญญามาก่อนเลยนะ ผมกับรัชทำทีมนี้มานี่เพื่อพี่สัญญาโดยตรงเลย ตอนแรกทำสามคนไม่ได้คิดว่าจะเป็นทีมใหญ่โตอะไร แต่ตอนหลังก็มีเริ่มขยับขยายขึ้นมา

ตั้ม : แล้วทาง Ultimate Direction Thailand ล่ะเข้ามาช่วยกันช่วงไหน

ป๋อม : ผมกับคุณต๊าบ ผู้นำเข้า UD เนี่ยรู้จักกันมาก่อนแล้ว ก็มีคุยปรึกษาเรื่องธุรกิจเรื่องนู่นนี่กันมาเรื่อยๆ ก็เลยเอา UD เข้ามาช่วยกันด้วย จนมาถึงตอนจะทำทีมผมก็คิดชื่อทีมนะ คิดคืนเดียวเลยคือเราออกกำลังกายก็เพื่อสุขภาพเพื่อให้อยู่ดีกินดี เอาเอาชื่อนี่มาใช้เลยพ้องเสียงกับ UD ด้วยก็เลยกลายเป็นชื่อทีม King UD Kin-D (คิงอยู่ดีกินดี) ได้ชื่อปุ๊บส่งไปให้รัชดู รัชบอกว่า “โอ้โห พี่คิดได้ไงเนี่ย” (หัวเราะ) แล้วก็รีบทำเสื้อทีมเลยสัปดาห์ถัดมา

คุณต๊าบมาตอนท้าย ส่งมอบเสื้อ UD ให้พี่สัญญา

ป๋อม : จากนั้นเราก็มีคิดคอนเซปทีมนะว่าเราจะเป็นแนวไหนดี ก็ยึดเอาจากตัวพี่สัญญานี่แหละเพราะเค้าเป็นนักวิ่งแบบลูกทุ่งเลย นาฬิกา GPS ไม่ใช้ ใช้แต่นาฬิกาถูกๆ จับเวลาตอนวิ่งเอาแนวโลว์เทคเลย ก็เลยใช้ดาวเหนือมาใช้เป็นสัญลักษณ์บนเสื้อ เพราะดาวเหนือนี่คือสัญลักษณ์นำทางเวลาคนเดินทางเลย ไม่มี GPS มีดาวเหนือก็เดินทางกันได้ ตอนกลางคืนก็เป็นดาวที่เห็นชัดเจนเสมอบนท้องฟ้า (สรุปคือไม่ได้มาจากการ์ตูนหมัดเทพเจ้าดาวเหนือนะครับ)

ตั้ม : ก็เปิดตัวพร้อมกันเลย ทั้งทีมแข่ง ทั้งการเป็นสปอนเซอร์ ที่งาน 100 Miles Thailand

ป๋อม : ใช่ ผมติดต่อผู้จัดงานขอเป็นสปอนเซอร์แล้วก็คุยกับคุณต๊าบว่าให้เอา UD มาร่วมเป็นสปอนเซอร์ของรางวัลด้วย เปิดตัวทีมวิ่งงานแรกพี่สัญญาก็ได้แชมป์เลย ส่วนเรื่องการดูแลพี่สัญญานี่แต่ก่อนยังไม่ได้เป็นทางการนะ ผมยังไม่ได้คุยกับทางกลุ่มน้ำมันรำข้าวคิงเรื่องนี้เลย เป็นปีเลยนะกว่าจะได้บอกกล่าวกัน ผมใช้เงินส่วนตัวนี่แหละซัพพอร์ตเองก่อนเพราะทางคิงเองก็ไม่ได้รู้จักใครในวงการวิ่ง ผมต้องพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นก่อนว่าพี่สัญญาเนี่ยเป็นคนดีมีความสามารถน่าสนับสนุนนะ พอเริ่มตั้งทีมผมก็ไปไหนมาไหนกับพี่สัญญา

เสื้อทีมตัวแรกสำหรับวิ่งงาน 100 Miles

ช่วงที่ไปวิ่งงาน 100 Miles ที่เชียงราย

สัญญา : ก็มีงานร้อยไมล์เน้อะ แล้วก็ไปซ้อมวิ่งกัน แล้วก็ไปเกาะช้าง (ปีล่าสุด)

ป๋อม : ก็ไปด้วยกันทุกที่แหละพี่ (หัวเราะ) คือก็ไม่ได้คิดว่าช่วยอะไรกันมากมายหรอก ก็เหมือนไปงานวิ่งด้วยกันอะไรประมาณนั้น แต่พอตอนหลังมันเริ่มหลายเรื่อง คือเหมือนที่บอกไปตอนแรกว่าพี่สัญญานี่มีคนคอยจะเข้ามาหาผลประโยชน์กับเค้าเยอะเพราะชื่อเสียงเค้ามันขายได้ ตอนนี้ผมก็ได้คุยกับทางคิงเรื่องการสนับสนุนแบบจริงจังแล้ว ผมคิดว่ามันต้องชัดเจนมากกว่านี้แล้ว ต้องมีระบบ คือพี่สัญญาจะได้รับเงินเดือนในฐานะนักกีฬาของทีม

ป๋อม : แล้วก็มามีระบบชัดเจนกันเมื่อตอน ธ.ค. ปีที่แล้วนี่แหละ ผมก็บอกพี่สัญญาเลยว่าสำเร็จแล้วนะที่ทำกันมา พี่สัญญาก็มีบ่นอยากออกทีวี อยากสัมภาษณ์หนังสือ (หัวเราะ) ผมก็บอกพี่ใจเย็นจะเดินดุ่ยๆ ไปบอกให้เค้ามาสัมภาษณ์ได้ไง ให้มันมีผลงานก่อนเดี๋ยวคนจะอยากมาสัมภาษณ์เราเอง

ตั้ม : ตอนหลังงานเกาะช้างปีแรก พี่สัญญาได้ไปวิ่งงาน Vietnam Mountain Marathon ที่เวียดนามมาด้วย เป็นงานวิ่งต่างประเทศครั้งแรกก็มีคนสนับสนุนส่งพี่สัญญาไปแข่งใช่มั้ยครับ

สัญญา : ตอนนั้นก็มีคุณหมอเจช่วยเรื่องค่าเดินทางเนอะแล้วก็ค่าใช้จ่ายต่างๆ กับค่าสมัครวิ่ง

พี่สัญญากับพี่หมอเจ

ป๋อม : พอจบงานเวียดนามที่พี่สัญญาไปได้แชมป์ที่โน่น ทีมเราก็เริ่มมีระบบอะไรชัดเจนขึ้น ก็มีการวางแผนการแข่งว่าจะไปงานไหน และมีใครไปแข่งบ้างอะไรพวกนี้

ตั้ม : ผมถามตรงๆ เลยนะ มีหลายคนเลยที่สงสัยว่าในฐานะที่คุณป๋อมเป็น ผจก. ส่วนตัวพี่สัญญานี้มีการหักเปอร์เซ็นต์อะไรกันยังไง มีการลงนามในสัญญาอะไรกันชัดเจนมั้ย เพราะช่วงแรกๆ ก็มีหลายคนที่สงสัยว่าคุณป๋อมนี่จะเข้ามาหาผลประโยชน์จากพี่สัญญา

ป๋อม : อืม…คนจะคิดอย่างนี้เยอะ ผมว่าถามพี่สัญญาเองเลยดีกว่า พี่สัญญาบอกป้าบอกลุงบอกญาติพี่น้องเรื่องทีมยังไง พี่เล่าให้เค้าฟังแบบนั้นเลย

สัญญา : ที่บ้านผมก็ถามเยอะว่าเค้าหักหัวคิวอะไรผมมั้ย ผมก็บอกเค้าไปนะว่าไม่มีหรอก มีแต่เค้าให้ผมแล้วก็ปวดหัวเดือดร้อนกับเรื่องผมอย่างเดียวนี่ ค่าใช้จ่ายหลายอย่างเค้าก็ออกให้ผม

ตั้ม : ตอนนี้ก็คือพี่สัญญารับเงินเดือนจากทีมใช่มั้ยครับ แล้วพวกเงินรางวัลจากการวิ่งล่ะจัดการกันยังไง

สัญญา : เงินรางวัลผมก็ได้ปกตินะ ได้พวกของมาผมให้ป๋อมเค้าก็ไม่เอา มีแต่ให้เพิ่มด้วยซ้ำให้อะไรก็ไม่เอา

ป๋อม : คือตอนนี้มันชัดเจนนะเพราะพี่สัญญามีเงินเดือนแล้วพวกค่ากินอยู่พี่สัญญาเค้าจ่ายเองอยู่แล้ว พวกค่าใช้จ่ายเดินทางหรือค่าสมัครวิ่งทางทีมเราซัพพอร์ตให้ เงินรางวัลที่ได้มาก็เป็นของพี่สัญญาไม่ต้องเอามาให้เรา มีสัญญาลงนามกันชัดเจน

สัญญา : มีอะไรคุณป๋อมก็ออกให้เกือบหมด (หัวเราะ)

ประชุมทีมแบบเป็นทางการครั้งแรก

ตั้ม : ตอนนี้พี่สัญญาก็มีทีมสังกัดแล้วนะครับ ถ้าเทียบกับตอนสมัยบินเดี่ยวแบบแต่ก่อนนี่ มีข้อดีข้อเสียเป็นยังไงบ้างครับ

สัญญา : ก็สมัยก่อนวิ่งคนเดียวมันไม่มีลิมิตนะ อยากวิ่งอะไรก็วิ่ง เหมือนไม่มีข้อจำกัดอยากทำอะไรก็ทำ อยากซ้อมยังไงก็ซ้อม พอมาอยู่ทีมก็ต้องมีซ้อมตามตารางมันก็อึดอัด

ตั้ม : พอได้ซ้อมแบบตามตารางซ้อมแล้วเป็นไงบ้างครับ

สัญญา : ก็อึดอัด แต่ถ้าซ้อมตารางผมรู้แล้วว่ามันดี ก็พยายามปรับตัว

ป๋อม : หนีซ้อมประจำ (หัวเราะ)

สัญญา : ถ้าผมตั้งใจซ้อมตามตารางก็คงพัฒนาไปได้มากกว่านี้

ป๋อม : โดนคนหลอกประจำเลยนะพี่สัญญาเนี่ย หลอกไปวิ่งฟรี เอาชื่อพี่สัญญาไปขาย

สัญญา : ก็เพื่อนๆ นักวิ่งกันล่ะนะ ก็อยากไปวิ่งแต่บางทีพอไปแล้วถึงรู้ว่าถูกหลอก

ตั้ม : เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องใช่มั้ยที่ป๋อมมาทำทีมแล้วเข้ามาจัดการเรื่องต่างๆ ให้พี่สัญญา

ป๋อม : ใช่ มีหลายแบบ หลอกไปวิ่งฟรีบ้าง, บอกจะให้เงินรางวัลเท่านี้แต่ให้จริงนิดเดียวบ้าง, บอกว่าจะช่วยค่าใช้จ่ายเดินทางพอไปถึงแล้วไม่ให้บ้าง เยอะแยะมากปัญหาแบบนี้

สัญญา : ผมก็อยากไปช่วยบ้างคนจัดวิ่ง ไม่ต้องมีเงินอะไรให้ผมมากมาย แต่บางทีไปช่วยแล้วเค้าไม่ให้อะไรเลย

ป๋อม : มีเชิญให้ไปช่วยวิ่งนะคือจะใช้ชื่อพี่สัญญานี่แหละช่วยโปรโมท พอไปถึงวิ่งแพ้เงินไม่ได้ ค่าใช้จ่ายไม่ช่วย

สัญญา : คราวหน้าผมไม่ไปแล้ว

ภาพเท่ๆ ที่คุณป๋อมมักจะถ่ายได้ระหว่างวิ่งซ้อมด้วยกัน

ก็เรียกได้ว่าเจ็บมาเยอะโดนมาเยอะเลยสำหรับตัวพี่สัญญา จากที่สังเกตดูอยู่ช่วงนึงตอนนี้ดีกรีความดื้อลดลงพอสมควรแล้วนะครับ หลักๆ เลยก็คือประสบการณ์จากตอนงาน HK100 ครั้งที่ผ่านมา ที่ทำให้พี่สัญญาเริ่มเห็นความสำคัญของตารางซ้อมและเรื่องโภชนาการมากขึ้น รู้สึกงานนี้จะเป็นครั้งแรกที่พี่สัญญาถูกนักวิ่งหญิงวิ่งแซงด้วย 🙂

ตั้ม : ทีม King UD Kin-D ในตอนนี้มีชื่อเสียงขึ้นมามากเลยจากผลงานของพี่สัญญาและรัช ตอนนี้จะมีทิศทางการทำทีมยังไงครับต่อไป มี race ที่วางแผนไว้ว่าจะไปแข่งแน่นอน race ไหนอีกบ้าง

ป๋อม : ผมต้องบอกก่อนว่าตอนนี้เราได้รับการช่วยเหลือจากเครื่องดื่มซัลโวด้วยในส่วนของพี่สัญญา โดยเฉพาะ race หลักๆ ที่พี่สัญญาจะไปวิ่งในปีนี้ ซึ่งมี HK100 (ผ่านไปแล้ว), UTMF แล้วก็ UTMB (ที่พี่สัญญาลงวิ่งรายการ TDS) ซึ่งต้องขอขอบคุณทางเครื่องดื่มซัลโวด้วยสำหรับการช่วยสนับสนุนและขอขอบคุณคุณหมอเจที่ช่วยแนะนำและผลักดันให้พี่สัญญา

นักวิ่งไทยที่เข้าร่วม UTMB 2016

ป๋อม : นอกจาก race หลักๆ ที่กล่าวมาก็คงจะมีรายการอื่นแทรกมาบ้าง อย่างที่กำลังจะไปนี่ก็ TNF100 PH ที่ฟิลิปปินส์ คือพูดกันตรงๆ เลยเราก็มือใหม่อ่ะนะ ผมก็บอกกับพี่สัญญาตรงๆ เหมือนกันนะว่า ตอนนี้พี่สัญญาอายุ 42 ช่วงเวลาที่เค้าจะพีคต่อไปได้อีกก็มีอีกแค่ประมาณ 3-4 ปี เท่านั้นเอง พี่สัญญาต้องตั้งใจเต็มที่ ทางผมก็จะช่วยซัพพอร์ตเต็มที่ ก็ยังคงต้องปรับตัวกันไปเรื่อยๆ ต่อไปพี่สัญญาอาจต้องผันตัวมาเป็นโค้ชหรืออาจจะไม่ได้วิ่งหนักหน่วงเหมือนตอนนี้แล้ว

ป๋อม : นอกจากรายการวิ่งหลักที่วางแผนไว้ ผมก็เคยคุยกับทางเครื่องดื่มซัลโวอยู่เหมือนกันว่า อยากจะเน้นรายการวิ่งทางฝั่งอเมริกาหรือพวก Sky Running ที่ไม่ค่อยมีคนไทยได้ไปกัน เหมือนช่วยผลักดันให้พี่สัญญาเป็นคนไทยชุดแรกๆ ที่ไปร่วมแข่งรายการทางนี้ ซึ่งคงเป็นปีหน้าที่จะมาวางแผนเรื่อง race กันอีกที ปีนี้ก็ขอโฟกัส UTMF กับ UTMB เป็นหลักก่อน

พี่วิ่ง น้องถ่าย

หลายคนอาจสงสัยนะครับว่าในเรื่องการวิ่งที่เป็นกีฬาที่มีการแข่งขัน การที่พี่สัญญากับไพรัชมาอยู่ทีมเดียวกันพูดแบบง่ายๆ เลยก็คือ Top 2 ของนักวิ่งอัลตร้าเทรลเมืองไทยมาอยู่ทีมเดียวกัน จะมีเขม่นหรือแข่งกันเองหรือเปล่าประมาณว่าเสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกัน จากที่ผมได้คุยกับคุณป๋อมอยู่บ่อยๆ ก็บอกได้เลยครับว่าปัญหาแบบนี้ไม่มีและไม่เคยเกิดขึ้นเลยในทีม เพราะเสือสองตัวนี้เป็นเค้าเป็นพี่น้องกันกันครับ เคารพนับถือกันในแบบที่หลายคนอาจจะไม่คิดว่ามากขนาดนั้น ไพรัชนี่ก็นับถือพี่สัญญาเป็นไอดอลมานานแล้ว ส่วนพี่สัญญาถึงจะเป็นคนที่มีจิตวิญญาณของการแข่งขันสูง แต่ก็ยอมรับนับถือในความแข็งแกร่งและความหวังดีที่รัชมีให้มาตลอดตั้งแต่ตอนเจอกันครั้งแรกที่เกาะช้าง

ตั้ม : ถ้าดู race หลักของทีมปีนี้ ผมว่ารัชมีลุ้นเป็นคนไทยคนแรกที่จบ UTMF และ UTMB ในปีเดียวกันเลยนะ

ป๋อม : ก็โอกาสสูงเลยล่ะ รัชเค้าก็โม้กับพี่สัญญาอยู่บ่อยๆ นะ ตอนแรกพี่สัญญาก็บอก เออ…จะไหวเหรอ (หัวเราะ) แต่ตอนหลังพี่สัญญาเจอแสนยานุภาพของรัชเข้าไปก็ยอมรับเลย เอาง่ายๆ เวลา PB มาราธอนของรัชเร็วขึ้นแบบก้าวกระโดดมาก รัชเค้าทำอะไรแล้วจะทำให้สุดทาง เค้าทำแล้วมีความสุข แล้วเค้าคอยบอกพี่สัญญาให้ทำอย่างโน้นซ้อมอย่างนี้ตลอด แผนซ้อมของเค้าก็ดัดแปลงเอง

สัญญา : รัชนี่ซ้อมโหดมาก (ทำหน้าจริงจังด้วยตอนพูด)

ประโยคนี้ของพี่สัญญาทำเอาผมอึ้งไปเล็กน้อย คนที่ซ้อมวิ่งหนักมากอย่างพี่สัญญายังออกปากว่ารัชซ้อมวิ่งโหดมาก ก็คงจะเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ดีนะครับว่าซ้อมเท่าไหร่ได้เท่านั้นคืออะไร ถ้าดูจากผลงานของรัชในช่วงปีที่ผ่านมาก็คงเห็นกันอยู่นะครับว่าผลของการตั้งใจซ้อมและซ้อมอย่างหนักมันได้สิ่งตอบแทนกลับมาขนาดไหน

ป๋อม : แต่ต้องบอกก่อนว่ารัชนี่เค้าเอาพี่สัญญาเป็นไอดอลตั้งแต่ยังไม่เข้าวงการวิ่งเลยนะ ในห้องนอนรัชที่หัวเตียงก็มีรูปพี่สัญญาอยู่ 2 รูป ตอนคุยกันกลางปีก่อนตั้งทีมรัชบอกผมเลยนะว่าโคตรรักพี่สัญญาเลย ผมก็เลยบอกรัชไปเหมือนกับที่ผมพูดตอนท้ายรายการชีวิตยิ่งกว่าละครว่า ทุกคนอยากถ่ายรูปกับพี่สัญญาอยากขอกำลังใจกับพี่สัญญา แต่พอถึงเวลาพี่สัญญามีปัญหาหลายคนหายหมด ผมก็บอกรัชเลยว่า “ในเมื่อเราสนิทกันขนาดนี้ รัชทำอย่างนึงได้มั้ย กอดพี่สัญญาให้หน่อย” แล้วหลังจากนั้นเค้าก็ไปเจอกันน่าจะงานระยองมาราธอนมั้ง รัชมาเล่าให้ผมฟังว่า “พี่ป๋อมผมกอดพี่สัญญาไปแล้ว”

สัญญา : ผมอายเหมือนกันนะไม่เคยมีผู้ชายมากอด (หัวเราะ)

วิ่งไปยิ้มไปเสมอเวลาซ้อมด้วยกัน

ป๋อม : ผมบอกไม่ต้องอายแสดงความรักกับพี่สัญญาหน่อย เค้าให้มาเยอะแล้วให้เค้าได้เป็นผู้รับบ้าง (หัวเราะ) ตอนที่ถ่ายทำรายการทีมงานเค้ามีถามผมเลยนะว่า “คุณป๋อมลงทุนในตัวพี่สัญญาหวังผลอะไร” เค้าถามผมตรงๆ แบบนี้เลย ผมก็แบบโอ้โหแรงนะ (หัวเราะ) แต่ก็ตามที่ผมตอบไปนั่นแหละ หลายคนคิดว่าทำไมต้องมาเสียเงินกับพี่สัญญา คือสมัยนี้มีหลายคนที่เสียพันนึง เสียหมื่นนึง เสียแสนนึง ก็คิดล่ะว่าจะต้องได้คืนกลับมาเท่าไหร่

ป๋อม : ผมบอกเลยว่าบางอย่างที่เราจ่ายไปมันไม่ได้ตอบแทนกลับมาเป็นเงิน ผมอยู่กับพี่สัญญาเค้าก็มาชวนผมไปซ้อมวิ่ง ผมมีอะไรให้ทำเยอะแยะเลยอย่างแรกสุขภาพผมก็ดี แล้วทีสำคัญคือพี่สัญญาเค้าก็เป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นมาติดตาม หันมาเริ่มวิ่ง หันมาเริ่มออกกำลังกาย ผมมาถ่ายรูปจริงจังนี่ก็เพราะพี่สัญญาเลยนะ เลนส์เพียบเลยตอนนี้ (หัวเราะ)

ตั้ม : เพจ สัญญา คานชัย เพจนี้ป๋อมทำเองเป็นแอดมินเองเลยใช่มั้ย เริ่มทำมาตั้งแต่เมื่อไหร่

ป๋อม : จริงๆ แล้วเพจนี่ทำมาตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว พี่ป๊อกเป็นคนตั้งเพจเองเลย แต่ตอนหลังพอผมมาซัพพอร์ตพี่สัญญาก็เลยยกให้ผมทำต่อ (หัวเราะ) ถึงพี่สัญญาเค้าจะไม่ได้เล่นพวกโซเชียลมีเดีย แต่ทุกโพส ทุกรูป ในเพจ สัญญา คานชัย ผมให้พี่สัญญาอ่าน ให้พี่สัญญาเลือกรูปเองทุกครั้งที่โพส เวลาโพสอะไรผมไม่ได้โพสขึ้นมาเองลอยๆ นะ

ป๋อม : ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผมคุยกันกับพี่ป๊อกก็มีความเห็นเหมือนกันคือ จะสนับสนุนพี่สัญญาให้คนอื่นได้เห็น ให้คนอื่นได้ใช้เป็นแรงบันดาลใจ เพราะถ้าพี่สัญญายังวิ่งคนเดียวไปเรื่อยแบบสมัยก่อน คนก็จะรู้จักกันแค่วงการวิ่งแคบๆ ไม่ได้มีอิมแพ็ควงกว้างแบบนี้ รายการชีวิตยิ่งกว่าละครที่เพิ่งออกอากาศไปเป็นตัวอย่างที่ดีเลย นี่ขนาดยังถ่ายทอดชีวิตพี่สัญญาออกมาไม่หมดนะ ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา ผมว่าถ้าเราทำสิ่งที่เราทำอยู่ให้ดี เราเป็นตัวจริงในสิ่งที่เราทำ คนจะหันมาสนใจเราเองโดยไม่ต้องไปเรียกร้องความสนใจอะไรเลย

ตั้ม : ขอบคุณป๋อมกับพี่สัญญาด้วยนะครับที่ชวนมาทานข้าวแล้วก็ให้สัมภาษณ์ด้วย

ป๋อม : ขอบคุณที่มาสัมภาษณ์เช่นกันครับ เดี๋ยวช่วยกินของหวานหน่อยนะมันเยอะผมกินไม่หมด -“-

สัญญา : ทำไมตั้มกับป๋อมได้เติมน้ำด้วยล่ะ

ตั้ม : ผมกับป๋อมสั่งชาเขียวเค้าเติมฟรีอ่ะครับ

สัญญา : ของผมไม่มีเติมเหรอ

ตั้ม : พี่สั่งชานมปั่นมันไม่มีรีฟิลอ่ะครับ

สัญญา : โห…น่าจะบอกผมก่อนจะได้สั่งด้วย ได้เติมฟรี (หัวเราะ)

ตั้ม : ……………..ครับพี่

ป๋อม : ……………..

(จบเถอะ)

ปิดท้ายด้วยภาพที่เห็นกันชินตาก็คือสองหนุ่มซ้อมวิ่งด้วยกัน

8 comments on “พูดคุยกับป๋อมและป้อมจากทีม King UD Kin-D
  1. Lac says:

    ขอบคุณครับคุณตั้ม. อ่านทุกคำเลย

  2. Preeya says:

    ขอชื่นชมคุณสัญญา คุณป๋อม คุณรัช และคุณตั้มค่ะ อ่านแล้วสร้างแรงบันดาลใจอย่างมากค่ะ

  3. gloy says:

    คุณป๋อมน่ารักมากเลยค่ะ ขอบคุณที่ช่วยสนับสนุนดูแลพี่สัญญานะคะ
    จะคอยตามเชียร์ไปตลอดค่ะ

  4. chaiwat says:

    ขอบคุณมากครับ รบกวนเป็นแรงบันดาลใจให้พวกเราต่อไปด้วยนะครับ รู้สึกอยากซ้อมขึ้นมาทันที

  5. nikom says:

    ชอบๆกระจ่างชัดครับ

  6. kate says:

    อ่านไป อ่านไป ทำไม เค้าร้องไห้อะ

  7. punya says:

    เพิ่งได้อ่าน ขอบคุณสำหรับเรื่องราวที่ถ่ายทอดมานะครับ

'เมนท์ที่นี่จ้า