รีวิว Raidlight Gilet Responsiv 8L

ถ้าจะเอ่ยถึงเป้น้ำที่ใช้สำหรับวิ่งเทรลในบ้านเราก็คงมีฮิตกันอยู่ไม่กี่แบรนด์นะครับ Salomon, Ultimate Direction, Camelbak, Nathan, UltrAspire ฯลฯ ที่กล่าวมาข้างต้นนี้นอกจาก Nathan แล้วผมเคยใช้มาหมดล่ะ ทุกแบรนด์ก็จะมีข้อดีข้อด้อยแตกต่างกันไป แต่อยู่มาวันนึงขณะที่ผมเล่นเนทไปเรื่อยๆ ก็มาสะดุดตากับเป้ใบนึงที่ดูรูปทรงกับการออกแบบแล้วมันช่างสวยงามและดูดี เป้ใบนั้นก็คือ Raidlight Gilet Responsiv 8L ที่จะมารีวิวให้อ่านกันวันนี้ครับ

โลโก้ของ Raidlight (ในเครือ Chartreuse Outdoor Lab)

Raidlight เป็นแบรนด์อุปกรณ์การวิ่งเทรลจากประเทศฝรั่งเศส (บ้านเดียวกับ Salomon) ก่อตั้งเมื่อปี 1999 โดย Benoit Laval นักวิ่งเทรล, นักเล่นสกี, นักปีนเขา ฯลฯ จากประสบการณ์ด้านกีฬาเอาท์ดอร์กว่าสิบปีผสานเข้ากับทักษะด้านวิศวกรรมสิ่งทอ (Benoit Laval นี่เป็นนักวิ่งอัลตร้ามาราธอนด้วยนะครับ เคยผ่านสนามอัลตร้ามาราธอนร้อนตับแตกอย่าง Marathon des Sables มาแล้ว รายการนี้วิ่ง 6 วัน 251 กม. ในทะเลทรายซาฮาร่า)

ก่อตั้งบริษัทขึ้นมาเริ่มแรกมีพนักงาน 30 คน กับเวบไซท์เล็กๆ และออฟฟิศเล็กๆ ในประเทศฝรั่งเศส หลังจากนั้นก็ค่อยๆ เติบโตขึ้นจนกระทั่งปี 2010 Raidlight ได้เข้าเทคโอเวอร์แบรนด์อุปกรณ์ปีนเขาอย่าง Vertical แล้วก็ควบรวมกันเป็นอยู่ภายใต้บริษัทแม่ Chartreuse Outdoor Lab (บางทีก็เรียกชื่อแบรนด์เป็น Raidlight-Vertical) หลังจากนั้นก็ได้ย้ายออฟฟิศมาอยู่ที่แถบเทือกเขา Massif de Chartreuse ประมาณว่าออกจากออฟฟิศมาก็สามารถวิ่งทดสอบอุปกรณ์ได้ทันที ดูข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทเพิ่มเติมได้ตามลิงค์วิดิโอด้านล่างครับ (ภาษาฝรั่งเศส)

ก่อนหน้านี้ผลิตภัณท์ของ Raidlight ก็มีเข้ามาจำหน่ายในไทยอยู่บ้างเหมือนกัน (ส่วนใหญ่เป็นของหิ้วเพราะไม่มีตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทย) หากดูกันเฉพาะสินค้าประเภทเป้น้ำรุ่นที่ทำตลาดอยู่ก่อนหน้านี้ ไม่ค่อยจะโดนใจผมสักเท่าไหร่เพราะรูปทรงมันจะดูใหญ่ๆ หน่อย (ผมชอบเป้ที่ใส่แล้วกระชับมากกว่าเน้นใส่ของเยอะๆ)

เป้รุ่นอื่นๆ ของ Raidlight

ผลิตภัณท์ของ Raidlight ที่เห็นคนใช้กันอยู่เยอะหน่อยคือขวด Press-to-Drink Bottle เป็นขวดที่มีหลอดดูดยาวออกมาสำหรับก้มดูดน้ำจากขวดได้เลย โดยไม่ต้องดึงขวดออกจากช่องใส่ขวดด้านหน้าของเป้ คิดว่าน่าจะเคยเห็นกันบ้างนะครับมีนักวิ่งเทรลหลายคนใช้อยู่ ผมก็มีอยู่ขวดนึงแต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้ใช้เท่าไหร่แล้วเพราะชอบใช้ขวดนิ่ม (soft flask) มากกว่า

ขวด Raidlight Press-to-Drink Bottle (ขอบคุณภาพจาก พี่ป๊อก อิทธิพล)

ช่วงที่ Gilet Responsiv 8L เปิดตัวในเวบไซท์ของ Raidlight พอได้เห็นรูปและรายละเอียดของเป้ใบนี้ผมก็คิดที่จะซื้อทันทีเลยเพราะรู้สึกชอบดีไซน์มาก ดูค่อนข้างแหวกแนวไปจากเป้รุ่นก่อนหน้าของ Raidlight อย่างเห็นได้ชัด สำหรับเป้ใบนี้ผมคิดว่าน่าจะได้มาเป็นใบแรกๆ ในไทยนะครับ (ไม่น่าจะมีใครสั่งเพราะรอนานเหลือเกิน)

เป้รุ่นนี้ออกแบบมาเพื่อเป็นเป้น้ำสำหรับแข่งขัน (race vest) ใช้ผลิตแบบ hand made แล้วก็ made to order ครับ กล่าวคือต้องมีออเดอร์สั่งมาก่อนถึงจะทำขาย ดังนั้นเลยต้องรอน๊านนานกว่าจะได้เป็นเจ้าของ (เป้ใบนี้ถือว่าเป็นการสั่งซื้ออุปกรณ์วิ่งที่รอนานที่สุดตั้งแต่ผมเคยสั่งมาครับ -*-)

ภาพหน้าสั่งซื้อในเวบ Raidlight (ตอนนี้จะเป็น Pre-Order Only)

มีสองสีเป็นรุ่นสำหรับผู้ชายกับผู้หญิง (บอกอีกทีว่าไม่แถมขวด)

หลังจากรอคอยอยู่สักพักเมื่อ Raidlight เปิดตัวเป้อย่างเป็นทางการและเริ่มให้ลูกค้าสั่งซื้อได้ผมก็เข้าไปสั่งทันที แต่ตอนนั้นที่หน้าสั่งซื้อยังไม่มีปุ่มให้สั่งซื้อต้องลงชื่อเอาไว้ก่อน เมื่อพร้อมที่จะให้เราสั่งได้ก็จะมีอีเมลแจ้งกลับมา พอได้อีเมลมาปุ๊บก็เข้าไปสั่งซื้อและจ่ายเงิน จ่ายเงินแล้วรอผลิตอีก 3 สัปดาห์ตามข้อมูลในหน้าเวบไซท์ (แต่ตอนที่ผมสั่งรู้สึกจะเกือบเดือน) พอผลิตเสร็จแล้วก็รอส่งมาไทยอีก รวมเวลาทั้งหมดตั้งแต่สั่งซื้อจนได้ของก็น่าจะประมาณ 2 เดือน -*- (ถ้าสั่งตอนนี้คิดว่าน่าจะใช้เวลาน้อยลงครับเพราะเริ่มขายมาสักพักแล้ว)

Gilet Responsiv 8L ด้านหน้า

พอได้เป้มาแกะห่อพัสดุปุ๊บสัมผัสแรกเลยคือน้ำหนักค่อนข้างเบา มันดูเหมือนเสื้อกั๊กมากกว่าเป้ครับ แต่ที่ผมขัดใจคือไม่มีแถมขวดน้ำหรือถุงน้ำอะไรมาให้ทั้งสิ้น (ที่รอ 2 เดือนนี่คือได้ตัวเป้อย่างเดียว) ขนาดของเป้จะมีแค่ 2 ไซส์นะครับตามข้อมูลจาก ตารางไซส์ของ Raidlight ดังนี้

รุ่นผู้ชาย

  • S-M : รอบอกขนาด 36″ (หรือต่ำกว่า) – 38.5″
  • L-XL : รอบอกขนาด 39″ – 43″

รุ่นผู้หญิง

  • S-M : รอบอกขนาด 31″ (หรือต่ำกว่า) – 33.5″
  • L-XL : รอบอกขนาด 34″ – 38″

ภาพตอนสวมใส่ Gilet Responsiv (ลืมเก็บปากกามาร์คเกอร์เขินจัง)

สำหรับน้ำหนักของเป้ที่ผมบอกว่าเบานี่มันประมาณไหน (เฉพาะตัวเป้ไม่รวมขวดหรือถุงน้ำ) เรามาลองเทียบกับรุ่นใกล้เคียงกันของแบรนด์อื่นดู ทั้งหมดเป็นข้อมูลจาก official website ของแต่ละแบรนด์นะครับ (ผมไม่ได้ชั่งเอง)

เทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิตเป้ Gilet Responsiv

วัสดุที่ใช้ทำเป้จากรูปด้านบนจะมีตราแปะไว้ที่อยู่เป้ด้านล่างซ้าย (แปะซะเหมือนเคสคอมพิวเตอร์เลย) ข้อมูลบางส่วนอาจไม่ครบถ้วนต้องขออภัยไว้ล่วงหน้าครับ เพราะ Raidlight เค้าเน้นความเป็น Made in France มาก ข้อมูลที่เป็นเทคโนโลยีการผลิตต่างๆ บนเวบไซท์ เป็นภาษาฝรั่งเศสล้วนๆ ไม่มีแปลภาษาอังกฤษให้ใครอ่านทั้งนั้น ผมก็อาศัยกูเกิลแปลเป็นอังกฤษเอาอีกที ถ้าใครผ่านมาแล้วถนัดภาษาฝรั่งเศสอ่านต้นฉบับแล้วคอมเมนต์แย้งได้นะครับถ้ามันไม่ถูกต้อง (ต้นฉบับ หน้า 1 , หน้า 2)

ตราที่แปะอยู่บนเป้ 4 อันในรูปด้านบนนั้นก็คือ

  • LazerTech คือกระบวนการตัดเย็บโดยใช้เลเซอร์ในการตัดและทำมาร์กกิ้งบนเนื้อผ้า ซึ่งจะทำให้ตัดเนื้อผ้าได้เนี๊ยบและคม การตัดเนื้อผ้าโดยใช้เลเซอร์จะมีประโยชน์อีกเรื่องคือลดการเย็บตะเข็บของชิ้นงาน ทำให้ช่วยลดทั้งเรื่องน้ำหนักและลดปัญหาการเสียดสีจากตะเข็บ สำหรับ LazerTech นี่จริงๆ แล้วเป็นส่วนหนึ่งของกรรมวิธีการตัดเย็บของ Raidlight ที่เรียกว่า LazerDry อันประกอบไปด้วยกระบวนการ 4 อย่างคือ การใช้เลเซอร์คัท , การยึดหรือซีลชิ้นงานด้วยความร้อน , การผสานวัสดุต่างชนิดเข้าด้วยกัน และ การใช้อัลตร้าซาวด์ (ไว้ทำอะไรผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน)
  • Outdoor INO-FAB เป็นชื่อของแล็บที่ทำวิจัยเกี่ยวกับเรื่องสิ่งทอโดยเฉพาะ เป็นแผนกของ Raidlight-Vertical ที่แยกออกมาทำงานอย่างอิสระเพื่อวิจัยเรื่องเทคโนโลยีสิ่งทอเพียงอย่างเดียว มีตราแปะอยู่ก็ประมาณว่าเป้ใบนี้ใช้เทคโนโลยีจากการวิจัยของแล็บนี้ครับ
  • RdryW2 เป็นผ้าที่มีความยืดหยุ่นสูง, ระบายอากาศดี, แห้งเร็ว
  • made in french เอามาเป็นจุดขายได้ด้วยแฮะ อ่านดูในเวบไซท์เค้าก็จะสื่อว่า ใช้การออกแบบและตัดเย็บในฝรั่งเศส วางตำแหน่งของตัวเองในตลาดเป็นอุปกรณ์กีฬาแบบ high-end อะไรประมาณนั้น

ตัวเป้จะออกแบบตามหลักการยศาสตร์ครับ (Ergonomics) ส่วนวัสดุที่ใช้ทำเป้ใบนี้หลักๆ จะมีอยู่ 3 อย่างคือ ผ้ายืด RdryW2 (ส่วนที่เป็นสีเทา) , ผ้า Hyper Ventilated 3D Mesh (ผ้าตาข่ายด้านในของตัวเป้) และ Silnylon คล้ายกับที่ใช้ในเป้ UD (ส่วนสีขาวด้านหลัง)

ผ้ายืด RdryW2 ตัดแบบเลเซอร์คัท

ผ้า Hyper Ventilated 3D Mesh ด้านในของเป้

Silnylon (วัสดุผสม ซิลิโคน+ไนลอน)

เป้ด้านหน้าจะมีแถบคาดอกอยู่ 2 จุด เป็นแถบผ้ายืดมีที่หัวล็อคแบบพลาสติค (Side Release Buckle) มีจุดเด่นที่หัวล็อคจะออกแบบให้ค่อนข้างแบนแนบไปกับลำตัวช่วยลดการกดทับเวลาวิ่ง ส่วนแถบผ้ายืดก็ยืดหยุ่นได้ค่อนข้างดีปรับความยาวได้ง่าย หัวล็อคอาจจะดูเล็กเหมือนไม่ค่อยแข็งแรงแต่เวลาใช้งานจริงก็ล็อคได้แน่นดีนะครับไม่หลุดเองแน่นอน ที่แถบคาดอกด้านบนจะมีนกหวีดเย็บติดมาด้วย แถบคาดอกทั้งสองจุดจะเย็บติดอยู่กับตัวเป้เลยไม่สามารถปรับขึ้นลงได้เหมือนบางแบรนด์

แถบคาดอกและหัวล็อค

นกหวีดที่เย็บติดกับสายคาดอกด้านบน

ช่องใส่ของทั้งหมดของ Gilet Responsiv นี้จะตัดเย็บแบบเลเซอร์คัททั้งหมดครับ เป้ทั้งใบออกแบบมาให้ไม่มีทั้งซิปและบันจี้คอร์ดสำหรับรัดของเลย (อาจเป็นอีกหนึ่งสาเหตที่ทำให้เป้ใบนี้มีน้ำหนักเบา) เวลาเราใส่ของเข้าไปในช่องต่างๆ มันก็จะถูกยึดไว้โดยเนื้อผ้าที่เป็นผ้ายืด นอกจากนี้ตัวเป้ยังออกแบบให้มีการเย็บตะเข็บบริเวณต่างๆ ให้น้อยที่สุดด้วยครับ ดูแล้วผมคิดว่าเป้ใบนี้มันก็ออกแนว minimalist อยู่เหมือนกันนะ

ขอบผ้าที่ตัดแบบเลเซอร์คัท (จริงๆ แล้วก็ไม่ค่อยเนี้ยบเท่าไหร่)

ช่องใส่ของด้านหน้าจะเป็นช่องใหญ่อยู่ทั้งด้านซ้ายและขวาลึกประมาณ 18-19 ซม. โดยแต่ละด้านจะเย็บเป็น 2 ชั้นเท่ากับว่ามีช่องใส่ของด้านหน้าทั้งหมด 4 ช่อง (ซ้ายและขวาข้างละ 2 ช่อง) ตามรูปด้านล่างครับ

ช่องใส่ของด้านหน้า

ความจุของช่องใส่ของด้านหน้าถ้าแบบอัดแน่นๆ เลยก็จะใส่เจลได้ข้างละประมาณ 5-6 ซองครับ (สองข้าง 10-12 ซองเอาไปขายเพื่อนระหว่างทางตอนวิ่งเทรลได้เลย) สำหรับโทรศัพท์มือถือถ้าเป็นจอ 5-5.5 นิ้ว ก็ใส่ได้สบายครับ แต่สำหรับขวดน้ำอาจต้องเลือกสักหน่อยเพราะว่า Gilet Responsiv ออกแบบมาให้ใช้กับขวดนิ่มของ Raidlight ถ้าจะเอาใส่ขวดน้ำพลาสติกทั่วไปมาใช้ก็ได้แต่จะค่อนข้างเทอะทะ

ช่องใส่ของด้านหน้า

เทียบกับโทรศัพท์มือถือจอ 5″

ขวด soft flask ที่ออกแบบมาให้ใช้คู่กัน

ผมลองใส่ขวดน้ำอยู่หลายแบบแล้วด๋พบว่าเจ้าเป้ใบนี้เหมาะกับ soft flask จริงๆ  (ปกติผมจะใช้กับขวดนิ่ม Body Bottle ของ UD) ถ้าใช้ขวดพลาสติกแข็งแบบขวดกลมจะไม่เหมาะเพราะพอใส่แล้วมันรู้สึกจะกดบริเวณหน้าอกวิ่งแล้วไม่ค่อยสบาย ที่พอจะใช้ได้คือพวกขวดทรงแบน เช่น ขวด Amphipod 12 oz. แต่สุดท้ายแล้วใช้ soft flask จะใส่ได้สบายที่สุดครับ

เปรียบเทียบกับขวดน้ำ 3 แบบ

ถ้าเราใส่ขวดน้ำที่ช่องหลังไปแล้วช่องด้านหน้าก็จะใส่ของได้น้อยลง (ก็มันใช้พื้นที่ร่วมกันอ่ะนะ) ถ้าดูในรูปด้านล่างพอใส่ขวด soft flask ที่ช่องหลัง พื้นที่ช่องหน้าจะใส่เจลได้เหลือแค่ 3-4 ซองแบบแน่นๆ หน่อย แต่ตอนวิ่งจริงผมใส่เจลแค่ข้างละซองครับเพราะถ้ามันแน่นไปจะล้วงหยิบออกมาทานได้ยาก

ใส่ขวด soft flask ของ UD ได้พอดี

ใส่ขวดแล้วช่องหน้าจะใส่ของได้น้อยลง

ด้านข้างของเป้จะมีช่องใส่ของเล็กอีกด้านละ 1 ช่อง ลึกประมาณ 10 ซม. ความจุก็ใส่เจลได้ประมาณข้างละ 3 ซองครับ ช่องเล็กนี้ใส่ของได้ไม่เยอะมากเพราะมันอยู่ติดกับวงแหวน loop control ด้านข้างพอดี ด้านในของเป้ก็จะเป็นผ้า Hyper Ventilated 3D Mesh ทั้งผืนครับ ส่วนบริเวณขอบเป้จะใช้ผ้านิ่มๆ คิดว่าน่าจะเป็นไมโครไฟเบอร์ ช่วยลดการเสียดสีกับผิวหนังหรือเสื้อขณะวิ่งได้ค่อนข้างดี

ช่องใส่ของเล็กด้านข้าง

ใส่เจลได้ประมาณ 3 ซอง (แบบแน่นๆ)

ด้านในของเป้

ผ้าไมโครไฟเบอร์ตรงขอบเป้

การปรับความกระชับของเป้จะใช้ระบบที่เรียกว่า Micrometric Loop Control Systems เป็นลักษณะของแป้นหมุนควบคุมสลิงครับ ตรงนี้แหละเป็นเหตุผลแรกเลยที่ทำให้ผมซื้อเป้ใบนี้ มันช่างเป็นอะไรที่เท่เป็นบ้าเลย (เห็นแล้วคิดถึงรองเท้า Puma Disc สมัยก่อน ^^) แล้วพอได้ใช้งานจริงนอกจากเท่แล้วก็ยังใช้งานได้ดีด้วยครับ

วิธีการใช้งาน loop control นี้ก็แสนง่าย พอใส่เป้และคาดสายรัดอกเรียบร้อย ก็เอามือหมุนที่แป้นด้านข้างซ้ายขวาไปทาง Close มันจะล็อคดังคลิ๊กๆๆ ไปเรื่อยๆ จนได้ความกระชับที่เราต้องการ พอจะคลายออกก็หมุนไปทาง Open คราวนี้มันจะหมุนได้คลิ๊กเดียวแล้วตัวแป้นจะล็อค จากนั่นก็เอานิ้วดันๆ คลายสายออก

แป้น Micrometric Loop Control Systems ด้านข้าง

การปรับความกระชับ

มาดูด้านหลังกันบ้างครับ ที่ด้านหลังนี่จะเป็นช่องใส่ของใหญ่ วัสดุด้านนอกจะเป็น Silnylon ยึดติดกับผ้ายืดด้วยการใช้ความร้อน (ไม่ได้ใช้การเย็บ) แบ่งเป็น 2 ช่อง ช่องบนจะเป็นช่องเล็กลักษณะแคบๆ ยาวๆ ส่วนช่องล่างจะเป็นช่องใหญ่ใส่ถุงน้ำได้ขนาดใหญ่สุด 2 ลิตร แต่จากการใช้งานผมคิดว่าใช้ถุงน้ำ 1.5 ลิตรจะค่อนข้างคล่องตัวกว่าเทียบกับรูปทรงของเป้

เป้ด้านหลัง

เป้ด้านหลัง (แปะตราสไตล์เคสคอมพิวเตอร์)

ด้านหลังตรงมุม 4 ด้านจะยึดด้วยแถบผ้ายืดเพื่อช่วยรัดรักษาทรงของตัวเป้ในกรณีที่ใส่ของเยอะ (ทางด้านขวาจะมี buckle lock สำหรับใช้รัด trekking poles ได้) ใช้งานจริงใส่ของได้ไม่เยอะมากครับ ผมลองใส่ไลท์แจ็คเก็ตกับถุงน้ำ 2 ลิตรเข้าด้วยกันก็ค่อนข้างจะหลังตุงพอสมควร น่าจะใส่ขนมหรือสเปรย์ฉีดกล้ามเนื้อได้อีกแค่นิดหน่อย

ช่องใส่ของใหญ่ด้านหลัง

ช่องบนใส่ไลท์แจ็คเก็ตได้ 1 ตัวสบายๆ

ช่องล่างมีแถบเวลโครสำหรับรัดห่วงถุงน้ำ

ใส่ไลท์แจ็คเก็ตพร้อมถุงน้ำแล้วแน่นพอสมควร

เวลาใช้ถุงน้ำจะรอยสายยางออกมาทางด้านบนได้แค่ด้านเดียว ส่วนตัวล็อคที่อยู่ด้านข้างผมคิดว่าเหมาะกับใช้ล็อค trekking poles แบบยืดหดมากกว่าแบบ z-pole ครับ เพราะพื้นที่ค่อนข้างน้อย ถ้าใช้รัด z-pole ที่พับแล้ว 2 อันถึงมันจะสั้นกว่า pole แบบยืดหดแต่ก็จะกว้างด้วย พอล็อคแล้วน่าจะค่อนข้างแน่นมาก เวลาวิ่งอาจจะมีแรงกดที่หลังได้ ผมคิดว่าถ้าใช้เป้ใบนี้ไม่ต้องรัด trekking poles จะดีที่สุดครับ (พื้นที่มีน้อยใช้สอยอย่างประหยัด)

การร้อยสายยางเวลาใช้ถุงน้ำ

ตอนที่เขียนรีวิวนี่ผมใส่ Gilet Responsiv วิ่งไปประมาณ 80k เป็นการวิ่ง City Run กับ Columbia Trail Master 50k ตัวเป้สวมใส่สบายและกระชับมาก พูดได้เลยว่าเป้น้ำที่ผมเคยใช้มาจนถึงตอนนี้ Gilet Responsiv ใส่แล้วกระชับที่สุด เวลาใส่นี่รู้สึกเหมือนใส่เสื้อกั๊กครับเบาดี การออกแบบเป้ก็ ergonomics สมคำโฆษณาจริงๆ ตอนงานโคลัมเบียผมวิ่งตากฝนด้วยพักนึง ตัวเป้มีข้อดีคือผ้ายืด Rdry เวลาเปียกจะไม่ค่อยอมน้ำและแห้งไวพอสมควร (ตัวผ้ายืด Rdry จะแห้งเร็วกว่าผ้า mesh ด้านใน) เรื่องการระบายอากาศและแห้งเร็วนี่ถือว่าทำได้ดี (แต่ก็ยังแห้งช้ากว่าเป้ UD นะครับ)

ใส่วิ่งงาน Columbia Trail Master (ขอบคุณภาพจาก ชาย ฟอร์รัน ครับ)

จะมีปัญหาอยู่บ้างตรงที่ใส่ของได้น้อยครับ สเป็คของเป้บอกว่าความจุ 8 ลิตร ถ้าเทียบกันจริงๆ ผมว่า UD SJ 2.0 ที่ความจุ 7 ลิตรใส่ของได้มากกว่านะ คือ Gilet Responsiv ยัดของเข้าไปให้ผ้ามันยืดจนสุดแล้วอาจจะจุได้ 8 ลิตรจริง แต่ในสถานการณ์จริงเนื่องจากเป้เป็นผ้ายืด ถ้าใส่ของเข้าไปมากผ้ายืดมันก็จะรัดของแน่น ทำให้เอาของเข้าออกได้ลำบาก ผมคิดว่าถ้าจะใส่ของแบบสบายๆ เลยคิดว่าน่าจะจุได้ประมาณ 5-6 ลิตร

หลังผ่านระยะ 80k (รุ่ยเฉพาะช่องใส่ขวดน้ำ)

ส่วนเรื่องความคงทนนี่คงจะต้องลองใช้อีกสักพัก แต่ผมคิดว่าน่าจะโอเคอยู่นะมีข้อสังเกตอยู่ตรงพวกขอบช่องใส่ของที่เป็นเลเซอร์คัท โดยเฉพาะช่องใส่ขวดน้ำด้านหน้าพอใช้ไปสักพักอาจจะย้วยได้แต่เวลาใส่ของก็ยังรัดแน่นเหมือนเดิม (ไม่มีผลเรื่องฟังก์ชันแต่อาจมีผลเรื่องความสวยงาม) อีกอย่างคือพอขอบมันเสียดสีกับขวดน้ำเยอะๆ (เวลาเอาเอาขวดเข้าออกจากเป้) ขอบมันจะเริ่มรุ่ยนิดหน่อยครับ

อีกเรื่องก็คือบริเวณคอของเป้จะตัดตรงไม่ได้เว้าลง (ลองเทียบกับ UD SJ 2.0 ในรูปด้านล่างนะครับ) สำหรับบางคนอาจจะมีอาการเสียดสีที่ต้นคอได้ (แต่ผมไม่เป็นนะ) แล้วก็แถบเวลโครด้านหลังถ้าไม่ได้ใช้ยึดถุงน้ำ เวลาวิ่งอยู่บางทีมันจะปลิ้นออกมาสีแถวคอได้เหมือนกัน (ไม่เจ็บครับแต่ออกแนวน่ารำคาญ)

ข้อควรระวัง

  • เวลาหมุน loop control เพื่อคลายแถบด้านข้างต้องค่อยๆ คลายสายออก ถ้าดึงเร็วๆ หรือแรงๆ อาจทำให้เฟืองในแหวน loop control ค้าง แล้วจะทำให้ไม่มาสามารถใช้ปรับให้รัดได้อีก

  • ทำความสะอาดให้ซักมือเท่านั้นเพราะเวลาซักเครื่องตัวเป้จะปิดไปปิดมา อาจทำให้สายถูกกระชากออกจาก loop control แล้วจะเกิดความเสียหาย ตามข้อแรกที่กล่าวมา

คอของเป้ไม่เว้าอาจมีปัญหาเรื่องการเสียดสีกับบางคน

การออกแบบของ Gilet Responsiv 8L ถ้าเทียบกับรุ่นเก่าๆ ของ Raidlight เรียกได้ว่าคิดใหม่ทำใหม่เลยครับ แต่เนื่องจากรุ่นนี้เป็นรุ่นแรกที่ใช้การออกแบบสไตล์นี้ก็เลยอาจจะมีอะไรที่ดูติดขัดอยู่บ้าง อย่างรอยตัดเลเซอร์คัทบางจุดไม่ค่อยเนี้ยบกับพวกตะเข็บที่มีอยู่น้อยก็จริงแต่บางจุดยังเย็บไม่ค่อยเนี้ยบเท่าที่ควร (เทียบเรื่องตะเข็บ UD กับ UltrAspire เย็บได้ดีกว่านิดหน่อย) จริงๆ ก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไรนะครับแต่ถ้าจะใช้คำว่าสินค้าระดับ high-end แล้วผมคิดว่างานตัดเย็บน่าจะทำได้เนี้ยบกว่านี้อีกหน่อย บางอย่างที่ผมคิดว่าควรจะเพิ่มเติมก็เช่น ขอบของช่องใส่ขวดด้านหน้าน่าจะเย็บตะเข็บสักนิดกันย้วยหรือก็ทำช่องใส่ของด้านหลังน่าจะมีซิปด้วยอะไรประมาณนี้ คิดว่ารุ่นต่อไปน่าจะมีการพัฒนารูปแบบไปในทางที่ดีขึ้นครับ อ้อ…อีกอย่างคือน่าจะแถมขวด soft flask มาด้วย แบรนด์อื่นเค้าแถมมาให้ทั้งนั้นไม่ขวดน้ำก็ถุงน้ำ -*-

บทสรุปสำหรับ Gilet Responsiv 8L ผมคิดว่าเป็นเป้ที่โดดเด่นในเรื่องของการออกแบบและความเบากับความกระชับของตัวเป้ (เป็น race vest แบบ minimalist ที่ออกแบบตามหลัก ergonomics) ถ้าเป็นงานวิ่งที่จุดให้น้ำไม่ไกลมาก (3-5k) หรือวิ่ง city run ตอนนี้ Gilet Responsiv ตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่ผมจะเลือกใช้งานครับ แต่เนื่องจากความจุที่น้อยประกอบกับผมเป็นคนวิ่งช้า ถ้าเป็นงานที่จุดให้น้ำห่างกันมากหรือจำเป็นต้องใช้ถุงน้ำในการวิ่งด้วยยกตัวอย่างเช่น TNF100 ผมคิดว่าคงจะใช้ UD SJ 2.0 ต่อไป

Pros

  • การออกแบบโดยรวมดูดี
  • ใช้วัสดุและมีการตัดเย็บดี
  • น้ำหนักเบามาก
  • กระชับมากเวลาสวมใส่
  • ระบายอากาศดีและแห้งเร็วพอสมควร

Cons

  • ใส่ของได้น้อยไปหน่อย
  • ขอบช่องใส่ของใช้ไปสักพักจะย้วย
  • ไม่แถมขวดน้ำหรือถุงน้ำมาด้วย

Tagged with: , , , , , , , , , , ,
One comment on “รีวิว Raidlight Gilet Responsiv 8L
  1. Baitong says:

    เยี่ยมฮะ

'เมนท์ที่นี่จ้า