รีวิว UD : SJ Ultra Vest 2.0

ช่วงนี้กระแสการวิ่งเทรลหรืออัลตราเทรลนี่เรียกว่ากำลังมาแรงขึ้นเรื่อยๆ นะครับ ตัวผมเองยอมรับเลยว่าตอนนี้ชอบวิ่งเทรลมากกว่าวิ่งถนน ^^ เมื่อเราพูดถึงเรื่องการวิ่งเทรลอุปกรณ์ที่ผู้คนมักจะนึกถึงก็คือเป้น้ำ วันนี้ก็เลยจะมารีวิวเป้น้ำที่ผมใช้อยู่ตอนนี้ Ultimate Direction SJ Ultra Vest 2.0 ซึ่งเป็นรุ่น signature ของ Scott Jurek นักวิ่งอัลตร้าระดับตำนานนั่นเองครับ

โลโก้ของ Ultimate Direction

Ultimate Direction เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 1985 โดยเริ่มประดิษฐ์คิดค้นอุปกรณ์เกี่ยวกับการดื่มน้ำ (hydration packs) หลายๆ แบบ เริ่มจากเข็มขัดขวดน้ำ , ขวดน้ำมือถือ จนกระทั่ง 30 ปีต่อมาก็ได้มาอยู่แถวหน้าของแบรนด์เป้น้ำในทุกวันนี้ ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่จะมีนักกีฬาที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานผลิตภัณฑ์นั้นมาร่วมออกแบบด้วย สำหรับเป้น้ำนั้นถ้าจะแบ่งง่ายๆ ก็จะแบ่งได้เป็น 2 แบบนะครับคือ Yoke Style (เป้ส่วนหน้ากับหลังแยกจากกันแต่มีสายรัดด้านข้าง เช่น Jenny Ultra Vesta) กับ Vest Style (เป้เป็นชิ้นเดียวเหมือนเสื้อกั๊ก เช่น SJ Ultra Vest หรือ PB Adventure Vest)

เป้ทั้งสามรุ่นของ UD Signature Series 2.0 (และ Anton ที่นั่งฟินอยู่)

รุ่น Signature ของ Jenny Jurek สำหรับผู้หญิง

SJ Ultra Vest 2.0 นี้เป็นหนึ่งใน Signature Series 2.0 ซึ่งเป็นคอลเลคชั่นเป้น้ำสามรุ่นดังของ Ultimate Direction ครับ แต่ละรุ่นก็จะมีนักวิ่งอัลตร้ามาราธอนชื่อดังมาช่วยออกแบบคือ AK Race Vest 2.0 ร่วมออกแบบโดย Anton Krupicka , SJ Ultra Vest 2.0 ร่วมออกแบบโดย Scott Jurek และ PB Adventure Vest 2.0 ร่วมออกแบบโดย Peter Bakwin

SJ Ultra Vest 2.0 ด้านหน้า

ถุงน้ำ 2 ลิตร (70 oz) ต้องซื้อเพิ่มหากต้องการใช้

เป้น้ำในคอลเลคชั่น Signature Series ของ UD จะมากับขวดน้ำ 2 ขวดไม่ได้มีถุงน้ำให้มาด้วยแต่สามารถซื้อเพิ่มได้ครับ ขวดน้ำที่ให้มาสองขวดมีความจุขวดละประมาณ 580 cc. (20 oz.) ขวดน้ำถือว่าขนาดกำลังดีสำหรับใส่ในช่องด้านหน้าหรือถือวิ่ง ที่ผมชอบอย่างหนึ่งคือที่ฝามีห่วงทำให้ดึงออกจากช่องใส่ได้ง่าย

ขวดน้ำ 20 oz ของ UD

สิ่งที่ถือว่าเป็นจุดเด่นของขวดน้ำ UD ก็คือจุกน้ำแบบ Kicker Valve สีแดง ถ้าจุกถูกกดไปด้านในก็จะเป็นการล็อควาล์วไม่ไห้น้ำออกมา เวลาจะดื่มก็ดึงจุกขึ้นมาแล้วกัดดูดน้ำเหมือนดูดขวดนมเด็กครับ (กัด-ดึง-ดูด) สำหรับใครที่เพิ่งเคยใช้อาจต้องปรับตัวครับเพราะถ้าไม่คุ้นจะมีบางครั้งที่ดูดไม่ออก

Kicker Valve ตอนปิด(ซ้าย) กับ เปิด(ขวา)

ต้องกัดให้ปลายจุกที่มาร์กไว้เป็นตัว X เปิดออกแล้วดูดน้ำ

สำหรับบางคนที่ชอบบีบขวดให้น้ำพุ่งออกมาเข้าปาก(แบบพวกขวดน้ำจักรยาน) ขวด UD ก็สามารถบีบได้ครับแต่เนื่องจากไม่ได้ออกแบบมาให้บีบ ตัวขวดจะค่อนข้างแข็งต้องใช้แรงบีบเยอะและน้ำพุ่งออกมาไม่ค่อยแรงมาก สรุปก็คือใช้ดูดแหละครับดีแล้ว

ขวดบีบได้แต่ต้องใช้แรงเยอะ

มาดูที่ตัวเป้กันบ้างครับรูปทรงของเป้ออกแบบมาได้ดีครับ สวมแล้วจะกระชับไปกับลำตัวเวลาวิ่งแล้วไม่ค่อยเด้งมาก ความจุของเป้ประมาณ 7 ลิตร มีช่องใส่ของหลายช่องแต่ส่วนใหญ่จะเป็นช่องเล็ก น้ำหนักเป้ไม่รวมขวดหนักแค่ 310 กรัมซึ่งถือว่าเบามากครับ (น้ำหนักรวมขวดเปล่า 2 ขวดจะอยู่ที่ 468 กรัม) เป้ SJ Ultra Vest 2.0 นี่ถึงจะดูเหมือนเป็นเป้สำหรับผู้ชายแต่จริงๆ แล้วใช้ได้ทั้งชายและหญิงนะครับ (unisex) โดยจะมี 3 ขนาดวัดตามรอบอกของเราครับ (ผมรอบอกประมาณ 34 นิ้วในรูปที่ใส่อยู่เป็นไซส์ MD)

  • SM : รอบอก 23 – 33 นิ้ว หรือ 58 – 84 ซม.
  • MD : รอบอก 31 – 39 นิ้ว หรือ 79 – 99 ซม.
  • LG : รอบอก 36 – 44 นิ้ว หรือ 91 – 112 ซม.

ภาพตอนสวมใส่ SJ Ultra Vest 2.0

วัสดุที่นำมาใช้ทำเป้นั้นจะใช้หลักๆ อยู่ 3 ชนิดนะครับคือ Silnylon 66 (ส่วนที่เป็นสีขาว) เจ้า Silnylon นี่เป็นผ้าใยสังเคราะห์ที่มีส่วนผสมระหว่างไนล่อนกับซิลิโคน มีคุณสมบัติคือ เหนียว, ทนทานต่อแรงกระชาก และ กันน้ำ (แต่ไม่ระบายอากาศ) ปกตินิยมนำมาใช้ในการทำ Outdoor Gears เช่น เสื้อกันลมหรือเต็นท์

ส่วนที่เป็น Silnylon 66

วัสดุชนิดต่อมาคือ Hex Mesh เป็นผ้าใยสังเคราะห์ทอเป็นรูปหกเหลี่ยม(ส่วนสายสะพายกับด้านหลังของเป้) มีความแข็งแรงและระบายอาหาศได้ดีมาก และสุดท้ายคือ Power Mesh เป็นผ้ายืดที่ใช้เย็บเป็นตัวเป้(ส่วนสีฟ้าและเทา) ซึ่งวัสดุทั้ง 3 อย่างนี้มีน้ำหนักค่อนข้างเบาเมื่อนำมาใช้เย็บเป็นเป้เลยทำให้เป้มีน้ำหนักเบาไปด้วย การออกแบบในส่วนนี้ถือว่าทำได้ค่อนข้างดีมากครับ

ส่วนที่เป็น Hex Mesh

ผ้า Power Mesh

โดยรวมแล้วเป็นเป้ที่โปร่งมาก

ด้านหน้าของเป้จะมีแถบล็อค 2 แถบ(บน-ล่าง) ตัวแถบจะเป็นผ้าไนล่อนแข็ง(ไม่ใช่ผ้ายืด) สามารถปรับตำแหน่งขึ้นลงได้โดยการสไลด์ที่ตัวยึดตรงปลาย ส่วนขอบของเป้จะเข้าขอบด้วยผ้านุ่มๆ คล้ายกำมะหยี่ช่วยลดปัญหาเรื่องขอบเป้เสียดสีกับเสื้อหรือคอได้มากครับ

แถบรัดด้านหน้า

tag ลายเซ็นต์ Scott Jurek และส่วนขอบเป้ที่เป็นผ้านุ่มๆ

ส่วนสายสะพายด้านหน้าจะมีช่องใส่ขวดซ้ายขวาอย่างล่ะช่องและมีสายบันจี้สำหรับรัดขวดอยู่ด้านบน ด้านข้างของช่องใส่ขวดก็จะมีช่องใส่ของเล็กๆ อีก 2 ช่อง(รวมทั้งหมดก็ 4 ช่อง) ขนาดก็ประมาณว่าใส่เจล(energy gel) ได้ช่องละซองครับ

ตัวล็อคสายรัดขวดเย็บติดกับเป้

ช่องใส่ของข้างช่องใส่ขวดน้ำ

เหนือช่องใส่ขวดน้ำบริเวณสายสะพายจะมีช่องใส่ของอีกสองช่อง(ซ้าย-ขวา) โดยด้านซ้ายจะมีนกหวีดอยู่ด้วยครับ ขนาดก็ประมาณใส่เจลได้ 2 ซอง ส่วนใต้ช่องใส่ขวดก็จะมีช่องเล็กอีกสองช่อง(ซ้าย-ขวา) ขนาดประมาณใส่เจลได้ 1 ซอง โดยช่องใส่ของที่อยู่ด้านบนและล่างของช่องใส่ขวดน้ำนี้จะเปิด-ปิดช่องด้วยเวลโคร

ช่องใส่ของด้านบนของสายสะพาย

ช่องใส่ของด้านล่างช่องใส่ขวดน้ำ

ด้านข้างทั้งซ้ายและขวาของเป้จะมีช่องซิปใส่ของครับ ช่องนี้ค่อนข้างใหญ่ผมลองใส่โทรศัพท์จอประมาณ 4.5″ กับเจลอีก 3 ซองได้พอดี แต่เวลาสวมเป้แล้วกระเป๋าด้านข้างนี้จะอยู่สูงทำให้เอื้อมมือไปเปิดซิปยากหน่อยครับ ด้านหลังช่องนี้ถ้าแกะแถบเวลโครออกจะมีที่ปรับสายรัดด้านข้างอยู่ ออกแบบให้อยู่ข้างหลังช่องใส่ของเพื่อซ่อนสายไม่ให้ห้อยออกมา

ช่องซิปด้านข้าง

ที่ปรับสายรัดด้านข้าง

สำหรับด้านหลังจะมีช่องซิปอยู่ 3 ช่องแต่จริงๆ แล้วเป็น 2 ช่องครับ เพราะช่องใส่ของใหญ่กับช่องใส่ถุงน้ำใช้พื้นที่ร่วมกัน ช่องใส่ของเล็กด้านหลังขนาดประมาณใส่ขวดน้ำได้ขวดนึงส่วนช่องใหญ่ก็จะใหญ่เต็มพื้นที่เป้ แต่ถ้าใช้ถุงน้ำด้วยก็อาจจะใส่ของได้ไม่เยอะนักครับ และต้องระวังไม่ใส่ของที่ขอบแหลมหรือคมในช่องใหญ่เพราะอาจจะไปทิ่มถุงน้ำตอนวิ่งได้

ช่องใส่ของเล็กด้านหลัง

ช่องใส่ถุงน้ำ (มีรูให้สอดสายยางทั้งทางซ้ายและขวา)

ช่องใส่ของใหญ่ด้านหลังใช้พื้นที่ร่วมกับช่องใส่ถุงน้ำ

ผมใช้ SJ Ultra Vest 2.0 วิ่งมาแล้วประมาณ 200 กม. ทั้ง Ultra Trail และ City Run ตัวเป้ใส่ค่อนข้างสบายครับไม่อับด้านหลังถึงแม้จะใส่ถุงน้ำไปด้วยก็ตาม ตัวเป้ไม่ค่อยอมเหงื่อจึงทำให้ไม่ค่อยมีกลิ่นแม้ว่าจะไม่ได้ซักบ่อยๆ หากปรับเป้ให้พอดีตัวจะค่อนข้างกระชับไม่เด้งมากเวลาวิ่ง การใช้งานโดยรวมถือว่าดีมากครับไม่แปลกใจเลยว่าทำไมในงาน TNF100 Thailand 2015 ถึงมีนักวิ่งใช้ UD Signature Series กันเยอะมาก โดยรวมแล้วช่องใส่ของก็มีพอที่จำเป็นครับแต่ถ้าหากเคยใช้เป้ที่ใหญ่กว่านี้ เช่น ก่อนหน้านี้ผมใช้ Salomon Skin Pro 10+3 จะรู้สึกว่า SJ Ultra Vest 2.0 ใส่ของได้น้อย ก็ถือว่าเป็น trade-off ล่ะกันครับระหว่างความจุกับความเบา+ความกระชับ เรื่องการใช้งานหากไม่เคยวิ่งโดยมีขวดน้ำด้านหน้ามาก่อนอาจจะต้องทำความคุ้นเคยสักนิดแล้วก็ค่อยปรับตัวไป (แต่ถ้าชินแล้วหลายคนจะชอบมากกว่าวิ่งแบกถุงน้ำด้านหลัง)

ใส่วิ่งงาน Columbia Trail Master (ขอบคุณภาพจาก Refill Magazine ครับ)

ผู้หญิงก็ใช้ SJ Ultra Vest ได้
(ขอบคุณภาพจากคุณกล้วย Crazy Running และ Shutter Running)

ตอนวิ่งจะใช้ขวดน้ำ 2 ขวด , ถุงน้ำ , ถุงน้ำ+ขวดน้ำ 1 ขวด หรืออะไรก็สามารถปรับได้ตามความชอบครับ สำหรับผมปกติถ้าวิ่งในงานอัลตร้าเทรลจะใช้ถุงน้ำใส่น้ำแล้วขวดน้ำ 1 ขวดไว้ใส่เกลือแร่ แต่ถ้าวิ่ง City Run ก็ใช้ขวดน้ำขวดเดียว (เพราะแวะร้านสะดวกซื้อได้ตลอดเวลา) เรื่องการร้อยสายยางสำหรับดูดน้ำนี่สามารถร้อยได้ 2 แบบนะครับทั้งด้านบนและด้านล่างแต่ปกติผมจะร้อยสายยางลงด้านล่าง(ติดมาจากตอนใช้เป้ Salomon) เพราะว่าค่อนข้างสะดวกเวลาจะปลดเป้จะได้ไม่ต้องปลดสายยางที่พาดไปที่ไหล่ด้วย

ร้อยสายยางด้านบน

รอยสายยางด้านล่าง

นอกจากนี้ยังมีทริกเรื่องการรัดสายบันจี้คอร์ดด้านหลังของเป้ (พี่ป็อก VFF Thailand สอนผมมาอีกที) หลังจากที่เราใส่ของแล้วบางครั้งของอาจเด้งอยู่ในเป้เวลาเราวิ่งถึงแม้ว่าจะรัดสายบันจี้แล้วก็ตาม เราสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยการเอาสายบันจี้คอร์ดไปเกี่ยวกับตะขอด้านข้างครับ (การเก็บ Trekking Poles ไว้ด้านหลังเป้ก็ใช้การเกี่ยวกับตะขอนี้ในการยึดเช่นกัน)

การเกี่ยวสายบันจี้คอร์ดกับตะขอด้านข้าง

บทสรุปสั้นๆ สำหรับ SJ Ultra Vest 2.0 นี้ผมบอกได้เลยว่าเป้ใบนี้เป็นตัวเลือกระดับต้นๆ ของการเลือกซื้อเป้น้ำครับ โดยรวมทั้งการออกแบบ, วัสดุ, น้ำหนัก หรือ รูปทรง ถือว่าทำออกมาได้ค่อนข้างดีมาก สมราคาที่แปะชื่อ Scott Jurek นักวิ่งอัลตร้าระดับตำนาน

Pros

  • มีวัสดุและการตัดเย็บที่ดี
  • น้ำหนักเบา
  • ค่อนข้างกระชับเวลาสวมใส่
  • ระบายอากาศดีไม่อมเหงื่อ

Cons

  • สายรัดด้านหน้าควรเป็นแถบยางยืดจะได้กระชับกว่านี้
  • สำหรับคนตัวเล็กถ้าปรับแถบรัดด้านข้างเยอะเป้จะย่นๆ (แต่ไม่มีผลกับความกระชับ)
  • ใส่ของได้น้อยไปหน่อย

Tagged with: , , , , , , , , , , ,
13 comments on “รีวิว UD : SJ Ultra Vest 2.0
  1. sith says:

    รีวิวได้ละเอียดมากเลยครับ ราวกับออกแบบมาเอง ชอบอ่านที่คุณตั้มมารีวิวครับ แล้วไม่ทราบว่าพอจะรีวิว เป้น้ำของ salomon ด้วยได้มั๊ยครับ ถ้าเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียกับ UD ด้วยจะเยี่ยมมากเลย เคยดูรีวิวของเวปต่างประเทศกลับให้คะแนน UD ไม่ค่อยดีเท่าไร แถมยังบอกว่าคะแนนที่ให้นี่ ปล่อยเกรดให้แล้วนะเนี่ย

    • Tum says:

      ผมเคยใช้แต่ Salomon Skin Pro 10+3 เป็นรุ่นกลางเลยน้ำหนักเยอะไปหน่อยแต่ก็กระชับดีครับช่องใส่ของใหญ่ (ขายให้เพื่อนไปแล้วตอนซื้อ UD เลยไม่ได้ถ่ายรูปเก็บรายละเอียดอะไรไว้) ถ้าจะเทียบแบบระดับเดียวกันก็น่าจะเป็น Salomon S-Lab Advanced Skin3 5 Set ซึ่งตัวนี้กระชับกว่า SJ 2.0 แน่นอนครับ

      เป้ของ Salomon จะใช้ผ้ายืดเยอะเลยทำให้กระชับกว่า ส่วน UD เหมือนจะไปเน้นวัสดุที่เบาและโปร่งก็เลยจะเสียเรื่องความยืดหยุ่นไป ถ้าใช้ถุงน้ำพอเวลาดูดน้ำพร่องไปเยอะแล้วถุงน้ำยุบลง Salomon แทบไม่ต้องปรับอะไรแถบรัดด้านหน้าเป็นยางยืดมันก็กระชับเอง แต่ของ UD เป็นแถบไนล่อนไม่ยืดหยุ่น พอถุงน้ำยุบทีนึงผมก็ต้องปรับให้แน่นขึ้นทีนึง มันน่ารำคาญตรงนี้แหละครับ (ถ้าใช้แต่ขวดหน้าอย่างเดียวก็ไม่มีปัญหาเรื่องนี้ปรับครั้งเดียว)

      แต่ที่สำคัญอีกอย่างคือราคาครับ ถ้าระดับเดียวกัน Salomon แพงว่าชาวบ้านตลอดไม่ว่าจะเป็น Compression หรือ เป้น้ำ (SJ 2.0 ราคา 129$ , S-Lab ADV Skin3 5 Set ราคา 160$)

  2. narongsak says:

    ขอบคุณครับ

  3. yupawan says:

    รีวิวละเอียดและอ่านง่ายมากๆ เลยค่ะ ขออนุญาตแชร์นะคะ

  4. AzAz says:

    เห็นโปรฯ UD ที่เว็บ YUPAWAN ทำให้ต้องกลับมาดูรีวิวอันนี้ของคุณตั้มซำ้อีกทีเลยครับ

    • Tum says:

      ถึงตอนนี้ผมจะมีเป้หลายในแต่ UD ก็ยังเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ครับ 🙂

  5. Win says:

    ขอบคุณที่มารีวิวครับ…^^

  6. Phaduungkiat says:

    ผมขอคำแนะนำหน่อยครับ รอบอก 38 นิ้ว ควรเลือกไซต์ UD SJ ขนาด MD หรือ LG ครับ

    • Phaduungkiat says:

      ได้รับคำแนะนำจากคุณตั้มผ่านทาง Facebook แล้วครับ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับ (มีโอกาสจะมารีวิวระหว่าง Size MD กับ LG เพื่อเป็นข้อมูลให้กับท่านอื่นๆครับ)

      • Phaduungkiat says:

        จากความคิดเห็นตัว ขนาดรอบอก 38 นิ้ว ควรเลือกไซต์ MD จะกระชับกับตัวมากกว่าไซต์ LG ครับ (ทดลองวิ่งโดยใส่น้ำเต็มทั้งสองขวด) ส่วนไซต์ LG ลองปรับสายรัดทุกตำแหน่งให้รัดแน่นที่สุดยังไม่ค่อยกระชับเท่าควรเลยครับ

'เมนท์ที่นี่จ้า