Nike Run Club : Run Lunar

หลังจากจบพัทยามาราธอนปุ๊บก็มีอีก 1 อีเวนท์งานวิ่งให้วิ่งต่อทันทีครับคืองาน Nike Run Club : Run Lunar ซึ่งก็เป็นงานวิ่งที่เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเปิดตัวรองเท้าวิ่งรุ่นดัง Nike LunarGlide 6 นั่นเองครับ โดยงานนี้จะมีการจัดงานในลักษณะแบบ Invitation Event คือเชิญทีมมาเข้าร่วมจำนวนจำกัด (8 ทีม)

งานนี้จะเป็นลักษณะของการวิ่งเก็บระยะทางเป็นเวลา 12 วัน (27 ก.ค. ถึง 7 ส.ค.) โดยในแต่ละทีมจะมีสมาชิก 25 คน วิ่งแล้วก็เก็บระยะผ่านแอพ Nike+ (หรือ import จากแอพอื่นมาใส่ Nike+ ก็ได้) ทีมที่ได้ระยะทางรวมถึง 1,738 กม. ก่อน 3 ทีมแรกจะได้ไปงานเลี้ยงที่ Latitude Lounge & Bar โรงแรม Banyan Tree ในวันที่ 10 ส.ค. (1,738 กม. ก็คือระยะรัศมีของดวงจันทร์) โดยทีมที่เข้าร่วมกิจกรรมนี้มีทั้งหมด 8 ทีม ดังนี้ครับ

  • Friendship Team
  • รวมมิตรทับทิมกรอบ
  • ชมนกชมไม้
  • Lomosonic
  • Ari Running
  • 349 Running Club
  • Run Lunla
  • ไส้อ่อนกอง รองเท้าหาย

ที่มาของชื่อทีม ไส้อ่อนกอง รองเท้าหาย

สำหรับผมก็จับพลัดจับผลูได้ไปอยู่ทีมของน้องเต๋า (กองร้อยลากไส้) ซึ่งเป็นทีมที่ 8 ที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมนี้ครับ เนื่องจากทีมนี้เป็นการรวมกลุ่มจากเพื่อนนักวิ่งหลายคนจากหลายที่ เต๋าก็เลยบอกว่าจะตั้งชื่อทีมให้สื่อถึงทุกคน สรุปสุดท้ายได้ชื่อทีมว่า “ไส้อ่อนกอง รองเท้าหาย” ชื่อดูหวาดเสียวดีนะครับ (ต้องขอขอบคุณน้องเต๋าที่อุตส่าห์เอาอ่อนนุชไปใส่ในชื่อทีมด้วยถึงจะมาแค่คนเดียว ^^’)

สมาชิกในทีม ไส้อ่อนกอง รองเท้าหาย

งานนี้บอกตรงๆ ว่ากติกาค่อนข้างจะลึกลับคือแบบว่าเป็นกติกาที่ส่งต่อกันมา (กว่าจะรู้กติกาที่ชัดเจนก็ใกล้ช่วงเริ่มเก็บระยะแล้ว) ผมรู้แค่ว่าแต่ละทีมต้องวิ่งให้ได้ 1,738K เร็วที่สุดเพื่อที่จะได้เป็น 1 ใน 3 ทีมที่จะได้ไปร่วมงานเลี้ยงที่โรงแรม Banyan Tree , ต้องไปร่วมลงทะเบียนในงานอย่างน้อย 1 ครั้ง จากอีเวนท์ 3 ครั้งที่จัดในวันที่ 27 , 30 ก.ค. และ 3 ส.ค. แล้ววิ่งในงานอีเวนท์ให้ได้ระยะทางอย่างน้อย 4K เพื่อรับ wristband (ซิลิโคน) , จบงานแล้วใครวิ่งได้เกิน 40K จะได้รับสายข้อมือหนัง Nike Run Club 1 เส้น

เมื่อถึงวันที่ 27  ก.ค. การเก็บระยะวิ่งวันแรกก็เริ่มขึ้นในตอน 18:00 น. ทำให้ระยะทางที่ผมวิ่งฮาล์ฟพัทยามาราธอนเมื่อตอนเช้าใช้ไม่ได้ T_T ก็เลยต้องลากสังขารมาวิ่งตอนเย็นได้ 5K แบบสะบักสะบอม ตั้งแต่วันแรกทีมผมก็เริ่มมีการวางแผนโดยคุณต้อม (Tom Za) นักวิ่งอัลตร้ากล้ามโตของทีมแพลนไว้ว่าให้จบระยะ 1,738K ให้ได้ภายในวันที่ 31 ก.ค. เพื่อเป็นการการันตีว่าจะทีมเราเป็น 1 ใน 3 ทีมที่จะได้ไปร่วมงานปาร์ตี้ที่โรงแรม Banyan Tree โดย 4 วันแรกจะทำระยะเฉลี่ยให้ได้คนละ 40K (วันแรกจะไม่เน้นมากนักเพราะบางคนมาวิ่งพัทยามาราธอนอาจไม่สามารถวิ่งอีกครั้งในตอนเย็นได้) และวันที่ 5 (31 ก.ค.) ก็จะอัดระยะกันจนครบ 1,738K

ในแต่ละวันนักวิ่งแต่ละคนจะต้องส่งระยะวิ่งจาก Nike+ (capture หน้าจอ หรือ ส่งรูป activity photo) ไปให้ทีมงานไนกี้ และเพราะว่าทีมผมต้องการปิดจ้อบใน 5 วัน ก็เลยทำให้ผมต้องออกมาวิ่งทุกวัน กลายเป็นคนขยันวิ่งไปโดยปริยาย (จากปกติที่ชอบวิ่งตามใจฉันไปเรื่อยๆ) ไม่ว่าจะเลิกงานกี่โมงก็ต้องออกมาวิ่งเก็บระยะให้ได้ตามที่ทีมวางแผนกันไว้ ดังนั้นระยะส่วนใหญ่ของผมจะเป็นการวิ่ง City Run เพราะมักจะเลิกงานเวลาสวนใกล้ปิดครับ -“-

ส่วนหนึ่งของระยะวิ่งของผมในอีเวนท์นี้ (ส่วนใหญ่เป็น City Run)

ก็เก็บเล็กผสมน้อยกันไปเรื่อยๆ ครับ ใครสายอ่อนแบบผมก็เก็บได้น้อยหน่อย ส่วนใครที่เป็นสายแข็งในทีมก็ได้ระยะเยอะ ทุกคนในทีมก็ช่วยๆ กันครับ และเพราะการที่เป็นการเก็บระยะแบบทีมนี่แหละที่ทำให้ผมยิ่งขยันวิ่ง เพราะเวลาวันไหนเลิกงานกลับมาแล้วขี้เกียจ นอนตากแอร์อยู่ที่บ้านพอเห็นเพื่อนๆ ส่งระยะในกลุ่มบน facebook ก็จะเริ่มมีแรงจูงใจรู้สึกอยากออกไปวิ่งช่วยเพื่อนทำระยะ แล้วก็เลยต้องลุกออกไปวิ่งโดยปริยายช่วง 5 วันแรกนี่เรียกได้ว่าผมขยันสุดๆ วิ่งทุกวัน (บางวันเลิกช้าก็เริ่มวิ่งริมถนนเอาตั้งแต่สี่ทุ่มกว่าๆ จนเกือบเที่ยงคืน), กลับมาอาบน้ำ, แช่เท้าในน้ำแข็ง, ใส่กางเกงคอมเพรสชั่นตอนนอน (ช่วยเรื่อง recovery ได้นิดหน่อย) วนอยู่อย่างนี้ตลอด 5 วัน

วันงานอีเวนท์ของ Nike (ทีมผมนี่เอกลักษณ์คือท่ายาก)

จนมาถึงวันที่ 31 ครับวันนี้เป็นไฮไลท์เลย ตอนบ่ายคุณจอย (ผู้จัดการทีม) ได้โทรประสานข้อมูลกับทางไนกี้ได้ความว่ามีสองทีมที่ทำระยะจี้กันอยู่เป็นสองทีมแรกคือทีมผมและ Friendship Team โดยทีมผมมีระยะตามอยู่ประมาณ 100K แต่ว่าทางทีม Friendship เริ่มวิ่งกันแล้ว โอ้วม่าย…ทีมผมยังทำนั่งทำงานกันอยู่เพียบต้องรอวิ่งตอนเลิกงาน ผมก็ทำงานแบบกระสับกระส่ายรอจนเลิกงานแล้วก็เปลี่ยนชุดวิ่งออกไปเลย วิ่งเส้นเลียบทางด่วน > พระราม 9 > โลคอลโร้ด > อโศก > สวนเบญจกิติ์ วิ่งวนๆ จนสวนปิดแล้วก็วิ่งกลับบ้านได้มา 27K

กลุ่มสายแข็งที่ไปเก็บระยะกันเส้นสวนลุม

ส่วนเพื่อนๆ ในทีมอีกกลุ่มก็ไปรวมตัววิ่งกันย่านสวนลุม-เยาวราช ซึ่งกลุ่มนี้มีแต่ขาโหดไปรวมกัน เวลาวิ่งก็ต้องตัดระยะเพื่อส่งผลไปให้ Nike กันถี่ๆ บางคนก็ส่งระยะทุก 5K บางคนก็ทุก 1 ชม. วิ่งกันจนประมาณ 3 ทุ่ม 40 นาที ก็ทำระยะได้เกิน 1,738K ซะที (ข่าวแว่วมาว่าได้ที่ 2 แบบไม่เป็นทางการเพราะทางทีม Friendship เค้าได้ระยะครบเป็นทีมแรกตั้งแต่เย็นแล้ว) หมดสัปดาห์นรกสักทีหลังจากนี้ก็วิ่งกันเรื่อยๆ จนถึงวันที่ 7 ครับ แล้วก็รอลุ้นทีมที่ 3 (ซึ่งได้ข่าวมาว่าระยะใกล้เคียงกันอยู่สองทีมเหมือนกัน)

สรุประยะของทีมผมหลังจบวันที่ 7 ก.ค. (วันงานเลี้ยงบางคนยังส่งระยะไม่ครบ)

วันที่เหลืออีก 7 วันผมก็ไม่ค่อยได้วิ่งเท่าไหร่แล้วครับ หยุดไป 4 วัน กะว่าวิ่งแค่ให้ได้ระยะรวม 12 วันเกิน 100K ก็พอ ตอนงานอีเวนท์วันสุดท้าย (3 ส.ค.) ก็มีการประกาศผลทีมที่ทำระยะได้เกิน 1,738K สามทีมแรกอย่างเป็นทางการ คือ Friendship Team, ไส้อ่อนกอง รองเท้าหาย และ Run Lunla ครับ เตรียมตัวกันไปปาร์ตี้ที่ Banyan Tree กันเลย 🙂

พระเอกของงาน Nike LunarGlide 6

รองเท้าขาวกันทั้งทีมอย่างกับบอยแบนด์ 🙂

มาถึงวันที่ 10 ส.ค. ซึ่งเป็นวันจัดงานปาร์ตี้ที่ Latitude Lounge & Bar (ชั้น 51) ก่อนเริ่มงานเพื่อให้สมกับเป็นปาร์ตี้นักวิ่งก็มีการให้นักวิ่งทั้งสามทีมเปลี่ยนรองเท้าเป็น Nike LunarGlide 6 กันก่อนแล้วก็ลงมาวิ่งกันประมาณ 3K ที่ ถ.สาธรใต้ หน้าโรงแรม Banyan Tree (ก็คือให้เทสรองเท้านั่นแหละครับ) เทียบกับ Nike LunarGlide 4 ที่ผมเคยใช้สมัยตอนเพิ่งเริ่มวิ่งใหม่ๆ รุ่น 6 นี่ heeldrop ต่ำลงเล็กน้อยแล้วก็มีน้ำหนักเบาขึ้นครับ

ป้ายอันดับของระยะรวมทุกทีม

ทีม ไส้อ่อนกอง รองเท้าหาย

พอวิ่งกันเสร็จก็กลับขึ้นไปทานอาหารกันมีพิธีแจกรางวัลสำหรับผู้ทำระยะรวมสูงสุด 3 อันดับแรกของแต่ละทีม แล้วก็แจกสายรัดข้อมือหนัง Nike Run Club ให้กับนักวิ่งที่ทำระยะได้เกิน 40K โดยรวมอาหารก็อร่อยดีครับโดยเฉพาะของหวาน แต่ที่ดีมากเลยคือมีเบียร์เสิร์ฟไม่อั้นครับ 🙂 กินดื่มกันเสร็จแล้วก็แยกย้ายกันกลับบ้าน

MC ในงานสัมภาษณ์ทีม Run Lunla ก่อนลงไปวิ่ง

วิ่ง City Run เบาๆ ก่อนทานอาหาร

กลับขึ้นมาก็ stretching กันก่อน

สำหรับรายการ Nike Run Lunar นี่ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์การวิ่งที่ดีของผมที่ได้ร่วมเก็บระยะกับเพื่อนๆ ในทีม ได้เอาชนะความขี้เกียจซ้อม (เพราะช่วงแรกต้องออกมาวิ่งเกือบทุกวัน), ได้วิ่ง City Run กับเพื่อนตอนวันงานอีเวนท์วันที่ 2 จากสวนลุมกลับบ้าน (วิ่งกับเพื่อนนี่มันสนุกดีนะครับปกติเคยแต่วิ่งคนเดียว), ได้ลองวิ่ง City Run เส้นทางแถวบ้านที่ไม่เคยจะคิดไปวิ่งมาก่อน (เพราะสวนปิดไม่มีที่จะไปวิ่งเก็บระยะ), ได้รู้สึกถึงอาการขากรอบและการก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง (เป็นเดือนแรกนับตั้งแต่เริ่มวิ่งมาเลยที่ทำระยะวิ่งได้เกิน 160K ใน Nike+) ถ้าคราวหน้ามีกิจกรรมนี้อีกก็อยากจะร่วมด้วยอีกครั้งครับ แต่คิดว่ากติกาน่าจะโหดกว่านี้เพราะคราวนี้จบเกมเร็วไปหน่อย (แต่ละทีมมีนักวิ่งอัลตร้ามาเก็บระยะโหดๆ กันเพียบเลย)

ตอนกลางคืนวิวสวยดีครับ

ชนแก้วกันก่อนจะแยกย้ายกันกลับ

 

[ภาคพิเศษ] Run With Gib vs Onnut Runners Challenge

ช่วงที่จะเริ่มเก็บระยะ Nike Run Lunar ผมคุยกับแอดมินกิ๊บแห่งเพจวิ่งกับกิ๊บเรื่องอีเวนท์นี้ พอคุยไปคุยมาปรากฎว่าอยู่คนละทีมกัน (Run Lunla กับ ไส้อ่อนกองรองเท้าหาย) อ้าว…อยู่คนละทีมกันแบบนี้การท้าทายเลยเกิดขึ้น ก็เลยแข่งเก็บระยะนอกรอบกันเองช่วงวันที่ 27 มิ.ย. – 1 ส.ค. เพราะว่าลงวิ่งฮาล์ฟเหมือนกันตอนงานพัทยามาราธอนอยู่แล้วก็เริ่มนับกันตั้งแต่ตอนเช้าวันนั้นเลย ถ้าใครแพ้ก็เลี้ยงข้าวคนชนะครับซึ่งแอดมินกิ๊บก็แสนจะมั่นใจเหลือเกินว่างานนี้ได้กินข้าวฟรีแน่นอน (เหรอ…)

ระหว่างช่วงวิ่งเก็บระยะก็มีสงครามน้ำลายกันอยู่เป็นระยะๆ ซึ่งบางทีก็ทำให้ผมหวั่นๆ เหมือนกันว่าแอดมินกิ๊บจะมีอาวุธลับอะไรหรือเปล่า ทำไมถึงมั่นใจได้ขนาดนี้ -“- แต่ผมคิดไว้แล้วว่าถึงประสบการณ์การวิ่งผมน้อยกว่า แต่จากนโยบายของทีมผมคืออาศัยลูกบ้าในการวิ่ง น่าจะทำให้ผมได้เปรียบกว่าเพราะบางวันผมก็วิ่งเลิกเกือบเที่ยงคืนในขณะที่ชาวบ้าน(รวมถึงคู่แข่งของผมด้วย)เข้านอนกันไปหมดแล้ว ก็ได้ระยะมาเรื่อยๆ พอได้อยู่

ตอนวันที่ 30 มิ.ย. ผมต้องไปร่วมงานอีเวนท์ของ Nike ที่สวนลุม ปรากฎว่าการจราจรที่น่ารักของลาดพร้าวทำให้ผมไปถึงสายเกือบชั่วโมง ชาวบ้านก็วิ่งกันจนจะจบล่ะ ผมก็เลยวิ่งอัดไป 4K เพื่อที่จะได้ wristband ของวันนั้น (เป็นสีชมพู) แล้วตอนขากลับเหล่านักวิ่งก็จะแยกกัน City Run กลับบ้านเป็นกลุ่มๆ ผมวิ่งกลับไปทางสุขุมวิทกับคุณฟรีซ (เพื่อนร่วมทีม), คุณกิ๊บ, คุณจา วิ่งกันไปจนคุณกิ๊บกับคุณจาแยกตัวกลับบ้าน

ถ่ายรูปก่อนจะแยกย้ายกัน

ตอนแรกผมกับคุณฟรีซคุยกันว่าจะวิ่งไปถึงพระโขนงแล้วแยกกัน ผมกลับอ่อนนุชส่วนคุณฟรีซกลับรามไปทางเส้นสุขุมวิท 71 (ปรีดี พนมยงค์) แต่พอดูใน Nike+ แล้วปรากฎว่าวันนี้คุณกิ๊บวิ่งไป 22K ระยะสะสมแซงหน้าผมไปเกือบ 12K ทำให้ผมต้องเปลี่ยนแผนเป็นวิ่งไปส่งคุณฟรีสที่แยกคลองตัน แล้ววิ่งอ้อมพัฒนาการ-ศรีนครินทร์กลับบ้านแทน กว่าจะถึงบ้านก็สามทุ่มกว่า วิ่งตากฝนรองเท้ากัดอีกต่างหาก T_T แต่ได้ระยะมา 17K กลับมานำอีกครั้ง อิอิ

เหลือสองคนวิ่งต่อ พระโขนง-คลองตัน

แข่งกันไปเรื่อยๆ ผลัดกันนำผลัดกันตามจนวันที่ 1 ส.ค. ปรากฎว่าผมวิ่งไปได้ 107.4 ส่วนแอดมินกิ๊บได้ 87.9 กม. ครับ พลิกล็อคแบบกองเชียร์งงกันเลยทีเดียว (ที่น่าเจ็บใจก็คือแม้แต่บรรดาเพื่อนๆ ของผมเองก็ยังเชียร์แอดมินกิ๊บกันหมด -“-) ก็ต้องขอขอบคุณทางเพจวิ่งกับกิ๊บด้วยนะครับที่ให้เกียรติมาร่วมแข่ง challenge กันในคราวนี้ แล้วก็ยังให้เกียรติเลี้ยงส้มตำผมอีกด้วย คราวหน้าคงได้มาแก้มือกันอีกนะครับ (ว่ากันตามตรงคือผมจริงจังกับ challenge นี้มากกว่า Run Lunar ของทีมอีก เพราะต้องแข่งคนเดียวไม่มีคนช่วย แหะๆ) 🙂

ผลการแข่งขัน

Tagged with: , , , , , , , ,

'เมนท์ที่นี่จ้า