พัทยามาราธอน 2014

พัทยามาราธอน 2014

วันคืนผ่านพ้นมาจนครบ 1 ปีอีกครั้งแล้วนะครับสำหรับงานพัทยามาราธอน ซึ่งปีนี้เปลี่ยนออแกนไนเซอร์จัดงานใหม่แถมยังทำเวบไซท์ pattaya-marathon.net ใหม่ไฉไลกว่าเดิม เสน่ห์ของการวิ่งมาราธอนที่อุดมไปด้วยเส้นทางวิ่งขึ้นลงเนิน ยังคงเย้ายวนให้เหล่านักวิ่งมาพิชิตเส้นทางนี้กันอย่างอุ่นหนาฝาคั่งเหมือนเดิมครับ

โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ปีนี้
ประเภทการแข่งขัน
เงินรางวัลแต่ละประเภท

ปีก่อนผมลงวิ่งฟรุ้งฟริ้ง 10K ครับ ปีนี้ก็ขยับมาเป็นระยะฮาล์ฟและพอดีว่ามีเพื่อนชื่อคุณบอนจะวิ่งฮาล์ฟแรกงานนี้ ก็เลยคิดว่าจะช่วยเป็น pacer ให้ ตกลงกันไว้ว่าจะให้จบใน 2:30 ชม. ไปถึงพัทยาวันเสาร์ผมพักที่ Nova Platinum Hotel (แถวๆ พัทยาซอย 16) ซึ่งอยู่ห่างจากจุดสตาร์ทประมาณ 2K ซึ่งก็โอเคนะครับ ตอนเช้าก็วิ่งไปถือเป็นการวอร์มไปในตัว ส่วนเรื่องห้องพักที่นี่ก็สะอาดสะอ้านน่าอยู่ดี (จริงๆ แล้วที่มาพักที่นี่ก็เพราะแฟนได้ voucher พักฟรีมาแหละ ถ้าเสียเงินก็คงหาอยู่แถวๆ จุดสตาร์ท ^^’)

ห้องพัก Nova Platinum Hotel

เช้าวันอาทิตย์ตั้งใจจะตื่นตอนตี 4 ปรากฎว่าตื่นสายครับ จากที่ตั้งใจวิ่งวอร์ม 2K ไปงานก็เลยต้องเปลี่ยนแผนเป็นนั่งรถสองแถวไปแทน -“- ไปถึงจุดสตาร์ทก็ประมาณตี 5 เจอเพื่อนแล้วก็วิ่งวอร์มๆ อยู่แถวนั้น ปีนี้มีการเปลี่ยนเส้นทางวิ่งนิดหน่อยเลยมีจุดสตาร์ท 2 จุด บริเวณหน้า Central Festival เป็นจุดสตาร์ทของระยะฮาล์ฟและมาราธอน แลวก็ถัดไปอีกประมาณ 200 เมตรจะเป็นจุดสตาร์ทของระยะมินิมาราธอน

จุดสตาร์ทของระยะฮาล์ฟและมาราธอน
วิ่งวอร์มอัพกันเส้นเลียบหาด

ตอนวิ่งวอร์มอัพอยู่ก็เจอแอดมินกิ๊บ (เพจวิ่งกับกิ๊บ) วันนี้ให้เกียรติใส่เสื้อหมีทีมอ่อนนุชมาวิ่งงานนี้ด้วย (เท่จัง…) วิ่งวอร์มอัพเสร็จก็มารอปล่อยตัวครับ พอ 5:30 น. เสียงแตรปล่อยตัวดังขึ้น ผมกับเพื่อนออกวิ่งกันไปเรื่อยๆ งานนี้เน้นวิ่งให้จบไม่ได้เน้นเวลา เพื่อนผมซ้อมวิ่งยาวได้ 18K แล้วมาวิ่ง 21K วันนี้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แค่คุม pace ให้ได้ประมาณ pace 7 ตลอดทางก็จะเป็นไปตามแผน

วิ่งมาได้ประมาณ 5K ได้ยินเสียงคุ้นๆ จากด้านหลัง หันไปดูก็พบว่าเป็นแอดมินกิ๊บกับเพื่อนนั่นเองวิ่ง แซงผมขึ้นมาแล้วก็มาอยู่ข้างหน้า ผมกับเพื่อน วิ่งตามอยู่ประมาณ 1K แล้วรู้สึกว่า เอ๊ะ…เค้าก็วิ่ง pace เดียวกับเราเลยนี่วา… ก็เลยบอกเพื่อนว่าเดี๋ยวเราตามแอดมินกิ๊บไปล่ะกันง่ายดี 555 จากนั้นนับจากกิโลที่ 6 เป็นต้นไปผมกับเพื่อนก็แอบให้แอดมินกิ๊บเป็น pacer ให้จนเกือบเข้าเส้นชัยเลย (ขอขอบพระคุณ pacer กิตติมศักดิ์ของเรามา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ)

แอดมินกิ๊บกับเพื่อน(คุณออยลี่) pacer ของผมกับเพื่อน

ช่วงกิโลที่ 1-12 วิ่งเส้นสุขุมวิทก็มีขึ้นลงเนินตามระดับถนนครับไปได้เรื่อยๆ จุดให้น้ำทุก 2K ก็ค่อนข้างตรงมีน้ำดื่มให้ตลอดไม่ขาดแคลนครับ ช่วง 10K แรกวิ่ง pace เฉลี่ยประมาณ 7 ดูอาการเพื่อนผมก็พอได้อยู่ไม่ได้เหนื่อยมาก ก็เลยคิดว่าครึ่งหลังอาจจะเพิ่มความเร็วเป็นวิ่งประมาณ pace 6:30-6:45 โดยช่วงครึ่งแรกตอนแดดยังไม่ออกเวลาวิ่งอากาศค่อนข้างสบายครับไปได้เรื่อยๆ

ช่วงกิโลที่ 12 ผมก็บอกให้เพื่อนกินเจลก่อน 1 ซอง (เผื่อเวลาดูดซึมไว้ 15-20 นาทีจะได้มีแรงตอนกิโลที่ 16) ตอนแรกเพื่อนบอกจะไม่กินบอกว่ายังไม่เหนื่อยแต่สุดท้ายผมก็บอกให้กินจนได้ -“- พอถึงช่วงกิโล 14-15 เจอจุดให้น้ำซึ่งมีแตงโมด้วย ณ จุดนี้การได้แตงโมภายใต้อากาศที่เริ่มร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ นี่มันเป็นอะไรที่เยี่ยมมากครับ ผมทานไป 2 ชิ้นรู้สึกเฟรชขึ้นมาทันที แต่เนื่องจากมัวแต่เดินเริ่งร่าทานแตงโมอยู่ รู้สึกตัวอีกที pacer ของผมก็ไปไกลซะแล้ว ก็เลยบอกเพื่อนให้เร่งความเร็วตามไปให้ทัน

แตงโมอยู่ตรงนี้ แต่ pacer อยู่ข้างหน้า (ห่างออกไปเรื่อยๆ)

หลังกิโลที่ 16 เพื่อนผมเริ่มเหนื่อยขึ้นแล้วก็เจอแดดเลียด้วย ก็เลยเริ่มผ่อนความเร็วลงแล้วบอกว่าเริ่มจะรู้สึกตึงเปรี๊ยะๆ ที่ขากับเข่าแต่ยังวิ่งไหวอยู่ (ช่วงแรกวิ่งคุยกันมาตลอดทางแต่พอหลังกิโลที่ 16 ปรากฎว่าเพื่อนผมเริ่มเงียบครับ แทบจะไม่คุยกันอีกเลย ฮา…) ตอนนี้กลับมาวิ่ง pace 7 เหมือนเดิมครับ วิ่งไปเรื่อยๆ เจอเนินวัดใจตอนกิโลที่ 17 ต้องเดินขึ้นเดินลงกันเลยทีเดียวครับ จากนั้นวิ่งต่อจนถึงจุดให้น้ำกิโลที่ 18 (ซึ่งอยู่เลยไปเกือบจะ 19 แล้ว) ผมดูเวลาแล้วคิดว่าเพื่อนน่าจะทำได้ตามแผนคือเข้าก่อน 2:30 ชม. ค่อนข้างแน่นอน ก็เลยบอกเพื่อนว่าขอวิ่งไปก่อนเผื่อได้ PR ฮาล์ฟอันใหม่ซึ่งเพื่อนผมก็โอเคไม่ติดขัดอะไร

เส้นทางวิ่งระยะฮาล์ฟมาราธอนจาก Nike+

จากนั้นผมก็อัด pace 5:30 ไปอีก 3K (มีการเปลี่ยนเส้นทางใหม่นิดหน่อยในปีนี้เลยมีแถม 1 กิโลสำหรับระยะฮาล์ฟครับ -“-) ปาด pacer ของผมทั้ง 2 คนเข้าเส้นชัยไปก่อน เวลาดีขึ้น 2 นาที ^^ ข้อดีของการที่ PR เวลาช้าคือเราทำ PR ได้บ่อยนั่นเองครับ (พูดแล้วก็อนาถตัวเองเหมือนกัน) เวลา PR ฮาล์ฟอันแสนน่ารักของผมนับจากฮาล์ฟแรกคือ 2:29 > 2:28 > 2:26 ชม. คิดว่าคงจะทำ PR ฮาล์ฟได้อีกหลายครั้ง เอาครั้งละ 1-2 นาทีก็พอ 😀 พอเข้าเส้นชัยมาก็ยืนรอเพื่อนๆ ต่อครับ เพื่อนบอนของผมตามมาหลังผมไม่กี่นาที (เวลาที่ 21K เป็น 2:28 ชม.) พอเข้าเส้นชัยมาก็ได้อัพเกรดตัวเองจากฮาล์ฟมาราธอนเวอร์จิ้นไปเป็นมาราธอนเวอร์จิ้นในทันที ^^

ยินดีด้วยนะจ๊ะสำหรับฮาล์ฟมาราธอนแรก

จากนั้นก็มายืนรอแอดมินชุนขาแรงที่ทำเวลา sub 4 เมื่อตอนกรุงเทพมาราธอนปีที่แล้วครับ งานนี้เป็นมาราธอนที่สองเจ้าตัวตั้งเป้าไว้ว่าจะทำเวลาไม่ให้เกิน 4:15 ชม. (เผื่อเวลาเพราะเนินเยอะ) ผมกับเพื่อนก็รออยู่นานสองนานไม่มาสักที เจออีกทีเข้ามาตอน 4:46 ชม. เข้ามาปุ๊บก็เดินไปอาบ shower ปั๊บดูท่าทางจะเหนื่อยจริง คุยกันแล้วชุนบอกว่าเจอตะคริวกิโลที่ 25 แล้วก็มีมาตลอดเป็นระยะๆ แถมแดดร้อนอีกวิ่งแทบไม่ออก แต่ได้ก็ลั่นวาจาไว้แล้วว่าปีหน้าจะมาแก้แค้นให้ได้ sub 4 ให้ได้ ส่วนผมปีหน้าก็คงจะมาขอลองมาราธอนขึ้นเนินดูสักครั้ง (รอดูกันต่อปีหน้านะครับ)

เข้าเส้นชัยมาไม่พูดกับใครเดินเข้า shower เลย
เวทีประกาศรางวัล

บริเวณเส้นชัยผมว่าการจัดเต็นท์ปีนี้ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ อาหารจะแยกกันตามจุดปล่อยตัวคือเป็นกลุ่มมาราธอนและฮาล์ฟมาราธอนกับกลุ่มมินิมาราธอน ปัญหาคือผมหาเต็นท์อาหารของฮาล์ฟไม่เจออ่ะครับ (เห็นว่าต้อนเดินย้อนเส้นชัยขึ้นไป) สุดท้ายไปได้อาหารที่เต็นท์มินิมาราธอนแทน เวทีใหญ่ตั้งไว้ตรงสามแยกเข้าใจว่าจะได้มีที่ว่างให้คนดูได้เยอะ แต่เอาเข้าจริงพอแดดออกคนก็หลบแดดกันหมด (ปีก่อนเวทีอยู่ที่ด้านนอก Central Festival เป็นที่ร่มมีคนดูตอนแจกรางวัลเยอะกว่า) คุยกันกับเพื่อนสักพักก็ถ่ายรูปแล้วแยกย้ายกันกลับครับ (ต้องรีบกลับไปทานมื้อเช้าที่โรงแรม)

แอดมินตั้ม (อ่อนนุช) – แอดมินกิ๊บ (วิ่งกับกิ๊บ) – แอดมินชุน (อ่อนนุช)

พอทานมื้อเช้าแล้วก็ลงสระว่ายน้ำประมาณครึ่งชั่วโมงครับ รู้สึกกล้ามเนื้อผ่อนคลายขึ้นครับแต่ว่าขายังตึงอยู่มาก น่าจะเพราะการเร่งความเร็วแบบพรวดพราดตอน 3K สุดท้าย ทำให้โหลดกล้ามเนื้อมากเกินไป (ที่จริงคือควรค่อยๆ เพิ่มความเร็วเอาทีละนิดตลอดการวิ่งตามแผน) พอตกเย็นผมก็ต้องออกไปวิ่งอีกรอบเพราะเป็นการเริ่มเก็บระยะทางของงาน Nike Run Club : Lunar Run ที่เริ่มเก็บระยะวิ่งตอน 6 โมงเย็นเป็นต้นไป ก็เลยออกไปวิ่งที่เกาะลอยปรากฎว่าวิ่งได้แค่ 5K ก็ต้องหลุดครับเพราะขาล้าไปหมด คิดว่าคราวหลังจะงานไหนก็จะไม่เฮ้าเลี่ยนเร่งความเร็วพรวดพราดแบบนี้อีกแล้วครับ T_T

ถ่ายรูปหมู่ตามธรรมเนียม(พร้อมแขกรับเชิญ)

Pros

  • มีน้ำดื่มและเจ้าหน้าที่ให้บริการอย่างเพียงพอ
  • เส้นทางวิ่งมีเนินเยอะท้าทายดี
  • มีชิพจับเวลา
  • การจัดงานโดยรวมดูดีขึ้นกว่าปีก่อน
  • bib สวยกว่าปีก่อน
  • เหรียญสวยกว่าปีก่อน

Cons

  • เสื้อดูไม่สวยเหมือนรูปตอนออกแบบ (น่าจะทำเป็นสกรีนหรือพิมพ์บนเนื้อผ้าเลยจะดีกว่าติด flex)
  • จุดเช็คพอยท์น่าจะแจก wristband แบบปีก่อน
  • เสื้อ finisher ซักแล้วหดมากมาย (ใส่อีกแทบไม่ได้)
Tagged with: , , , , ,

'เมนท์ที่นี่จ้า