The Columbia Trail Masters 2014 (ep. VII)

The Columbia Trail Masters 2014 (ep. VII)

หลังจากรอแก้มือมานานครึ่งปีในที่สุดก็ถึงวันงานสักทีครับ สำหรับ Columbia Trail Masters 2014 (Episode VII) ซึ่งคราวนี้จัดที่แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี งานนี้ตอนแรกผมสมัคร 25K ไปตั้งแต่ เม.ย. แต่พอได้ไปวิ่งงานอัลตร้า 10 ชม. เห็นเพื่อนๆ วิ่งอัลตร้ากันสนุกสนาน ผมก็เลยขอเปลี่ยนระยะเป็น 50K ครับ (หาเรื่องใส่ตัวโดยแท้ -“-)

โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์งานนี้

แรกเริ่มเดิมทีงานโคลัมเบียครั้งนี้ผมสมัครวิ่ง 25K ไว้ครับ กะว่าจะแก้แค้นคราวก่อนที่เจ็บขาเลยต้องเดินไปเกือบ 2/3 ของระยะทาง แต่พอได้ไปร่วมงานอัลตร้า 10 ชม. เห็นเพื่อนนักวิ่งวิ่งกันจนครบ 10 ชม. แล้วก็เลยเกิดความฮึกเหิมถึงขีดสุด สัปดาห์ต่อมาก็แจ้งเปลี่ยนระยะกับทาง AMA Events ผู้จัดงานจาก 25K เป็น 50K (มีเพื่อนเปลี่ยนด้วยอีก 1 คนกะว่าจะวิ่งคู่กัน) สรุปว่างานนี้กลุ่มที่วิ่งด้วยกันมี 50K สองคน แล้วก็ 25K สองคนครับ (ใครที่ไม่เคยไปร่วมงานวิ่งอัลตร้า 10 ชม. ขอให้ลองไปสักครั้งครับ เป็นงานที่มีบรรยากาศที่ช่วยกระตุ้นให้มีไฟในการวิ่งได้ดีมากเลย)

หลังจากสมัครแล้วก็มีเวลาซ้อมเกือบ 2 เดือน ก็วางแผนไว้คร่าวๆ ว่าจะซ้อมแล้วเพิ่มระยะวันวิ่งยาวให้ได้ 35K ก่อนวันงานครับ ซึ่งก็ซ้อมวิ่งไปเรื่อยๆ ใจเย็นๆ จนเหลือเวลาอีก 3 สัปดาห์ปรากฎว่ายังวิ่งยาวไม่เคยถึง 30K เลยสักครั้ง -“- ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ก็มาจากความขี้เกียจของผมเอง พอถึงสัปดาห์วันงานผมก็วิ่งได้ไกลสุดแค่ 22-23K เท่านั้น แต่ลองคำนวนดูแล้วก็น่าจะไหวอยู่เพราะ cut-off time ของระยะ 50K คือ 11 ชม. วิ่งได้สัก 35K เดินต่อจนเข้าเส้นชัยก็คงทัน และคราวนี้ก็ไม่ได้มีปัญหาบาดเจ็บรบกวนแบบคราวก่อนด้วย (พูดให้ความหวังตัวเองไปเรื่อย -“-)

ช่วงสองสัปดาห์ก่อนวันวิ่งเป็นช่วงที่งานประจำผมค่อนข้างจะยุ่งมากครับ คราวนี้ก็เลยไม่ได้ไปรับ bib ที่บริษัท AMA วันงาน Expo วันเสาร์ผมก็ทำงานทั้งวัน ก็เลยต้องฝากให้พี่ป๊อก (VFF Thailand) ไปช่วยรับให้ แต่ผมสื่อสารกับพี่ป๊อกไม่ชัดเจนก็เลยรับ bib มาผิด เป็น 50K คนเดียวแล้วก็ 25K สามคน (ก็งงอยู่ว่าผมโอนค่าสมัครเพิ่มไปตั้งแต่เดือน 6 ทำไมถึงไม่มีบันทึกไว้) ขับรถไปถึงที่จัดงานตอนค่ำเจ้าหน้าที่บอกว่าคนที่ผมเคยติดต่อด้วยตอนแจ้งขอเปลี่ยนระยะลาออกไปแล้วเลยไม่มีข้อมูล -“- พอจะขอเปลี่ยน bib อีกคนให้เป็น 50K เจ้าหน้าที่ก็บอกว่าเปลี่ยนไม่ได้แล้ว -“- สุดท้ายพี่ป๊อกมาช่วยคุยให้เจ้าหน้าที่เลยยอมเปลี่ยนแต่ต้องนั่งรอเกือบ 40 นาที แถมพิมพ์นามสกุลผิดอีกต่างหากและที่สำคัญคือเสื้อหมดต้องรอส่งไปรษณีย์ เฮ่อ…จริงๆ แล้วงานนี้ใช้ chip จับเวลาน่าจะมีการคีย์ข้อมูลไว้ล่วงหน้าเลยนะครับ รับสมัครกันก่อนตั้งนานข้อมูลก็มีกันอยู่แล้ว

นั่งเมาท์ก่อนนอนกับเพื่อนๆ รองเท้าหาย Barefoot Running

พอรับ bib เสร็จก็ไปที่พักซึ่งผมกับเพื่อนไปพักกับกลุ่มรองเท้าหาย ต้องขอขอบคุณคุณแบงค์ (BBRC) ที่ช่วยเป็นธุระให้นะครับ ถึงที่พักแล้วก็อาบน้ำจากนั้นก็มาจัดของที่ต้องใช้พรุ่งนี้ 50K ผมก็กะไว้ว่าคงกินเจล 4 ซอง เกลือเม็ด 3-4 เม็ด แล้วก็กล้วยตาก 2-3 ชิ้นน่าจะพอ ที่จุด bag drop ตอนครบรอบ 25K ก็เอาเสื้อ ถุงเท้า รองเท้า สำหรับเปลี่ยนรอบ 2 ไปทิ้งไว้ ขออวดของใหม่หน่อยครับ อิอิ ผมได้ผ้า Buff ลาย Anton มาเอาฤกษ์เอาชัย 1 ผืน ซึ่งเป็นลาย signature ของ Anton Krupicka นักวิ่งอัลตร้าหนุ่มหนวดงาม (แต่ได้ข่าวว่า Anton นั้นเพิ่ง DNF ไปตอนงาน UTMB 2013 เพราะบาดเจ็บที่ ITB…ลางไม่ค่อยดีแฮะ -“-) จัดของเสร็จแล้วก็ออกนั่งไปคุยกับเพื่อนๆ แป๊บนึงจากนั้นก็แยกย้ายกันไปนอน นอนไปได้สักพักผมเริ่มรู้สึกล่ะว่าฮวงจุ้ยที่นอนผมมันไม่ดีมาก มีโรงงานกรนอยู่ทั้งซ้ายและขวานอนทำให้ผมนอนไม่หลับเลย ถึงตอนเช้าต้องออกไปงานตอนตีห้ากว่าๆ แต่ผมได้นอนไปไม่ถึง 3 ชั่วโมงครับ บัดซบจริงๆ T_T

Anton Krupicka’s Signature Buff

ขอเท้าความเรื่องการกินอาหารระหว่างวิ่งอัลตร้านิดนึงครับ ผมเคยได้รับคำแนะนำจากพี่ตึ๋งจากกลุ่ม Ultra & Trail Runners in Thailand (พี่ตึ๋งช่วยโค้ชนักวิ่งอัลตร้าสวนรถไฟหลายคนที่เป็น 50K finisher งานโคลัมเบียคราวนี้) จริงๆ กลุ่มนี้เค้าก็มีนัดซ้อมกันเรื่อยๆ นะครับ แต่ผมไม่เคยได้ไปสักครั้ง >< ได้แต่แอบถามพี่ตึ๋งทาง FB พี่ตึ๋งบอกว่าให้ทานมื้อหนักไปเลยก่อนวิ่งสัก 2 ชม. แล้วก็ให้ดื่มน้ำเยอะ(มาก) พอก่อนวิ่งก็เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย พอเริ่มวิ่ง 3 ชม. แรกร่างกายจะเอาพลังงานจากมื้อนี้มาใช้โดยไม่ต้องทานอะไรเพิ่มเลย ส่วนการดื่มน้ำเยอะๆ จะช่วยป้องกันการเป็นตะคริว วันที่ผมซ้อมวิ่งยาวผมลองก็ทำตามสูตรนี้อยู่ 2-3 ครั้งแต่ลองแล้วผมจะอยู่ได้ไม่ถึง 3 ชม. ได้แค่ประมาณ 2:15-2:30 ชม. (ซึ่งก็คิดว่าโอเคอยู่นะสำหรับผม) หลังจากนั้นจะทานเพิ่มทุก 2 กิโล 5 กิโล หรือทุกชั่วโมง อันนี้ก็แล้วแต่การฝึกและการวางแผนของแต่ละคนครับ (พี่ตึ๋งจะชอบข้าวเหนียวส่วนผมลองแล้วชอบกล้วยตาก+เจลมากกว่า)

จุดปล่อยตัว/เส้นชัย

พอไปถึงงานผมก็ไปรอเข้าห้องน้ำก่อนปล่อยตัวครับ ระหว่างนั้นมีการ briefing ก่อนปล่อยตัว (ซึ่งบอกตรงๆ ว่าผมไม่ได้ฟัง) จัดการธุระในห้องน้ำเสร็จออกมาก็ปล่อยตัวพอดี ผมวิ่งกับเพื่อนออกตัวกันไปช้าๆ วางแผนไว้ว่าจะวิ่ง 2K เดิน 1 นาที กะว่ารอบแรก 25K น่าจะประมาณ 4 ชม. แล้วทำเวลารอบสองให้ได้ 4:30 ชม. น่าจะไหวอยู่ งานนี้ค่อนข้างตั้งใจวิ่งครับเพราะรู้ตัวว่าซ้อมไม่ถึง ตอนวิ่งก็เลยต้องสลัดคราบนักวิ่ง IG ออกไป วิ่งไปถ่ายรูปไปให้น้อยที่สุด (ทำให้โพสนี้มีรูปประกอบน้อยต้องขออภัยด้วยครับรูปบางส่วนมาจากเพื่อนที่วิ่ง 25K)

ทางช่วง 5K แรก
ผมเรียกตรงนี้ว่าจุดหลงทาง ^^ มีนักวิ่งหลายคนไม่เบี่ยงออกขวาตามลูกศร (หลงไป 2 กิโลกว่าเลย)

เส้นทางวิ่งของงานโคลัมเบียที่แก่งกระจานคราวนี้จัดว่าดีเลยครับ ไม่ยากมากวิ่งสนุกมีขึ้นเขานิดหน่อยพอเป็นกษัย โดยรวมก็วิ่งง่ายกว่าที่เขาไม้แก้ว (elevation gain น้อยกว่า) มีปัญหาเรื่องเดียวคือแดดร้อนมากครับ ป้ายบอกระยะทางก็ค่อนข้างตรง จุดให้น้ำก็มีน้ำเพียงพอตลอดครับ (แต่อาจมีปัญหาน้ำเย็นไม่ทันตอนช่วงกับชงเกลือแร่แบบซองให้ไม่ทัน) รอบแรกวิ่งๆ เดินๆ ไปเรื่อยๆ เจอนักวิ่งบาดเจ็บประปรายระหว่างทาง สเปรย์เย็นของผมขายดีเลยรอบนี้ ช่วยฉีดไปน่าจะเกือบ 10 คนนะครับ สรุปว่ารอบนี้ไม่ได้ตามแผนทั้งเรื่องวิ่งเรื่องกิน -“- จบรอบแรกผมทานเจลไปแค่ซองเดียวกับ PowerBar 1 อันกับเกลือแร่ 1 ขวด (ดื่มน้ำไปประมาณ 1.5 ลิตร) จนครบเข้า checkpoint ตอนประมาณ 4:15 ชม.

ภายในเต็นท์ bag drop
ข้าวกล่องในเต็นท์ bag drop

พอเข้ามาที่เต็นท์ซึ่งเป็นจุด bag drop ผมกับเพื่อนกะว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที เข้ามาก็เอาฟองน้ำมาเช็ดตัว เปลี่ยนเสื้อ เปลี่ยนถุงเท้ากับรองเท้า (25K แรกผมใส่ VIVO Breatho Trail รอบหลังเปลี่ยนเป็น Altra Superior) ทานกล้วยตากกับโค้กกระป๋องนึง แต่มันไม่ค่อยอิ่มผมเลยทานข้าวกล่องอีกกล่องนึง (เป็นข้าวหมูทอดกระเทียมที่อร่อยมาก…น่าจะเพราะว่าหิวจัด) ตอนแรกไม่มีใครรู้ว่ามีข้าวกล่องให้ทานด้วย จนเจ้าหน้าที่เดินเข้ามาบอกว่าข้าวกล่องที่วางไว้นี้ทานได้นะ (วางกองอยู่ที่มุมเต็นท์) เสร็จธุระทั้งหลายทั้งปวงแล้วก็ออกวิ่งรอบสองต่อ แต่ปรากฏว่าผมกับเพื่อนเสียเวลาอยู่ในเต็นท์ไปเกือบ 30 นาที -“-

จุดให้น้ำ

รอบสองนี่อากาศร้อนขึ้นเยอะมากครับ วิ่งไม่ค่อยจะออกผมกับเพื่อนเดินเยอะขึ้นกว่ารอบแรก ก็วิ่งกันไปเรื่อยๆ จนถึงจุดให้น้ำตอนนี้ระยะทางตอนนี้ก็ได้มาเป็น 30K แล้ว อากาศร้อนขึ้นมากผมพกกระติกน้ำไปขวดเดียว 25K รอบแรกดื่มได้สบายพอรอบสองเริ่มดื่มไม่พอ ต้องพกเอาน้ำจากจุดให้น้ำมาด้วยอีกขวดครับ แผนวิ่งสลับเดินตอนนี้กลายเป็นเดินสลับวิ่งแทน เน้นเอาชีวิตรอดให้ถึงเส้นชัยเป็นพอ 🙂 คิดว่ายังไงก็ทันอยู่แล้ว 50K เวลา 11 ชม. ปัญหาคือเรื่องความร้อนของอากาศที่สุดๆ ครับ ช่วงประมาณ 32-33K ผมหยิบโทรศัพท์มือถือที่ใส่ไว้ในกระเป๋าเป้ด้านหน้าออกมาเพื่อจะถ่ายรูปเพื่อน แต่เครื่องร้อนมากแล้วหน้าจอก็ขึ้นข้อความ Camera is temporarily unavailable due to high temperature. โอ้…ซื้อมาใช้นานล่ะแต่เพิ่งเคยเจอแบบนี้ครั้งแรก (Sony Xperia ZR) สงสัยโทรศัพท์ก็โดนแดดเลียเหมือนกัน ผมก็เลยปิดเครื่องเก็บใส่เป้ไปเลยไม่ถ่ายล่ะเดินอย่างเดียว -“-

PowerBar โฮมเมด ขอขอบคุณเพจวิ่งกับกิ๊บที่เอื้อเฟื้อครับ ^^

พอมาถึงจุดหน้าน้ำถัดมา 35K เริ่มรู้สึกเพลียมากเวลาโดนแดด สาเหตุก็น่าจะมาจากนอนน้อยแหละครับพอโดนแดดเลียก็เลยเพลียสุดๆ -“- วิ่งๆ เดินๆ ต่อมาถึง 37K ที่แถวสะโพกด้านล่างเริ่มมีกระตุกตุ๊บๆ เหมือนกำลังจะเป็นตะคริว ก็เลยแวะพักใต้ต้นไม้แล้วลองกดดู เจอ hamstring ด้านบนแข็งเป็นก้อนเลยครับ ผมก็นอนให้เพื่อนเหยียบมันตรงนั้นแหละพอคลายแล้วก็วิ่งต่อ ก่อนวิ่งก็ทานเจลอีกคนละ 1 ซอง กับเกลือเม็ดอีก 1 เม็ด แต่อาการมันก็เหมือนพร้อมจะกลับมาเป็นอีกตลอดเวลา ผมก็เลยเดินเร็วแทนการวิ่งกลัวว่าถ้าตะคริวกินขึ้นมาจริงๆ เดี๋ยวจะยิ่งลำบากกว่าเดิม สักพักนาฬิกาแบ็ตหมดครับได้ระยะไว้แค่ที่ 38K -“-

ช่วงร่มไม้นี้ก็ยังร้อนนะครับมันอบอ้าว

ก่อนจะถึงจุดให้น้ำที่ 40K ตอนนี้เป็นช่วงขึ้นเขาล่ะครับ เดินกันยาวๆ แต่ยังดีมีร่มไม้บ้างคำนวนดูแล้วก็ยังคิดว่าทัน 11 ชม. เหลืออีก 10K กว่าๆ เวลาประมาณ 3 ชม. ตอนนี้ผมกับเพื่อนก็เร่งเดินกันจนลงเขามาเจอถนนลูกรัง ทานอินทผาลัมอีกคนละ 2-3 เม็ด สดชื่นขึ้นพอสมควร (โชคดีจริงๆ เพื่อนผมพกอินทผาลัมมาด้วย คราวหน้าผมต้องพกมาเองบ้างล่ะทานตอนเหนื่อยแล้วดีมากเลย) เดินกันมาจนถึงจุดให้น้ำที่ 40K ระหว่างดื่มน้ำได้ยินประโยคที่ผมจะไม่มีวันลืม “You can’t go.” หา…อะไรนะ…ระหว่างที่ผมกับเพื่อนยังสตั้นอยู่ก็มีประโยคต่อมา “Cut-off time at 40K. You’re 15-minute late.”

แดดร้อนมากมาก

โอ้… ผม DNF ครั้งแรกในชีวิตแล้วหรือนี่ แล้วไอ้ 40K cut-off นี่มันอะไรฟระ ในเวบไซท์ไม่เห็นมีบอก สอบถามเพิ่มเติมได้ความว่าจบ 50K ภายใน 11 ชั่วโมงก็จริง แต่จะเริ่ม cut-off ที่ 8 ชม. ตอน 40K , cut-off ที่ 9:30 ชม. ตอน 45K และ cut-off ที่ 11 ชม. ตอน 50K ซึ่งมีบอกตอน briefing ก่อนปล่อยตัวเช้าที่ผมไม่ได้ฟังน่ะแหละ แปลว่าจริงๆ แล้วผมต้องวางแผนให้วิ่งได้ 40K ใน 8 ชม. ไม่ใช่ 50K ใน 11 ชม. (เหลือ 10K สุดท้ายให้เวลา 3 ชม. เดินเอาก็ได้)

นาฬิกาแบ็ตหมดตอน 38K (กิโลที่นาน 38 นาทีคือช่วงที่เข้าจุด bag drop -“-)

หลังจากดื่มน้ำฉลอง DNF กับล้างหน้าล้างตาเสร็จแล้ว ผมกับเพื่อนก็ไปนั่งรอหลบแดดกับเจ้าหน้าที่อาสา (มีบ่นกันอุบอิบกับเพื่อนนิดหน่อยว่าถ้าให้ไปต่อยังไงก็น่าทันเหลืออีก 10K เวลาตั้ง 2:45 ชม. แต่ยังไงก็ต้องเคารพกติกาล่ะครับเค้ากำหนดมาไว้แล้ว ไว้ค่อยแก้ตัวกันใหม่คราวหน้า T_T) นั่งรอเก็บคนที่เหลือจนครบ ที่จุดนี้มี DNF 6 คน (ระยะ 50K รู้สึกจะมี DNF ทั้งหมด 26-27 คน) พอชาวแก๊งค์ DNF มากันครบแล้วเจ้าหน้าที่ก็ให้ขึ้นรถกระบะพามาส่งที่เส้นชัย ระหว่างทางผมก็เลยส่งข้อความแจ้งข่าวดี(เอ็นเอฟ)กับเพื่อนที่รออยู่ที่เส้นชัย เพื่อนผมก็แปลกใจนิดหน่อยเพราะรอบแรกดูฟอร์มดีมากทำไม DNF ได้ฟระ 🙂 มาถึงเส้นชัยก็ทานอาหารก่อนเลยครับหิวมากๆ ซัดข้าวไป 2 จานแต่เบียร์หมดอดกินไม่เฟี้ยวเลย ทานเสร็จแล้วก็ไปรับเหรียญ (แต่อดได้เสื้อ finisher เสียดายจัง -“-) จากนั้นก็อาบน้ำแล้วก็กลับกรุงเทพฯ

อาหารที่เส้นชัย

โดยรวมแล้ว Columbia Trail Masters คราวนี้จัดงานได้ดีครับ ปัญหาน่าจะมีแค่เรื่องการจัดการ bib , chip และเรื่องเสื้อหมด ส่วนเรื่องเส้นทางวิ่ง, จุดให้น้ำ, เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครถือว่าค่อนข้างดีเลยครับ  ส่วนตัวผมถึงจะคิดไว้ว่าตั้งแต่แรกแล้วว่างานนี้ 50-50 ถ้าไม่ Finisher ก็ DNF แต่พอมา DNF จริงๆ มันก็เจ็บใจเหมือนกันนะ ถ้าไม่นับเรื่อง DNF เนี่ยเรื่องอื่นๆ สำหรับรายการนี้ผมพัฒนาขึ้นนะครับ เช่น คราวก่อน สัญญา คานชัย แซงผมตอน 13K คราวนี้แซงตอน 20K ^^ (ปีนี้ได้ที่ 1 เหมือนเดิมแถมทำเวลาไปแค่ 3:55 ชม. เร็วยังกับขี่มอเตอร์ไซค์เลยครับ) , ระยะทางวิ่งไกลที่สุดก็ขยับจาก 25K เป็น 40K , จบงานกลับบ้านผ่านระยะมา 40K แต่นอกจากตึงขาแล้วไม่มีอาการบาดเจ็บอะไรเลย (อันนี้ดีมากที่สุด)

ถ่ายรูปหมู่ตามธรรมเนียม

ประสบการณ์คราวนี้ถือว่าดีมากเลยครับสำหรับ noob อัลตร้าอย่างผม ได้เรียนรู้ว่าควรปรับปรุงเรื่องอะไรบ้างหากต้องการจะเป็น finisher ระยะ 50K (แน่นอนต้องขยันซ้อมกว่านี้) การวางแผนการวิ่ง, การพักผ่อนก่อนวิ่ง, การกินระหว่างวิ่ง, การบริหารเวลาที่เต็นท์ bag drop ทั้งหมดนี้ผมสอบตกทุกอย่างครับ แต่มีอยู่หนึ่งอย่างที่ผมภูมิใจว่าสามารถทำได้คือ ไม่ถอดใจ ^^ อ้อ…อีกอย่างคืองานนี้มีรูปผมใน Shutter Running หลายรูปด้วยครับ ฮ่าๆๆๆ ดีใจมาก หลังงานนี้ก็คงจะตั้งใจซ้อมสำหรับมาราธอนแรกในงานกรุงเทพมาราธอนตอนเดือน 11 ครับ หลังจากนั้น หึๆๆ Columbia Trail Masters ที่เขาไม้แก้วปีหน้า ผมจะไปแก้แค้น 50K ให้ได้ (ยาวไป 50K ที่งาน TNF100 ด้วยเลย) 🙂

ข้อดี
– มีการจัดการโดยรวมที่ดี
– จุดให้น้ำและเกลือแร่ตรงกับที่ระบุไว้ทุก 5K
– มีน้ำดื่มให้บริการอย่างเพียงพอตลอดเส้นทางวิ่ง
– เส้นทางวิ่งดี มีภูมิประเทศหลากหลายทำให้วิ่งสนุก
– ป้ายบอกระยะทางค่อนข้างเที่ยงตรง
– เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครบริการนักวิ่งได้ดีตลอดเส้นทาง

ข้อเสีย
– การจัดการเรื่อง bib ไม่ค่อยดี ผิดพลาดทั้งเรื่องชื่อนักวิ่ง , ระยะที่ลงวิ่ง
– เสื้อหมดทำให้มีนักวิ่งต้องรอส่งเสื้อทางไปรษณีย์อีกหลายคน
(ตอนสมัครควรให้ระบุขนาดเสื้อไว้เลยจะได้เตรียมไว้ให้พอดีกับนักวิ่งที่มาสมัคร)

Tagged with: , , , , , , ,

'เมนท์ที่นี่จ้า