รีวิว Skora Core

SR – วันนี้ผมจะมารีวิวรองเท้าวิ่งที่ทั้งวัสดุและการตัดเย็บถือว่าอยู่ในระดับดีมาก เรียกได้ว่าเป็นรองเท้าที่วัสดุดีที่สุดเท่าที่ผมมีในคลังแสงตอนนี้เลยครับ ถ้าหากจะเรียกว่าเป็นรองเท้าวิ่ง Minimalist ระดับ Premium ก็น่าจะไม่ผิดอะไรนัก รองเท้าคู่นี้ก็คือ Skora Core ครับ

โลโก้ของ Skora

รองเท้า Skora เริ่มต้นมาจาก David Sypniewski หนุ่มนักวิ่งที่มีปัญหาบาดเจ็บที่ IT Band จนต้องใช้เวลารักษาและบำบัดนานถึง 1 ปีครึ่ง เสียเงินไปมากมายกับการรักษา จนเค้าเริ่มจะมาปิ๊งไอเดียว่า เค้าต้องการรองเท้าวิ่งที่ไม่ใช่เพียงแค่ทำให้เค้าวิ่งได้ แต่ยังต้องทำให้เค้ารักที่จะวิ่งด้วย

ซึ่งช่วงระหว่างการค้นหาวิธีที่จะทำให้วิ่งได้โดยปลอดอาการบาดเจ็บ (Injury Free) นั่นเอง เดวิดก็ได้พบการวิ่งเท้าเปล่า หรือ Barefoot Running ซึ่งมีหลักการว่าถ้าเค้าวิ่งแล้วลงเท้าที่พื้นด้วยฟอร์มที่เป็นธรรมชาติ โดยลงเท้าแตะพื้นทั้งเท้าไม่ใช่เอาส้นเท้าลงก่อนจะทำให้เค้าวิ่งได้นานขึ้น มีโอกาสบาดเจ็บน้อยลงและมีความมั่นคงขณะวิ่ง (Stability) และให้ความรู้สึกถึงพื้นผิวขณะวิ่ง (Ground Feel) ที่ดีมากขึ้น

David Sypniewski ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Skora

จากหลักการเรื่องการวิ่งอย่างเป็นธรรมชาติ และเวลากว่า 12 ปีสำหรับการออกแบบ, พัฒนา, หาแหล่งทุน ท้ายที่สุดก็ได้กำเนิดเป็นแบรนด์รองเท้า Skora ที่มาพร้อมกับสโลแกน RUN REAL โดยมีการออกแบบที่เน้นการส่งเสริมการเคลื่อนไหวแบบธรรมชาติ ในขณะที่รองเท้าแบรนด์อื่นจะเน้นการเสริมส่วนประกอบต่างๆ ที่ตัวเองคิดว่าดีกับการวิ่ง (เช่น arch support , cushion , shank , motion control ฯลฯ) แต่ Skora จะเน้นเรื่องการถอดส่วนประกอบที่คิดว่าไม่จำเป็นสำหรับการเคลื่อนไหวของเท้าอย่างเป็นธรรมชาติออกไป เพื่อช่วยส่งเสริมให้ผู้สวมใส่ได้วิ่งด้วยฟอร์มการวิ่งที่เป็นธรรมชาติ

สำหรับรองเท้า Skora ตอนนี้จะมี 4 รุ่นนะครับคือ Fit , Phase/Phase-X , Core และ Form สำหรับเมืองไทยตอนนี้มีนำเข้าจำหน่ายโดยทางเพจวิ่งตีนเปล่าอยู่ 3 รุ่นนะครับ โดยรุ่น Form ที่เรียกได้ว่าเป็นตัวท็อปของ Skora ยังไม่ได้มีการนำเข้ามาจำหน่ายครับ

Skora รุ่นต่างๆ

มาเริ่มดูวัสดุกันก่อนนะครับสำหรับ Skora Core นี้จะเป็นรองเท้าหนังแท้ครับ upper จะมี 2 ชั้นด้านในเป็นผ้า mesh ส่วนด้านนอกจะเป็นหนังแพะครับ โดยหนังแพะที่ใช้นั้นเป็นของบริษัท Pittards ซึ่งเป็น supplier หนังสัตว์เจ้าใหญ่ให้กับหลายๆ แบรนด์ดัง สำหรับ Skora Core จะใช้หนังแพะที่ผ่านกรรมวิธี ArmorTan เพื่อให้ทนทานต่อการถลอก (Abrasion Resistance) ก็คงประมาณว่าทำให้หนังมีความคงทนในการใช้งานมากขึ้นครับ ในเวบของ Skora จะอธิบายว่า upper ของรุ่น Core นี้ทำมาจาก Pittards® Armor-Tan® Goatskin Leather (ผมก็ไม่ค่อยมีความรู้อะไรเรื่องเกี่ยวกับหนังสักเท่าไหร่ แต่คิดว่ามันก็คงเป็นหนังที่ดีระดับหนึ่งเลยนะครับถึงต้องแปะยี่ห้อกันเลยว่าใช้หนังจาก Pittards)

upper หนังแพะ ArmorTan (สีฟ้าคือผ้า mesh ด้านใน)

หลายคนอาจจะคิดว่ารองเท้ากีฬาหนังแท้มันจะอับหรือเปล่า การระบายอากาศเป็นยังไงจะดีเหรอ ผมบอกได้เลยครับว่าสำหรับรองเท้าหนังแล้ว Skora Core นี่ถือว่าระบายอากาศได้ดีเลยครับ สายรองเท้าจะเป็นแบบ asymmetric ครับคือจะมีแนวการร้อยสายรองเท้าแบบเอียงๆ ส่วนลิ้นรองเท้าจะเย็บติดกับ upper ฝั่งนอกเวลาใส่ก็จะ wrap เท้าเอาไว้ (ลักษณะจะคล้ายๆ รองเท้าวิ่งของ Brooks กลุ่ม PureProject รุ่น 2 กับ 3) ซึ่งเวลาสวมใส่แล้วค่อนข้างกระชับเท้า

สายรองเท้าแบบ asymmetric

ลิ้นรองเท้าแบบ wrap

ทรงรองเท้าของ Skora นี่ใช้การออกแบบที่เรียกว่า REALFIT ซึ่งจะให้ความรู้สึกกระชับและสบายเวลาสวมใส่ สำหรับ Skora นี่จัดว่าเป็นรองเท้าอีกแบรนด์ที่มี toe box กว้าง (แต่อาจจะไม่ได้กว้างขนาด VIVOBAREFOOT) เท้าบานแบบผมสามารถใส่ได้สบายครับ

ส่วนส้นด้านนอกก็เป็นหนังแพะเช่นกัน (พิมพ์ลาย)

ส่วนส้นเท้าด้านในรองเท้า (collar lining) จะเป็นหนังแกะครับซึ่ง Skora ใช้หนัง Pittards WR100X Sheepskin ซึ่งหนังที่ผ่านกรรมวิธี WR100X ของ Pittards นี้จะมีจุดเด่นคือเรื่องทนน้ำและทนเหงื่อครับ (ใน Skora Core จะบุหนังแกะเฉพาะตรงส่วนส้นแต่ในรุ่น Form จะบุหนังแกะด้านในทั้งหมด) แต่ 2-3 ครั้งแรกที่ผมใส่ก็มีปัญหารองเท้ากัดเหมือนกันครับ (ข้างขวาข้างเดียว) แต่ใส่วิ่งสักพักโดนเหงื่อโดนน้ำหนังรองเท้าก็จะเริ่มนุ่มขึ้นแล้วก็ไม่มีปัญหาเรื่องรองเท้ากัดอีก

ด้านในรองเท้าจะใช้ผ้า mesh ที่ผ่านกรรมวิธีลดการก่อตัวของจุลชีพเพื่อลดการเกิดกลิ่นครับ (Agion™ antimicrobial mesh lining) ส่วน footbed ด้านในหากถอดแผ่นรองออกจะเห็นว่าใช้เย็บแบบตะเข็บกลับด้าน (stitch-down) ซึ่งรายละเอียดของวัสดุและการตัดเย็บจัดว่าดีมากครับแทบไม่มีด้ายโผล่มาให้เห็นเลยทั้งส่วนส้นหรือจะเป็นด้านในส่วนฝ่าเท้า ถึงจะวิ่งโดยไม่สวมถุงเท้าไม่มีปัญหาตะเข็บมากวนใจแน่นอนครับ

ด้านในเย็บตะเข็บกลับด้าน (บริเวณส้นด้านในคือหนังแกะ WR100X)

ผ้า mesh ด้านในรองเท้า ตะเข็บเย็บได้ค่อนข้างดีมาก

แผ่นรองด้านในจะใช้แผ่นรองของ OrthoLite ค่อนข้างนุ่มหนาประมาณ 3 mm. ซึ่งก็จะช่วยลดการเกิดกลิ่นครับ ผิวของแผ่นรองจะมีลักษณะเป็นปุ่มไม่เรียบ เพื่อช่วยเพิ่มการยึดเกาะกับฝ่าเท้า ช่วยลดอาการเท้าไหลไปชนกับปลายรองเท้าขณะวิ่ง เรียกได้ว่างานดีไซน์นี่เก็บทุกรายละเอียดของการวิ่งเลยครับ

แผ่นรองด้านในสามารถถอดได้

แผ่นรองจะมีลักษณะเป็นปุ่ม

แผ่นรอง (sockliner) จะใช้ของ OrthoLite

รองเท้าของ Skora จะเป็น zero drop ทุกรุ่นครับ สำหรับ Skora Core นี้ outsole จะเป็น CM EVA foam (Compression Molded EVA foam) กับยางผสมที่เรียกว่า IBR (Injection Blown Rubber) มีความหนา (stack height) ประมาณ 11 mm. (หากใส่แผ่นรองด้วยก็จะหนาเพิ่มขึ้นอีก 3 mm.) ทาง Skora ออกแบบ outsole ในแบบ Balanced Cushioning มีการเสริม cushion พอประมาณช่วยเสริมความรู้สึก ground feel ที่ดีมากขึ้นขณะวิ่ง ซึ่งเมื่อลองใส่แล้วจะรู้สึกได้เลยความว่าไม่ได้เป็นคำกล่าวที่เกินจริงแต่อย่างใด

outsole ส่วนปลายเท้า สีดำคือยาง IBR

outsole ส่วนส้นเท้า

อีกอย่างที่เป็นลักษณะเด่นของ outsole ของ Skora คือจะมีการออกแบบที่เรียกว่า REALHEEL คือบริเวณขอบของ outsole ทั้งหมดจะเป็นลักษณะโค้งมนครับ ช่วยให้เกิดการลื่นไหลขณะวิ่งไม่ว่าจะลงเท้าตรงส่วนใดก็ตาม (แต่เราต้องเข้าใจตรงกันก่อนนะครับว่ารองเท้า minimalist เกือบทั้งหมดในท้องตลาดไม่เหมาะกับการวิ่งลงส้น)

เรื่องความยืดหยุ่นขณะสวมใส่ก็ไม่แพ้แบรนด์อื่นแต่อย่างใดครับ ด้วยการออกแบบที่ Skora เรียกว่า REALFLEX ถึงจะมีความหนาของรองเท้าอยู่ที่ 11 mm. แต่ก็ไม่มีผลอะไรกับความยืดหยุ่น (flexibility) ครับสามารถม้วนงอได้โดยไม่ติดขัดใดๆ

outsole แบบโค้งมนทั้งเท้า (REALHEEL)

REALFLEX ของ Skora

ข้อเด่นอีกอย่างเกี่ยวกับวัสดุและการออกแบบของ Skora Core ก็คือเรื่องความปลอดภัยขณะวิ่งยามค่ำคืนครับ แถบและลายพิมพ์ reflex ที่ตัวรองเท้าสว่างมาก (จะมีสว่างกว่านี้ก็น่าจะเป็น Skora Phase-X) ใส่วิ่งกลางคืนสว่างแน่นอนครับเวลาสะท้อนกับแสงไฟ

เทียบเปิดไฟกับปิดไฟแล้วถ่ายรูปโดยใช้แฟลช

การวิ่งบนถนน : ตอนที่ผมได้รองเท้ามาตอนแรกผมใส่วิ่งโดยที่ใส่แผ่นรองด้วยครับรู้สึกว่าค่อนข้างนิ่มไปหน่อย วิ่งไปสองสามครั้งก็เลยลองเอาแผ่นรองออก โอ้ว…มันใช่เลยครับ นี่แหละที่ต้องการ ให้ความรู้สึกถูกใจนักวิ่ง minimalist ขึ้นมาก ทั้ง responsive ทั้ง ground feel มาครบเลย outsole หนา 11 mm. หากดูตัวเลขจะเห็นว่าหนากว่า VFF Bikila ซึ่งหนา 7 mm. นะครับ แต่พอผมใส่วิ่งดูแล้วความรู้สึก ground feel นี่เรียกได้ว่าสูสีกันเลย (แต่คงไม่ถึงขนาด VFF Seeya หรือ VIVOBAREFOOT ONE นะครับ) ใครที่เป็นเจ้าของ Skora Core อยู่แล้วแต่ไม่เคยถอดแผ่นรองด้านในออกตอนวิ่ง ผมแนะนำให้ลองถอดดูครับได้ความรู้สึกดีจริงๆ

การวิ่งบนถนนลาดยางทั้งพื้นเปียกและพื้นแห้ง รองเท้าเกาะถนนได้ค่อนข้างดีครับ การระบายอากาศก็ทำได้ดีแต่คงจะไม่ได้ดีมากแบบรองเท้าวิ่งที่ upper เป็น mesh ชั้นเดียวอย่าง Skecher GO run , VIVOBAREFOOT ONE หรือแบรนด์เดียวกันอย่าง Skora Phase ครับ ขณะที่เขียนรีวิวนี้ผมใส่ Skora Core วิ่งไปแล้ว 110K ทั้งซ้อมวิ่งกลางแดด วิ่งงานอัลตร้า 10 ชม.ช่วง 11:00 – 13:30 น. แถมโดนน้ำราดขณะวิ่งอยู่บ่อยๆ (แต่ไม่ได้ขนาดเปียกชุ่มเหมือนไปจุ่มน้ำมานะครับ) ก็ไม่ได้มีปัญหาเรื่องการอับหรือร้อนเท้าสักเท่าไหร่ครับ ก็อยู่ในมาตรฐานรองเท้าวิ่ง minimalist ทั่วไป แต่ถ้าเทียบกับว่านี่เป็นรองเท้าหนังแล้วผมถือว่าระบายอากาศได้ค่อนข้างดีเลยครับ

ใส่วิ่งงานอัลตร้า 10 ชม. (ขอบคุณภาพจาก Shutter Running)

ขอเพิ่มเติมอีกเรื่องคือผมเป็นคนที่เหงื่อน้อยครับ เวลาวิ่งไม่ค่อยมีปัญหาเหงื่อท่วมรองเท้าจนถุงเท้าเปียกอะไรประมาณนี้ครับ ดังนั้นรีวิวของผมอาจจะให้ประสบการณ์ที่แตกต่างกับนักวิ่งที่เป็นประเภทเหงื่อเยอะหรือเยอะมาก ถ้าเป็นนักวิ่งที่เหงื่อเยอะแบบที่ผมกล่าวมาและสนใจ Skora ผมคิดว่ารุ่นที่ upper เป็น mesh อย่าง Phase และ Phase-X อาจเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าครับ

การวิ่งบนทางเทรล : Skora Core ถ้าดูข้อมูลในเวบไซท์จะระบุว่าสำหรับวิ่ง light trail ได้ด้วย ผมเลยเอาไปทดสอบวิ่งที่บึงหนองบอน 2 ครั้ง พบว่าสามารถใส่วิ่ง light trail ได้จริง ความรู้สึกจะคล้าย VIVOBAREFOOT Breatho Trail แต่นุ่มกว่าหน่อย อาจจะรู้สึกถึงหินที่ทิ่มมาที่ฝ่าเท้าได้เป็นบางช่วงเนื่องจากไม่มีแผ่นกันหิน ถ้าเป็นคนที่วิ่งลงเท้าเบาอาจไม่มีผลอะไรมากครับ

แต่คงต้องมีหมายเหตุเพิ่มอีกนิดว่า จะให้ดีควรเป็น light trail แบบประมาณทางดินพื้นแห้งนะครับ ถ้าเป็นเทรลพื้นเปียกจะมีปัญหาดินเกาะพื้นรองเท้าทำให้วิ่งได้ลำบากครับ (ถ้าเทียบกับ VIVO Breatho Trail ซึ่งเป็นรองเท้าวิ่งเทรลโดยเฉพาะ Breatho Trail จะสลัดพวกดินเปียกที่เกาะพื้นรองเท้าได้ดีกว่า) และก็คงจะไม่เหมาะกับการวิ่งเทรลทางโหดๆ นะครับ เพราะ outsole ที่เป็น EVA คงจะสึกไปก่อนเวลาอันควร

Skora Core มุมต่างๆ

สรุปสั้นๆ สำหรับ Skora Core คู่นี้งานตัดเย็บและวัสดุที่ทำรองเท้าผมให้คะแนนเต็มครับ คุณภาพสมกับเป็นรองเท้าวิ่งระดับ premium ความรู้สึกขณะสวมใส่และความรู้สึกขณะวิ่งก็ทำได้ดี เรื่องความคงทนก็เห็นมีคนบอกในเวบไซท์ของ Skora ไว้นะครับว่าระดับ 1,000 ไมล์ (แต่ก็คงต้องดูท่าวิ่งประกอบด้วยครับ) ส่วนการดูแลรักษาก็เหมือนรองเท้าวิ่งทั่วไปครับ ถ้าสกปรกมากก็ซักมือตามปกติ หากสนใจข้อมูลเพิ่มเติมหรือต้องการลองสวมใส่สามารถติดต่อได้ที่เพจวิ่งตีนเปล่า ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายในเมืองไทยครับ

Pros

  • มีวัสดุและการตัดเย็บที่ดีมาก
  • มี responsive ในการวิ่งดี
  • มี flexible ดี
  • ใส่สบายออกแบบมาให้รองรับการวิ่งแบบ Barefoot / Minimalist
  • พื้นรองเท้ายึดเกาะได้ดี

Cons

  • ไม่เหมาะกับ heel striker เป็นอย่างยิ่ง หากใส่วิ่งลงส้นอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บ
  • อาจต้องมีการปรับท่าวิ่ง บางคนอาจไม่ชอบ
  • บางคนอาจมีปัญหารองเท้ากัดในช่วงแรกที่เริ่มใส่
  • อาจมีปัญหากับคนที่มีเหงื่อเยอะเวลาวิ่งโดยเฉพาะเหงื่อที่เท้า
Tagged with: , , , , , , , , ,
13 comments on “รีวิว Skora Core
  1. Sea says:

    ซื้อมาเท่าไรอ่ะ เขียนซะอยากลองเลยนะคะ ^^

  2. sangchan says:

    ซื้อรุ่น phase มา หลวมนิดหน่อย ใส่วันแรกไม่ใส่ถุงเท้ารองเท้ากัด ปวดใจ รอแผลหายจะลองใส่ถุงเท้าดูว่าจะช่วยได้ไหม

    • Tum says:

      ปกติผมใส่ถุงเท้าวิ่งตลอดครับ ตอนแรกที่ผมโดนกัดก็อาศัยติดพลาสเตอร์ยาตรงที่โดนกัดเอาครับ วิ่งไป 2-3 ครั้งก็ไม่ค่อยกัดแล้ว

  3. Guy says:

    ผมเชื่อว่ารองเท้าน่าจะดีจริง แต่ราคาแบบนี้ เอาไปซื้อพวก nike adidas แบบดีๆ ได้ 2 คู่เลยนะ

    ถ้าจะบอกว่ามันดีกว่า nike adidas ก็คงดีกว่าแค่นิดๆ เอง ไม่ถึงกะบินได้

    แต่ราคาแพงกว่าเท่าตัว

    ส่วนตัวมีทั้ง nike ทั้ง adidas คู่ละ 3000+ ก็แพงพอแล้ว และคุณภาพที่วิ่งก็ดีมากด้วย

  4. Tum says:

    ถ้าจะพูดเรื่องอะไรดีกว่ามันมองได้หลายมุมนะครับ ถ้าจะดูว่าเป็นรองเท้าสำหรับเน้นวิ่งแบบ barefoot / minimalist จากที่เคยใช้มาผมว่า Nike หรือ Adidas ไม่ได้ดีกว่า VFF , Vivo , Skora หรือ Merrell เลยนะครับ แบรนด์ที่ขายในท้องตลาดบ้านเราจะมีที่ใช้ได้หน่อยก็ New Balance รุ่น Minimus Zero กับ Minimus 10 ซึ่งตอนนี้แทบจะไม่มีขายแล้ว

    ส่วนเรื่องราคามันเป็นเรื่องของตัวเลือกครับ ถ้าแพงไปเราซื้ออย่างอื่นที่ถูกกว่าก็ได้ สินค้าที่วาง position ตัวเองไว้ว่าเป็นระดับ premium แน่นอนว่าวัสดุที่นำมาใช้ย่อมดีกว่าสินค้าแบบเดียวกัน แต่ไม่ได้แปลว่า function จะเหนือกว่าสินค้าทั่วไปแบบมโหฬาร เครื่องเสียงชุดละ 2 แสนไม่ได้แปลว่าเสียงจะดีกว่าเครื่องเสียงชุดละ 2 หมื่นถึง 10 เท่า จักรยานไตรแอธลอนคันละ 2 แสนไม่ได้แปลว่าประสิทธิภาพจะดีกว่าจักรยานเสือหมอบราคา 2 หมื่นถึง 10 เท่า เอาจริงๆ อาจจะดีกว่าแค่ 30% ก็ได้ แต่บางคนที่ชอบและมีกำลังจะซื้อเค้าก็ยอมรับได้กับราคาที่ตั้งมา

    รองเท้าเป็นแค่เครื่องมือที่ใช้วิ่งครับ สำคัญที่เลือกให้รูปแบบและราคาเหมาะสมกับการวิ่งของเราก็พอครับ

  5. Oat says:

    ที่ไทยมีขายแถวไหนอะครับ

    • Tum says:

      มีขายอยู่ใน SportsMall ที่ Emporium กับ The Mall บางกะปิ ครับ

  6. Ning chalotorn says:

    ภูเก็ตมีขายที่ไหนบ้างคะ ตอนนี้ใส่ VFF คะ สนใจ SKORA

  7. worapruek says:

    เวลาเลือก size ต้องเผื่อเหมือนรองเท้าทั่วไป ไหมครับ หรือต้องพอดีเป๊ะ แล้วหนังจะขยายเอง

    • Tum says:

      ไซส์ปกตินะครับ ผมใส่ Skechers กับ Brooks เบอร์ 8 US ก็ใส่ Skora เบอร์เดียวกัน ถ้าจะให้ชัวร์ก็เข้าเวบไซท์ Skora เลือกรุ่นแล้วคลิกที่ปุ่ม Show me how it fit! ทางด้านขวาก็ได้ครับ จะเป็นการเทียบเบอร์กับรองเท้าที่เราใส่อยู่ http://skorarunning.com/core-r02-002m07.html

  8. PP says:

    ราคาลดบ่อยครับ ถ้าราคาต่างประเทศไม่หนีกับยี่ห้ออื่นเท่าไรครับเทียบคลาสพอๆกันแต่ผมว่าอยู่ที่ใจคนใส่ว่าชอบแบบไหนยี่ห้อไหน เพราะแต่ละยี่ห้อก็ต้องมี feeling ที่ต่างกันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละแบรนด์ รองเท้าแพงที่สุดไม่จำเป็นต้องเหมาะกับเราที่สุด ใส่แล้วใช่นั่นแหละใช่สำหรับเราครับ. รองเท้าต้องถามใจตัวเองครับ ดีที่สุด

'เมนท์ที่นี่จ้า