10-Hour Ultra Marathon 2014

อีกหนึ่งงานสำหรับนักวิ่งพันธุ์อึดของไทยก็คือ งานอัลตร้า 10 ชม. ที่จัดโดยชมรมวิ่งสวนพฤกษ์ 99 ครับ (ปีก่อนเป็นอัลตร้า 9 ชม. เนื่องจากเป็นการวิ่งเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวันฉัตรมงคล) สำหรับปีนี้งาน 10-Hour Ultra Marathon 2014 จัดขึ้นในวันที่ 4 พ.ค. 2557 ซึ่งตอนแรกผมก็ไม่ได้สนใจจะสมัครครับเหตุเพราะตัวผมเป็นนักวิ่ง noob ให้วิ่งยาวๆ 10 ชม. น่าจะอ้วกแตกอยู่ในสวนนั่นแหละ(ลีเวลยังไม่ถึง) แต่พอได้อ่านรายละเอียดงานนี้ผมก็ต้องเปลี่ยนใจเพราะอยากได้เสื้อครับ บอกกันตรงๆ เลยคือเสื้อปีนี้สวยถูกใจผมครับเลยต้องสมัครงานนี้ให้ได้ 🙂

โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์งานนี้

เสื้องานนี้

อยากได้เสื้อมากจนต้องสมัคร ^^’

เมื่อตัดสินใจว่าจะวิ่งรายการนี้และเนื่องจากว่าถ้าจะให้ solo 10 ชม. เลยผมน่าจะไม่ไหว ความเป็นไปได้ต่อมาก็คือลงสมัครประเภททีมผลัด ซึ่งเป็นทีม 4 คนวิ่งคนละ 2:30 ชม.(รวมกัน 4 คนก็ได้ 10 ชม.พอดี) ก็เลยเริ่มถามเพื่อนรอบตัวก่อนแล้วก็ได้ชุนกับอุ้ยมาวิ่งด้วยแต่ปัญหาคือแต่ละทีมต้องมีผู้หญิงอย่างน้อย 1 คน -“- ทีมชายล้วนอย่างผมก็เลยตกอยู่ในสถานการณ์อันยากลำบาก (ถ้าดู info ในเพจ Onnut Runners จะพบว่าแฟนเพจทั้งหมดเป็นผู้ชายประมาณ 75% และเป็นผู้หญิง 25% ครับ) ก็เลยไปประกาศรับสมัครที่หน้าเพจจนได้คุณติ๊ก แฟนเพจตั้งแต่สมัยแรกๆ มาร่วมทีมด้วย

วันรับ racepack ที่สวนนวมินทร์ภิรมณ์

เจอพี่จุ๋ง (กล้วยปั่น เรื่องวิ่งเรื่องกล้วย) มารับ bib พอดี

พอได้ทีมครบแล้วก็มาวางแผนการวิ่งกัน เริ่มจากให้ผู้หญิงวิ่งผลัดแรก 6:00-8:30 น. เพราะแดดไม่ค่อยร้อน คุณติ๊กบอกว่าน่าจะวิ่งได้ประมาณ 20K จากนั้นผลัดสอง 8:30-11:00 น. ก็ให้ชุนซึ่งเป็นตัวแรงของทีมเป็นคนวิ่ง ชุนบอกว่าจะวิ่งให้ได้ 27K (เยี่ยมมาก…) ส่วนผมซึ่งเป็นตัวตั้งตัวตีงานนี้ขอวิ่งผลัดสาม 11:00-13:30 น. เพราะคาดว่าแดดน่าจะร้อนที่สุดกะไว้ว่าวิ่งได้ 20K ก็หรูแล้ว -“- และผลัดสุดท้าย 13:30-16:00 น. ก็เป็นอุ้ยซึ่งออกตัวแรงมาเลยว่าไม่ฟิตขอวิ่งแค่ 18K ถ้าได้ตามแผนก็ระยะรวม 83K ก็น่าจะพอได้อยู่ เพราะงานนี้มาวิ่งเอาเสื้อไม่ได้กะว่าจะติดอันดับอะไรกับเค้าอยู่แล้ว

ซ้อมวิ่งตากแดดช่วงเที่ยงถึงบ่าย (ร้อนมาก…)

ช่วงเดือนเมษายนผมก็เลยต้องซ้อมวิ่งยาวกลางแดด(ซ้อมไปประมาณ 3-4 ครั้ง) วิ่งแต่ละครั้งมันเหนื่อยมากๆ เลยครับเวลาวิ่งแล้วโดนแดดเลีย T_T ระยะทางก็ทำได้ไม่ค่อยจะตามแผนเท่าไหร่ แต่ฝึกบ่อยๆ ก็ช่วยให้วิ่งได้ทนแดดมากขึ้น ที่ต้องระวังหลักๆ เลยตอนซ้อมก็คือเรื่องดื่มน้ำครับ ตอนวิ่งครั้งแรกเกือบมีอาการขาดน้ำเพราะจิบน้ำน้อยไปหน่อย

พอถึงวันงาน 4 พ.ค. ผมไปที่สวนนวมินทร์ภิรมณ์สถานที่จัดงานแบบมึนๆ เพราะว่าเพิ่งจะเคยมาร่วมงานนี้ครั้งแรกไม่รู้ว่าเค้านั่งกันยังไง (รู้แต่ว่าชมรมใหญ่ที่ส่งสมาชิกมาวิ่งเกิน 20 คนจะได้เต้นท์เป็นของตัวเอง) คุณติ๊กที่มาถึงก่อนก็มาจองที่ไว้ใต้ต้นไม้ฝั่งตรงข้ามจุดปล่อยตัว (เพราะลองมาสำรวจดูแล้วก่อนหน้าวันงานว่าฝั่งนี้น่าจะร่มกว่า) ตอนกำลังขนของอยู่ ทีม Pu Pu Running / JP Photobook ก็เรียกให้ไปนั่งในร่มที่ปักไว้ข้างๆ กัน ดีจังได้มีร่มเป็นของตัวเองแล้ว >< (ต้องขอขอบคุณ ทีม Pu Pu Running / JP Photobook อีกครั้งนะครับที่ช่วยเอื้อเฟื้อร่มให้ทีมผม)

เพื่อนบ้านใจดี Pu Pu Running / JP Photobook

บรรยากาศฝั่งจุดสตาร์ท

งานนี้มีทีม/ชมรม มาร่วมเยอะมากครับถึงกับต้องปิดรับสมัครก่อนกำหนดเลยทีเดียว (วิ่งเดี่ยว 300 คนและวิ่งทีม 58 ทีม) แล้วผมก็เพิ่งจะทราบว่างานนี้วัดระยะทางเป็นรอบไม่ได้วัดเป็นระยะจริง รอบนึงก็ 2.1K ได้กี่รอบก็คูณไป ถ้าหมดเวลาแล้วยังไม่ข้ามเส้นชัยก็ถือว่ารอบนั้นเสียไปเลย ก็เลยเอาแผนจำนวนระยะทางที่วางไว้มาคิดใหม่ได้ว่า ผลัดหนึ่ง 10 รอบ – ผลัดสอง 13 รอบ – ผลัดสาม 10 รอบ – ผลัดสี่ 9 รอบ รวมกันได้ 42 รอบก็พอใช้ได้นะทีมนี้ 🙂

คุณติ๊กผลัดแรก (ขอบคุณภาพจากชมรมภูติอนันต์)

พอถึงเวลา 6:00 น. ก็เริ่มปล่อยตัวนักวิ่งครับ คุณติ๊กผลัดแรกของทีมผมก็ออกไปวิ่งอย่างมั่นใจ วิ่งไปเรื่อยๆ ด้วยสเต็ปอันมั่นคง แวะมาดื่มน้ำบ้าง, โปรตีนเชคบ้าง, หาไอติมทานบ้าง ทำระยะไปได้ 9 รอบ (18.9K) ผลัดสองชุนขาแรงผู้ไม่เคยกลัวความร้อนออกวิ่งไปอย่างรวดเร็ว แต่วิ่งไปสักพักก็แวะมาเอาหมวกไปใส่(อากาศมันร้อนจริงอะไรจริงครับ) วิ่งเสร็จทำระยะไปได้ 11 รอบ (23.1K) เสร็จแล้วก็รีบกลับไปทำงานต่อ (บริษัทอะไรน่ะวันอาทิตย์ยังจะทำงานอีก -“-)

ผลัดแรกเน้นวิ่งชิลๆ (ขอบคุณภาพจาก ShutterRunning)

ผลัดสองตัวทำรอบ (ขอบคุณภาพจาก ShutterRunning)

แล้วก็ถึงเวลาของผลัดสามซึ่งก็คือผมเอง ตอนสัก 10:50 น. ผมก็ไปยืนรอที่จุดปล่อยตัว อุณหภูมิตอนนั้นประมาณ 37-38 องศา ร้อนตลาดแตกมากครับ ที่ซ้อมวิ่งกลางแดดมา 3-4 ครั้งยังไม่เคยเจอร้อนขนาดนี้เลย รอจนชุนมาถึงเอาชิพมาใส่ข้อเท้าแล้วก็ออกวิ่งครับ

รอบหลังๆ ผลัดสองเริ่มวิ่งออกแนวชิลนะ -“-

รอชุนมาส่งชิพต่อผลัดสาม อากาศร้อนมาก… (ขอบคุณภาพจากชมรมภูติอนันต์)

ช่วงที่ผลัดหนึ่งกับสองวิ่งนี่ผมก็ไม่ได้ไปไหนครับ ก็นั่งอยู่ในร่มคอยส่งน้ำส่งเกลือแร่ให้เพื่อนในทีมที่วิ่งผ่านมาครับ แต่พอถึงเวลาที่ตัวเองมาวิ่งเองแล้วจึงได้สัมผัสกับเสน่ห์ที่แท้จริงของงานนี้ มันไม่แค่แค่เรื่องการวิ่งอึดวิ่งทนเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึงความมีน้ำใจและจิตอาสาของเหล่านักวิ่งแต่ละชมรมตลอดสองข้างทางที่วิ่ง ที่มีทั้งอาหาร, ผลไม้, น้ำดื่ม, เกลือแร่, ฟองน้ำ และเสียงเชียร์ ให้นักวิ่งแต่ละคนมีกำลังที่จะวิ่งตากแดดร้อนๆ กันต่อไปได้

เปลี่ยนผลัดแล้วก็มานั่งเติมพลังริมน้ำ

เหมือนทะเลาะกันแต่จริงๆ แล้วกำลังวางแผนครับ

พอผมวิ่งไปได้สัก 2-3 รอบ พี่นง (ทนงศักดิ์ ศุภทรัพย์) พิธีกรงานนี้ก็บอกว่าอุณหภูมิตอนนี้ขึ้นไปเกือบ 42 องศาแล้วครับ โอ้วม่าย…ร้อนมาก… ผมเลยแอบเดินบ่อยขึ้น เรื่องดื่มน้ำกับเกลือแร่ตอนนี้ดื่มมั่วซั่วไปหมด ไม่ได้ดื่มตามแผนล่ะครับ แต่ก็ยังวิ่งต่อไประหว่างทางก็ได้คุยกับเพื่อนๆ พี่ๆ จากกลุ่มรองเท้าหาย Barefoot Running ที่ลงวิ่ง solo กันหลายคน ก็สนุกดีครับ(แบบร้อนๆ) วิ่งไปได้ชั่วโมงกว่าๆ ก็ฟ้าครึ้มครับ ไม่ค่อยมีแดดแล้ว อุณหภูมิตกลงมาเหลือ 35-36 องศา ก็วิ่งสบายขึ้นครับ แต่ปัญหาคือแรงผมมันหมดไปตั้งแต่ตอนแดดออกแล้ว 🙂

ผลัดสามตัวทนแดด T_T
(ดีใจมากเพราะไม่ได้มีรูปเดี่ยวในเวบ ShutterRunning มาตั้งแต่เดือน ม.ค. ครับ)

ตอนวิ่งผ่านเต็นท์ของ Crazy Running นี่ก็เป็นอีกจุดที่ช่วย refresh ความเหนื่อยได้ดีเลยครับมีน้ำเย็นฉีดให้กับฟองน้ำด้วย (ผมหยิบฟองน้ำติดมาด้วยอันนึงแล้วลืมคืน -“- ต้องขออภัย Crazy Running ด้วยนะครับ) ถัดมาก็ได้กล้วยจากเต็นท์ รองเท้าหาย Barefoot Running ช่วยเพิ่มพลัง ถัดไปอีกก็เจ้าเก่า Pu Pu Running / JP Photobook มีน้ำแดงกับฟองน้ำให้อีกรอบ

เต็นท์ Crazy Running (ขอบคุณภาพจากชมรมภูติอนันต์)

ลุงหวง (สวงษ์ ศรีสุวรรณ) กองเชียร์กิตติมศักดิ์งานวิ่งอัลตร้า 10 ชม. (ขอบคุณภาพจาก JP Photobook)

วิ่งเรื่อยๆ จนเริ่มรอบที่ 8 ผมคิดว่าเวลาที่เหลืออยู่น่าจะวิ่งได้ 10 รอบตามที่คิดไว้ครับ แต่พอได้ครึ่งทางตอนขึ้นสะพานผมเป็นตะคริวซะงั้น เป็นงานแรกในชีวิตที่เป็นตะคริวในรายการวิ่งที่วิ่งบนถนน (ก่อนหน้านี้เคยเป็นตะคริวบนภูเขาตอนงานโคลัมเบียครั้งเดียว) ก็เลยคิดว่าจะพอแค่นี้แหละ ก็เลยวิ่งๆ เดินๆ ไปเรื่อยๆ แล้วก็บอกอุ้ยว่าให้วิ่งไปเส้นชัยด้วยกันเลยผมไม่วิ่งต่อล่ะ

หมดรอบผลัด 3 ผมก็เลยทำระยะไปได้ 9 รอบ (18.9K) ส่งต่อชิพแล้วก็เดินกลับมาที่จุดพัก ผ่านเต็นท์ รองเท้าหาย Barefoot Running ซึ่งมีสระน้ำเย็นสำหรับไว้แช่ ice bath ครับ ก็เลยไปขอใช้บริการซะหน่อย น้ำเย็นกำลังพอดีเลย ตอนกำลังยืนแช่น้ำเย็นรู้สึกเหมือนมีสายตาจับจ้องอยู่ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า แต่พอกลับมาบ้านเปิด FB ถึงได้รู้ว่าที่ผมไปแช่เท้ามีชื่อเรียกว่าบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ เพราะคนที่มาแช่ส่วนใหญ่จะโดนตะคริวกินก็ตอนนั่งแช่น่ะแหละ โชคดีที่ผมยืนแช่…รอดตัวไป… 🙂

ได้แช่น้ำเย็นในบ่อน้ำศํกดิ์สิทธิ์ของเต็นท์รองเท้าหายช่วยให้สบายเท้ามากเลยครับ

น้องปัดหนึ่งในเหยื่อ(ตะคริว)ของบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์

ผลัดสุดท้ายอุ้ยวิ่งเนิบๆ ไปเรื่อยๆ ท่าทางไปได้ดี แต่พอจะขึ้นรอบที่ 8 อุ้ยหายไปเลยจนถึงเวลา 16:00 น. หมดเวลาการแข่งขัน พอเดินอุ้ยกลับมาก็บอกว่าถูกรถเก็บนักวิ่งเก็บไป เค้าบอกว่าวิ่งไม่ทันแล้วล่ะรอบนี้ ดังนั้นเจ้าจงขึ้นรถมาซะดีๆ -“- ผลัดสี่ก็เลยทำระยะไปได้ 7 รอบ รวมกันแล้ว 4 ผลัดได้ 36 รอบครับ ได้ที่ 40 (เท่ากับอีก 2 ทีมคือ ทีมเพื่อนบ้าน Pu Pu Running และ Crazy Am-K-Z ครับ)

ผลัดสี่วิ่งเนิบๆ

แอบมาแวะดื่มน้ำบ่อยนะ (ขอบคุณภาพจาก JP Photobook)

ส่วนผลการแข่งขันประเภทเดี่ยวอันดับ 1 ชายก็ขาอึดคนเดิมคุณสัญญา คานชัย ทำระยะไปได้ 53 รอบ (111.3K) อันดับ 1 ผู้หญิงคือคุณสายปัญญา ตันวิไล ทำระยะไปได้ 50 รอบ (105K) ส่วนอันดับ 1 ประเภททีมคือทีม B ทำระยะรวมไปได้ 63 รอบ (132.3K) อึดๆ กันทั้งนั้นเลย สำหรับประเภทเดี่ยวถ้าวิ่งได้เกิน 30 รอบจะได้ถ้วยรางวัลทุกคนครับ แต่ถ้าติด Top 100 จะได้เสื้อ Finisher ด้วย

บริการอันน่าประทับใจจากทีม Pu Pu Running / JP Photobook

เส้นทางวิ่งจาก Nike+

สิ่งที่ได้จากงานนี้นอกเสื้อแสนสวยแล้ว ผมยังได้ความประทับใจจากน้ำใจและความเอื้อเฟื้อของทุกๆ ชมรมที่มาร่วมงาน ได้รับแรงกระตุ้นที่ดีเยี่ยมจากเพื่อนๆ นักวิ่งที่ลงวิ่งเดี่ยว 10 ชม. ที่ทั้งใจสู้, อดทน และมีความมุ่งมั่น หลายคนวิ่งแล้วเป็นตะคริวก็พักนวดแล้ววิ่งต่อ หลายคนเหนื่อยล้าอย่างมากแต่ก็ยังก้าวขาต่อไป บางคนวิ่งได้เกินขีดจำกัดของตัวเองขนาดจบงานแล้วล้มหมอนนอนเสื่อเลยก็มี

คุณกิ๊บ(เพจวิ่งกับกิ๊บ) วิ่งหาเงินช่วยการศึกษาเด็กชาวเขาจนครบ 10 ชม.
ทำได้เกินความคาดหมาย (33 รอบ / 69.3K) แล้วก็วูบไปเลยด้วยอาการขาดน้ำ

จะว่าไปแล้วสำหรับงานนี้ไม่ต้องวิ่งก็ได้ครับ แค่มานั่งดูนั่งเชียร์ก็ได้รับสิ่งดีๆ และแรงบันดาลใจจากบรรดาเหล่านักวิ่งมากมายแล้ว หลังจบงานนี้มุมมองและเป้าหมายในการวิ่งของผมมันเริ่มเปลี่ยนไปใหญ่โตขึ้นกว่าเดิม เร่งเร้าตัวเองมากขึ้นกว่าเดิม งานวิ่งงานต่อไปที่สมัครไว้แล้วผมก็เลยจัดเต็ม ถ้าไม่เป็น Finisher ก็คือ  DNF ครั้งแรกกันเลยทีเดียว แล้วมาลุ้นกันงานหน้านะครับ 🙂

ถ่ายรูปหมู่ตามระเบียบ

Pros

  • วัดระยะง่ายเพราะคิดระยะทางเป็นรอบ
  • มีอาหาร, น้ำดื่ม และ เกลือแร่อย่างเพียงพอทั้งจากผู้จัดงานและจากเต็นท์ชมรมต่างๆ
  • มีชิพจับเวลา
  • มีกองเชียร์ของชมรมต่างๆ ตลอดเส้นทาง
  • เสื้อสวย

Cons

  • อากาศร้อนมาก…ก…
Tagged with: , , , , , , , ,

'เมนท์ที่นี่จ้า