พูดคุยกับพี่ป๊อก (VFF Thailand)

โพสนี้เป็นการพูดคุยระหว่างผมกับพี่ป๊อก นักวิ่งอัลตร้ามาราธอนจากเพจ Vibram FiveFingers Thailand ระหว่างที่ไปลองไซส์ VFF ที่ MRT พหลโยธินครับ จริงๆ ก็คุยกันตั้งแต่เมื่อวันที่ 15/10/2013 แต่เพิ่งจะได้มาเอาลง blog เพราะว่าเพิ่งแกะเทปเสร็จครับ (แต่ก็พอดีเลยโพสต่อจากรีวิว VFF มาแล้ว 2 คู่) อาจจะไม่ค่อยมีสาระเท่าไหร่แต่ก็อ่านกันได้เพลินๆ นะครับ พี่ป๊อกจะมาแชร์ประสบการณ์การวิ่งให้ได้ทราบกัน 🙂

พูดคุยกันระหว่างลองใส่ VFF ที่ MRT พหลโยธิน

Pok :  สัมภาษณ์เนื่องจากอะไรถามก่อน

Tum :  เนื่องจากว่าผมไม่เคยมีเพื่อนที่เป็นนักวิ่งอัลตรามาก่อน ก็เลยอยากสัมภาษณ์เกี่ยวกับการวิ่งอัลตรามาราธอนและการฝึกซ้อมของพี่ป๊อกครับ

Pok :  พี่เป็นอนุบาลอัลตรา เพิ่งวิ่งอัลตรามาได้ไม่กี่ครั้งเองนะ

Tum :  ไม่เป็นไรครับพี่เป็นอนุบาลอัลตรา ส่วนผมยังไม่ได้สอบเข้าโรงเรียนอัลตราเลยครับ (ฮา)

Tum :  พี่ป๊อกเริ่มวิ่งมากี่ปีแล้วครับ

Pok :  พี่วิ่ง 10K ครั้งแรกปี 2527 นานแล้วเน๊อะ ปี 2530 วิ่งมาราธอนครั้งแรก เค้าเรียกว่ารอยัลมาราธอนวิ่งที่สะพานพระราม 9 น่ะ นั่นคือมาราธอนครั้งแรก 4:03 ชม. ถัดมาก็กรุงเทพมาราธอน สมัยก่อนนานๆ วิ่งทีนะ กรุงเทพมาราธอนนี่วิ่งมาแทบจะทุกปีเลยนะ พอปี 2535-37 ช่วงนั้นทำงานแล้วก็โคตรขยันเลย ไม่ได้วิ่งกรุงเทพมาราธอนประมาณ 5 ปี แทบลืมไปเลยพอถึงเวลาก็ไม่ได้สมัคร สรุปก็ขาดไปช่วง 5 ปีนั้นแหละ นอกนั้นก็วิ่งมาตลอดทุกปี

สมัยที่ยังเป็น “ป๊อก รองเท้าหนา” (Cr. ภาพจาก FB พี่ป๊อก)

Tum :  แล้วเริ่มใช้ VFF มานานหรือยังครับ

Pok :  VFF เนี่ยซื้อมาครั้งแรกปี 2554 เอ๊ะเดี๋ยวนะต้นปี 2554 มี Bikila ปลอมอยู่คู่นึงลองสั่งมาดู เอ..จำไม่ได้แต่พี่มีใบเสร็จเก็บไว้ทุกคู่นะที่ซื้อของแท้จาก REI ต้องกลับไปดูก่อน เดี๋ยวนะ..ใช้ VFF มานานหรือยัง ตอนแรกเริ่มใช้แล้วเจ็บพอเจ็บก็วางทิ้งไว้เลย 4-5 เดือน แล้วก็กลับมาใช้ใหม่เพราะมีความรู้สึกว่ามันเรียนรู้กันได้ พอเริ่มใช้จริงอีกทีก็ไม่เจ็บล่ะแล้วก็ใช้มาตลอด พอใช้ VFF มาสักพักก็ไม่ได้ใช้รองเท้าวิ่งเดิมๆ อีก เดี๋ยวนะ..มาใช้จริงจังก็ประมาณ 2 ปีนี่แหละ แต่ที่ใช้เฉพาะ VFF อย่างเดียวเลยประมาณปีครึ่ง ช่วงที่ใช้จริงจังก็ไม่ได้ใช้พวกรองเท้า Thick Shoes พวกรองเท้าวิ่งพื้นหนาๆ น่ะ อีกเลย

Tum :  พี่ป๊อกเริ่มสนใจการวิ่งอัลตรามาราธอนได้ยังไงครับ

Pok :  จะได้ประโยชน์อะไรจากพี่บ้างมั้ยเนี่ย (ฮา)

Pok :  งาน TNF 100 ที่อัมพวาประกาศว่ามี 50K ที่จริงพอวิ่งนานๆ นะ พูดไปแล้วเดี๋ยวคนอื่นเค้าจะหมั่นไส้ คนที่วิ่งมาราธอนบ่อยๆ แล้วก็จะเริ่มรู้สึก..มีเพื่อนคนนึงพูดนะ มาราธอนไม่มีอะไรมากเลยก็คือใส่รองเท้าแล้วก็ออกไปวิ่ง ฟังแล้วมันดูน่าหมั่นไส้นะแต่ที่จริงก็คือถ้าเกิดคนเคยวิ่งมามันไม่มีอะไรน่าท้าทายแล้ว(สำหรับนักวิ่งที่ไม่ใช่กลุ่มล่ารางวัล) พออัลตร้าแล้วเฮ้ย..โคตรน่าตื่นเต้นเลย นี่พูดเรื่องอัลตราใช่ป่ะจะเล่าความรู้สึกให้ฟังก่อน พอตัดสินใจสมัครอัลตร้านะเพื่อนในชมรมไม่มีใครเอาสักคนเลย motivate สารพัด ไปดิ ไปดิ สุดท้ายสมัครคนเดียว ตื่นเต้นมาก ทุกวันนะตั้มลงจากเตียงน่ะเอาขาเหยียบพื้นตอนเช้านะนับถอยหลังทุกวัน คิดดูสินับถอยหลังทุกวันเพื่อที่จะไปแข่ง TNF100 ที่อัมพวา โคตรตื่นเต้นเลย

Tum :  นี่คือวิ่ง TNF100 ที่จัดครั้งแรกใช่มั้ยครับ เพราะตอนนี้จัดมา 3 ครั้ง

Pok :  เออ ไม่รู้เหมือนกันแต่ครั้งนั้นวิ่ง 50K แล้วถัดมาพี่ก็วิ่ง 100K ตอนนั้นวิ่ง 50K ตื่นเต้นมาก วิ่งดีใช้ได้เลย

Tum :  การวิ่งอัลตร้าอย่างวิ่ง 100K นี่ แผนการซ้อมกับการวางแผนเวลาวิ่งรายการต่างกับวิ่งมาราธอนมั้ยครับ

Pok :  จริงๆ แล้วตารางซ้อมวิ่งมาราธอนนี่พี่ใช้ของเดิมมาเป็นสิบปีแล้วคือ แจ็ค แองเจิล (Jack F. Angel) แต่ก่อนสมาคมนักวิ่งมาราธอนของไทยเนี่ยเค้าเชิญมาเปิดมาราธอนคลินิค ดังนั้นพี่ก็เลยจะใช้ตารางนี้มาตลอดไม่เคยเปลี่ยน แต่สำหรับอัลตร้านี่ไม่รู้จักใครก็เลยใช้วิธีดูเอาในอินเตอร์เน็ท แล้วพอดีเฟซบุคเริ่มบูมก็ถามจากเพื่อนสิงคโปร์ เพื่อนมาเลย์ พวกนี้พี่ถามหมดเลย ถามเลยว่ายังไง

Pok :  แล้วมีเพื่อนฮังการี่หลงมาคนนึงได้ไงไม่รู้ก็ถามเค้าเหมือนกัน คุณใช้ตารางไหน คุณใช้ยังไง คุณกินยังไง คุณใช้เวลา 24 ชม. ยังไง เค้าก็บอกว่าเป็นการผสมผสานระหว่างการเดินกับการวิ่ง คุณไม่ต้องวิ่งตลอด คุณวิ่งเวลาเท่าไหร่ พี่บอก 5.6 เค้าก็บอกว่าค่าเฉลี่ย 1 ชม.แค่ 5.6 ทำไมน้อยจัง แต่ถึงเวลาจริงเราก็วิ่ง 8-9 แหละ ตกลงพี่ขอตอบว่าใช้ตารางซ้อมจากในอินเตอร์เน็ท เพราะความรู้อัลตร้าน้อยมากเลย ภูมิภาคนี้คนวิ่งอัลตร้าก็ไม่ได้เยอะ มันเป็นเหมือนเป็นกีฬาใหม่ในบ้านเรา

TNF100 ปีล่าสุดกับ VFF Spyridon สีเขียว (Cr. ภาพจาก FB คุณ Mohan Marathon)

Tum :  วิ่งอัลตรานี่แข่งกันนานใช่มั้ยครับ อย่างที่ 1 งาน TNF100 ปี 2013 ก็วิ่ง 9 ชั่วโมงกว่า แล้วเรื่องอาหารนี่ทานยังไงครับระหว่างแข่ง

Pok :  คำถามดีมากเลย พี่ถาม เสี่ยว กง อึ๊ง (นักวิ่งอัลตรามาเลเซีย) ว่ากินยังไง เค้าก็พูดเรื่องนึงคือเกลือเม็ด (Salt Tablet) เคยได้ยินรึเปล่า ตอนนั้นอยากลองแต่เมืองไทยไม่มีขายก็เลยต้องสั่งซื้อมา วิธีการกินก็คือ TNF 100 เค้าจะมีอยู่จุดพัก 4 จุดให้เราเตรียมอาหารใส่แพ็คไป อาหารก็พวกอินทผาลัม ช็อคโกแล็ต นี่ถือถามเพื่อนต่างชาติมานะ เพื่อนคนไทยก็มีพี่ถามคุณอ้น คุณอ้นนี่เค้าวิ่งอยู่แล้ว พี่ถามเค้าว่ากินยังไง นี่พี่ไปขอ add friend เค้าเลยนะ เค้าก็อธิบายสูตรของเค้ามา ถามแคทเธอรีนเค้าเป็นหมออยู่เชียงใหม่

Tum :  คนที่ได้แชมป์ 100K solo หญิงใช่มั้ยครับ

Pok :  ใช่ๆ เค้าได้ที่ 1 ผู้หญิง แต่แคทเธอรีนเค้าจะอธิบายแบบหมอน่ะ เรื่องนิวทริชั่นเป็นแบบนี้นะดูตารางนะ (พี่ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่หรอก) กลับมาเรื่องกินก่อน มีจุดพัก 4 จุด มี อินทผาลัม ช็อคโกแล็ต พวกขนมให้พลังงาน ให้เปลี่ยนรองเท้าวิ่งเปลี่ยนชุดได้อะไรประมาณนี้อ่ะนะ แต่สุดท้ายสิ่งที่พี่กินจริงๆ นะคือ เกลือเม็ดกินทุกชั่วโมง อย่างที่สองคือเจล (Energy Gel) ปกติเราวิ่งมาราธอนก็กินกันอยู่แล้วใช่ป่ะ อัดกันทุก 5K 10K แต่เพื่อนฮังการี่บอกว่าไม่ เวลาวิ่งทานเจลเยอะกระเพาะอาหารจะเคลื่อนไหวเยอะมีผลกับการวิ่งอะไรสักอย่าง ให้กินทุก 20K พี่ก็เลยกินเจลทุก 20K วิ่ง 100K พี่ก็กินเจลไปแค่ 4 ซอง แล้วก็เกลือเม็ดชั่วโมงละครั้ง แล้วก็แตงโม 4 ชิ้น อยู่ได้

TNF100 2014 ปีล่าสุด (Cr. ภาพจาก FB พี่ป๊อก)

Tum :  ไม่ต้องกินพวกอาหารมื้อหนักเลยเหรอครับ

Pok :  ไม่มีนะปีนั้นพี่วิ่งจบ 13:54 ชม. แต่ก็ motivate ผู้จัดเหมือนกันนะว่า TNF100 Hongkong มีบะหมี่กิน ที่ของ Fuji ก็มี ขอหม้อต้มน้ำหน่อยปรากฎว่าปีนี้ไม่มี (ฮา) แต่เห็นเค้าบอกว่าปีหน้าอาจจะจัดให้นะ เอาไว้กินโจ๊กกินบะหมี่ได้ สูตรการกินมีเยอะแต่ของพี่ พี่กินแค่เท่าที่บอกนะอยู่ได้

Tum :  แล้ววิ่งไหวได้ยังไงครับเนี่ยทานน้อยจัง

Pok :  อาจจะ inner motivation ความมุ่งมั่นสูงมากตอนวิ่ง 100K มากถึงมากที่สุด บอกกับตัวเองว่าต้องทำให้ได้ ตื่นเต้นตลอดมีความสุข ไม่รู้จักเหนื่อยเลยก็ว่าได้งานนี้

Tum :  เดินเยอะมั้ยครับ

Pok :  พูดแล้วเดี๋ยวจะว่าพี่โม้อีกไม่เดินยาวแบบวิ่งสลับเดินเลยนะ พี่หยุดเดินแป๊บๆ แล้วก็วิ่งต่อ

Tum :  พี่ป๊อกวิ่งคุม pace ไปเรื่อยๆ เหรอครับ

Pok :  พี่ไม่ถนัดแบบนี้ (วัดความเร็วด้วย pace) คนชอบพูด pace 6 pace 7 แต่พี่ถนัดแบบ 11, 12, 9 Km/H (วัดเป็น speed) พี่ตั้งการ์มินไว้เป็นแบบนี้ วิ่ง 10K น่ะพี่ 12.8 (ประมาณ pace 4:41) วิ่งมาราธอนพี่วิ่ง 11.7 (ประมาณ pace 5:08) พี่คิดแบบ pace ไม่เป็น แต่วิ่งอัลตร้าก็ speed ประมาณ (ประมาณ pace 6:40-7:30) ถามว่าเดินหรือเปล่าพี่ก็หยุดตอนกินตอนเปลี่ยนน้ำอะไรพวกนี้แล้วก็วิ่งต่อ แล้วพี่ก็ไม่ได้วิ่งเร็วมาก ถามว่าหมดมั้ย พี่ว่าความมุ่งมั่นมันสูงมากจนทำให้วิ่งเข้าเส้นชัย ไหนๆ ก็โม้มาเยอะแล้วนะ ความสุขของการวิ่งเป็นยังไงตอน TNF100 เลย คือมันโคตรมีความสุขเลย ถามว่าเหนื่อยมั้ยมันก็เหนื่อยตามปกติแหละนะ แต่ว่าตอนนั้นมันมุ่งมั่นมากแล้วตอนนั้นพบครบ 50K (วิ่ง 2 loop รอบละ 50K) ลูกก็มารอ ลูกถามป๊าต่อมั้ย แหม่ก็ต้องต่อสิไม่ต่อได้ไงซ้อมมาตั้งเยอะ

Tum :  DNF ก็มีใช่มั้ยครับ

Pok :  โห Did Not Finish เพียบ แต่การวิ่งอัลตร้านี่การ DNF เป็นส่วนหนึ่งของการวิ่งอัลตร้าเลยนะ มันต้องมี DNF กันบ้าง

Tum :  อย่าง 100K solo นี่เค้าตัด DNF ที่กี่ชั่วโมงครับ

Pok :  ตัดที่ 18 ชั่วโมงนะ ของพี่ 13:54 หรืออะไรราวๆ นี้แหละ พูดง่ายๆ ก็เกือบ 14 ชั่วโมงแหละ เข้าเป็นที่ 4 ของกลุ่มชายไทย 100K solo

Tum :  มันก็มีช่วงวิ่งกลางคืนด้วยสิครับ

Pok :  สตาร์ทตอนตี 5 ตอนพี่เข้าเส้นชัยวิ่งกลางคืนแค่ชั่วโมงเดียวโคตรฟลุคเลย ถ้าไปดูเวบ TNF 100 จะขึ้นเลยว่า get to the dark มั้ง คือเริ่มมืดแล้ว เป็นกลุ่มที่เข้าเส้นชัยตอนใกล้ๆ จะมืด

Tum :  ตอนกลางคืนมีไฟส่องมั้ยครับ

Pok :  ไม่มี ไม่มี ก็เรามี head lamp อยู่แล้วไง เป็นอุปกรณ์บังคับแต่ของพี่มัน 35 ลูเมนสว่างน้อยไป ถ้าสัก 200+ ลูเมนจะดีกว่า มีเพื่อนฟิลิปปินส์ใช้ 200 ลูเมน สว่างมองชัดมากนี่ก็เลยจะสอยอันใหม่เป็น 200 ลูเมนบ้าง

วิ่งตอนฟ้ามืดงาน TNF100 (Cr. ภาพจากเพจ TNF100 Thailand)

Tum :  แนวโน้มความนิยมการวิ่งอัลตร้าในไทยพี่ป็อกคิดว่าเป็นยังไงครับ

Pok :  ก็ยังจะเป็นเฉพาะกลุ่มทรงๆ อยู่มั้งนะ คำถามยากขอผ่าน (ฮา) แต่พี่คิดว่าน่าจะมีคนสนใจเพิ่มขึ้นนะเพราะพี่ว่ามันเป็นกีฬาอีกชนิดนึงที่แข่งกับตัวเอง นักวิ่งเก่งๆ ที่มาวิ่ง TNF 100 มีเยอะนะแต่ถึงเวลาจริงๆ เราไม่ได้ไปแข่งกับเค้าหรอก เราแข่งกับตัวเองนี่แหละเอาให้เข้าเส้นชัยเท่านั้นพอ

Tum :  ความรู้สึกตอนเข้าเส้นชัย ?

Pok :  ถ้าดูในเฟซบุคพี่จะมีรูป พี่เขียนความรู้สึกไว้คือบอกว่า พอเข้าเส้นชัยมาลูกชายบอกว่า ตอนที่ป๊าเข้าเส้นชัยเนี่ยมันน่าตื่นเต้นมากเลย คือมันไม่เหมือนคนวิ่งมินิหรือวิ่งมาราธอนนะ เค้าประกาศเลยว่าคนไทยแล้วผู้บริหาร The North Face เค้าก็น่ารักนะออกมารับ มาจับมือ มามอบของให้ ความรู้สึกตอนเข้าเส้นชัยมันสุดยอดเลย ลูกชายบอกว่าป๊าอยากวิ่งแล้ว เห็นป๊าเข้าเส้นชัยแล้วรู้สึกอยากวิ่ง นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดที่ได้จาก TNF100 คือ สร้างแรงบันดานใจให้ลูก เพื่อนฟิลิปปินส์พี่พูดมานะว่า bring the passion to the next generation พี่ชอบคำนี้มากเลย เออ..แต่สุดท้ายลูกพี่ก็ไม่ได้วิ่งนะ (ฮา) แต่ดีให้เค้าให้เห็นความมุ่งมั่นของเรา นี่เขียนลงบล็อก Onnut Runners ใช่มั้ย ใครเป็นคนเขียนอ่ะ

Tum :  ผมเขียนทุกโพสแหละครับ

Pok :  เอ้าจริงเหรอ อ่านหลายครั้งแล้วแต่ไม่รู้ (ฮา)

Tum :  สำหรับ FiveFingers ตอนนี้คนเริ่มใส่กันเยอะมากขึ้น พี่ป๊อกคิดว่ามันเป็นแค่กระแสหรือเปล่าครับ เพราะบางคนเค้าอาจจะมองไปเป็นเรื่องแฟชั่นไม่ใช่ฟังก์ชั่น เพื่อนผมบางคนก็ซื้อมาเพราะบอกว่ามันแปลกดี

กำลังแนะนำเพื่อนๆ ที่มาลองใส่ VFF

Pok :  คำถามนี้ยากขอคำถามถัดไปเลย (ฮา)

Tum :  (ฮา) งั้นถามใหม่ตอนนี้มันบูมขึ้นเยอะมั้ยล่ะกันครับ

Pok :  ก็บูมนะสมัยก่อนตอนพี่ใส่เพราะว่าไปเห็นดอกเตอร์คนนึงเค้าใส่ ซึ่งเค้าเป็นคนชอบศึกษาพี่ก็เลยคิดว่าถ้าเค้าใส่มันต้องมีอะไรดี ก็ไปหาในเน็ทปุ๊บก็สั่งจากเวบที่ US ส่งไปให้เพื่อนแล้วให้เค้าส่งมาให้ที่ไทย แล้วก็หาอ่านศึกษาวิธีใช้ ตอนเอามาใช้นี่ไม่เคยเห็นใครใช้เลยนะ เพราะดูแล้วขอโทษนะ…มันทุเรศ แฟนก็บอกว่ารองเท้ามันทุเรศจัง

Tum :  ประมาณ 2-3 ปีก่อนผมก็เคยเห็นคนไทยใส่ขึ้น BTS น่าจะเป็น KSO (ตอนนั้นไม่รู้จักว่ารองเท้าอะไร) ผมก็คิดว่าเออเค้าก็มั่นใจดีนะ รองเท้ามันดูประหลาดๆ (ฮา)

คุยกันทีไรยาวทุกที เอามาเขียน blog ซะเลย

Pok :  ถ้าถามว่าบูมมั้ยช่วงแรกๆ พี่ไปวิ่งจะนานๆ จะเห็นสักที เพราะรองเท้ามันประหลาดไง พี่ใส่เองยังว่ามันประหลาดเลย แต่เนื่องจากเราชอบแล้วลองสึกษาดูแล้วคิดว่ารองเท้ากับสไตล์การวิ่งแบบนี้มันดีก็เลยใส่มาเรื่อยๆ เทสวิ่งดู 10K ผ่าน 21K เออ..ก็ได้ 42K ก็ผ่านมา 3-4 งานแล้ว สุดท้ายผ่าน 100K ได้ก็มั่นใจเลยว่ารองเท้านี้มันโอเคแล้วสำหรับเรา ส่วนคนใช้ที่เพิ่มขึ้นที่เข้ามาในเพจพี่ก็ไม่รู้ว่าเพื่อนๆ มาจากไหน เพราะตอนแรกเพจก็ไม่ได้คนเยอะ ถามดูส่วนใหญ่ก็บอกว่า search หาเอาในเน็ท ที่ FiveFingers บูมขึ้นมากในไทยก็มาจากที่กระแสอินเตอร์เน็ทบูม เฟซบุ๊คบูม คนเดี๋ยวนี้เค้าฉลาดนะถ้าสนใจอะไรก็ google หาข้อมูลกันก่อนเลย FiveFingers มันดียังไง การวิ่งด้วย FiveFingers มันดียังไง

Pok :  นอกจากนี้ก็มีการบอกต่อ การที่เพื่อนแนะนำกัน (viral) การเห็นคนใส่วิ่งในงานวิ่งต่างๆ ก็ทำให้คนสนใจกันมากขึ้น เหมือนวิ่งเท้าเปล่านั่นแหละ แต่ก่อนพี่ไปวิ่งตามงานวิ่งเห็นแต่น้องคริส (Christopher Beilby) เดี๋ยวนี้ Bangkok Barefoot Run Club มีชื่อเสียงมากขึ้น มีการเชิญคุณโยชิโนะมา workshop กลุ่มนักวิ่งเท้าเปล่าก็เยอะขึ้น คืออะไรที่มันให้ผลดีอะไรที่มันมีดีในตัวเองก็จะเติบโตขึ้นไปเรื่อยๆ ได้เอง ดังนั้นพี่เลยคิดว่า FiveFingers ก็จะบูมขึ้นเรื่อยๆ สังเกตดูในเพจพี่จะไม่ค่อยจะโพสอะไรมากแล้ว พี่กลัวพี่โพสเยอะเดี๋ยวคนถามเยอะจะตอบไม่ทัน (ฮา) จริงๆ นะแต่ก่อนโพสแทบทุกวัน เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยโพสแล้วกลัวบริการไม่ทั่วถึง

ตอนไป Run Clinic กับโยชิโนะซัง (Cr. ภาพจาก FB พี่ป๊อก)

Tum :  ทำเพจสั่ง FiveFingers ให้เพื่อนแล้วไม่เก็บมัดจำนี่ เคยมีคนเบี้ยวไม่เอาของมั้ยครับ

Pok :  ตอนนี้ยังไม่มีนะเพราะเป็นการสั่งให้เพื่อน พี่แอดเฟรนด์ทุกคนรู้จักทุกคน เราก็ได้ความรู้ต่างๆ จากเพื่อนด้วย พี่เชื่อว่าคงไม่มีใครเบี้ยวนะ บอกตรงๆ พี่ก็เคยลองใจมาหลายคนเหมือนกันนะ ของมาแล้วส่งรองเท้าไปเลย เค้าก็จ่ายทุกคน แต่ไม่บอกชื่อนะเดี๋ยวเอาไปเขียนลง blog (ฮา) เราดูเฟซบุ๊คเค้า เค้ามีตัวตนมีข้อมูลใน timeline ไม่ใช่พึ่งสร้าง account มาเพื่อสั่งของ พี่เชื่อว่าทุกคนมีพื้นฐานเป็นคนดี รักชอบสิ่งเดียวกันเป็นกลุ่มเฉพาะ คงไม่มีใครไม่จ่ายตังค์เพื่อนเราน่ารักมากครับ 🙂

Tum :  ขอถามเรื่องวิ่งไปแม่วงก์ครับ พี่ป๊อกได้เป็นส่วนถึงของทีมวิ่งจากกรุงเทพฯไปแม่วงก์ได้ยังไงครับ

Pok :  พอดีพี่จุ๋ง (กล้วยปั่นเรื่องวิ่งเรื่องกล้วย) ชวนมาวิ่ง คือพี่จุ๋งก็เคยมาคุยประมาณว่าวิ่ง 388K 4 วัน เออ..น่าสนใจ พี่จุ๋งเค้าก็นักวิ่งอัลตร้าเหมือนกันใช่มั้ย พอใกล้ถึงวันวิ่งจริงพี่จุ๋งก็มาถามว่าสนไปวิ่งมั้ยเป็นทีมผลัดกลางวัน ส่วนพี่จุ๋งเป็นผลัดกลางคืน ก็ให้เป็นตัวยืนไปพี่วิ่งกลางวันส่วนพี่จุ๋งก็จะวิ่งกลางคืนยาวๆ ไปเลย ถ้าถามว่าไหวมั้ยก็ไหวนะเคยผ่าน 100K มาแล้ว แต่ที่กังวลคือจะพางานเค้าล่มหรือเปล่า (ฮา) เพราะดูเหมือนว่าจะใช้คนไม่กี่คน พี่จุ๋งก็บอกว่าเดี๋ยวจะมีคนมาช่วยผลัดด้วย แต่ฟังๆ ดูแล้วเหมือนพี่จะเป็นตัวหลักตอนกลางวันยังไงไม่รู้ (ฮา) ก่อนหน้านั้นก็เลยไปเทสวิ่ง 50K ที่สวนรถไฟ ก็โอเคนะวิ่งได้แต่ pace ไม่เร็วมาก รู้แค่ว่าตอนแรกจะมีคนมาส่งก่อน 50K หลังจากนั้นก็จะวิ่งสลับกลางวันกลางคืนไปจนถึง ก็ดีใจนะที่เค้ามาชวนเพราะส่วนตัวแล้วก็อยากทดสอบตัวเองเหมือนกัน

Tum :  ตอนวิ่งบรรยากาศเป็นยังไงครับ เหมือนไปวิ่งอัลตรา TNF100 หรือวิ่งตามงานวิ่งมาราธอนมั้ย

Pok :  ไม่เหมือนเพราะมีรถเซอร์วิสวิ่งตามหลัง (ฮา) ความคึกคักมันต่างกันกับงานวิ่ง แต่เพจกล้วยเค้ามีแฟนเพจเยอะระหว่างวิ่งก็จะมีอัพเดทในเพจให้คนติดตามก็สนุกดีนะ ส่วนพี่ที่เป็นคนวิ่งก็กังวลเหมือนกันนะเพราะเค้าชวนมาแล้วก็ต้องทำของเค้าให้ดีที่สุดล่ะนะ ตอนแรกตั้งใจว่าจะวิ่งยาวเลยแต่ผิดแผน (ฮา) มันร้อนมากเลย

Tum :  วิ่งไปกี่กิโลครับงานนี้

Pok :  ช่วงแรกวิ่งไป 30K แล้วพอดีมันหมด ก่อนหน้านั้นพี่จุ๋งบอกให้วิ่งไปสบายๆ เลยเพราะมีคนมาส่ง พี่ก็เลยไปรอแถวอยุธยาประมาณ 7 โมงก็เจอพี่ย้ง (กล้วยหอมเรื่องวิ่งเรื่องกล้วย) วิ่งอยู่พอดี พี่ก็ไปวิ่งต่อจากพี่ย้งเลย พอวิ่งไป 30K หยุดก็แวะเข้าปั้มเลย อาบน้ำในปั๊มน่ะแหละ (ฮา)

Tum :  ช่วง 2 เห็นพี่ป๊อกวิ่งได้อีก 15K

Pok :  ช่วงสองนี้มัน 11 โมงพอดีอากาศร้อน แต่พี่จุ๋งเค้าอยากเทสวิ่งตอนเที่ยงพอดีก็เลยผลัดกันเลย พี่จุ๋งจะวิ่งประมาณ 3 ชั่วโมง พี่ก็ได้โอกาสไปทานข้าวเพราะพาลูกไปด้วยกับน้องภรรยาไปขับรถเซอร์วิสให้ ก็ขับวนไปลูกก็จะหาแต่ KFC ขับรถไปเป็น 10 กิโลเลย ทานเสร็จพอใกล้ 3 ชั่วโมงก็ขับรถกลับไป เจอกับพี่จุ๋งช่วงนั้นร้อนมาก พี่ก็ไปวิ่งผลัดต่อพี่ย้งก็ถามว่าจะวิ่งกี่กิโล พี่ก็บอกว่า 4 ชั่วโมงครับกะว่าวิ่งถึง 6 โมงเย็น พี่ย้งบอกว่าไม่ต้องวิ่งเยอะก็ได้เพราะเดี๋ยวจะมีคนมาช่วยวิ่งผลัดต่อตอนเย็นพี่ก็โอเค แต่จริงๆ ก็อยากวิ่งให้ได้ถึง 80K ล่ะนะวันนี้ (ฮา) ตอนวิ่งร้อนมากแต่ทีมเซอร์วิสเค้าดีนะมีผ้าเย็นมีน้ำให้ตลอด

ส่งต่อไม้ผลัดวิ่งแม่วงก์ (Cr. ภาพจาก FB คุณ Beuu Byw Pipattanamongkol)

Tum :  เรื่องการจราจรมีรถแล่นไปมานี่วิ่งลำบากมั้ยครับ

Pok :  ก็ไม่นะเราวิ่งชิดซ้ายมีรถเซอร์วิสตามหลังไม่ค่อยมีอะไรอยู่แล้ว การวิ่งไกลมันขึ้นกับ mental ล้วนๆ เราซ้อมมาดีก็วิ่งได้ ควันรถก็เหมือนเราวิ่งริมถนนทั่วไปน่ะแหละ ปัญหาคือเรื่องความร้อนตอนวิ่งมากกว่าเพราะมันร้อนมาก วิ่งได้ประมาณ 15K เองมั้งมันร้อนมาก พี่ย้งก็เลยบอกว่าให้พอก่อนล่ะกันแล้วพี่ย้งมาวิ่งต่อเอง แล้วคืนนั้นกลุ่มเท้าเปล่าก็จะมาช่วยวิ่งต่อ พี่จุ๋งก็เลยบอกให้พี่ไปนอนพักผ่อนเลยละกัน พรุ่งนี้เช้าจะได้มาต่อ พี่ก็เลยบอกพี่จุ๋งว่าเดี๋ยว 6 โมงเช้าจะกลับมาต่อแต่พี่จุ๋งบอกว่าไม่เป็นไรไม่ต้องรีบ เพราะพอเข้าเขตนครสววรค์กลุ่มนักวิ่งนครสวรรค์จะมาช่วยวิ่งต่อด้วย

Pok : แต่เราก็มาช่วยวิ่งต่อนะพี่นอนอุทัยธานีมั้งแล้วก็มาตอน 7 โมงเช้า กลุ่มนครสวรรค์เค้าวิ่งอยู่พอดีพี่ก็วิ่งไปด้วย ตอนนี้ก็มีหลายกลุ่มล่ะ มีกลุ่มนครสววรค์ มีกลุ่มเพจกล้วย ตามข้างทางชาวบ้านก็มีมาให้น้ำ รถเซอร์วิสก็จะขับแซงกันไปมามีรถตู้ของเพจกล้วยแล้วก็รถพี่ พี่ก็อุ่นใจล่ะมีรถตัวเองตามหลังอยู่ก็วิ่งไปเรื่อยๆ แต่วันนี้พี่ไม่ใช่ตัวหลักแล้วกลุ่มนำก็จะมีเพจกล้วย กลุ่มนครสวรรค์ มี อ.กฤตย์ ทองคง วิ่งอยู่กลุ่มนำด้วย พี่ก็วิ่งไปเรื่อยๆนะแต่ตามหลังกลุ่มนำแล้ว

Pok : วันนี้ตั้งใจจะเอาให้ได้ 50K แต่วิ่งๆ ไปกลุ่มนำเค้าก็หายไป เวลาก็ 11 โมงกว่าแล้วไม่อยากขึ้นรถตามไปเลยให้น้องขับรถไปดูว่าห่างกลุ่มนำเท่าไหร่ ปรากฎว่าห่างกัน 4K ซึ่งวิ่งตามไม่ทันแน่ ก็เลยคิดว่าวิ่งเอาแค่ระยะมาราธอนแล้วกันวันนี้ (ฮา) พอครบระยะก็ขึ้นรถตามกลุ่มหน้าไปเลย พี่จุ๋งบอกว่าให้พี่พักได้เลยเพราะกลุ่มนครสวรรค์เค้ามีคนเยอะ ตอนนี้กลุ่มนครสวรรค์เป็นตัวหลักล่ะ แล้วเค้าวิ่งเร็วด้วย 4K นี่ห่างจากเราไปเร็วมากเลย พี่ก็เลยได้พักพอตอน 4 โมงเย็นพี่จุ๋งก็โทรมาตามไปจะได้วิ่งเข้าไปแม่วงก์ด้วยกัน วันสุดท้ายก็ได้มา 42K+4K ที่เล่ามาทั้งหมดไม่มีประโยชน์อะไรเลยนะ (ฮา)

วิ่งไปแม่วงก์ (Cr. ภาพจาก FB คุณ Beuu Byw Pipattanamongkol)

Tum :  แล้วแม่วงก์เป็นยังไงครับ

Pok :  มุมมองของพี่เรื่องแม่วงก์นี่ มันคือ power ของกลุ่มคนนะที่รวมตัวกันเพื่อนแสดงพลัง เพื่อพากันไปดูให้เห็นกับตาว่าแม่วงก์เป็นยังไง พี่ย้งก็พูดดีนะว่าไปดูให้เห็นว่าเป็นยังไง สำหรับทางเทรลขาขึ้นไปถึงมออีหืด ก็คงเหนื่อยจนหอบหืดอะไรประมาณนั้นล่ะนะ (ฮา) พอเราวิ่งขึ้นไปถึงที่จุดสูงสุดมองลงมาเห็นเป็นผืนป่าใหญ่มันก็น่าเสียดายนะ

Tum :  ทางวิ่งเทรลเป็นไงบ้างครับ

Pok :  ทางดีใช้ได้เลยน่าไปจัดวิ่งอีก elevation 338 ก็ใช้ได้เลยนะวิ่งมันดี แต่ขาลงมันค่อนข้างชันคนที่ไม่ค่อยมีประสบการณ์อาจจะอันตรายได้เหมือนกัน แต่ทางเพจกล้วยเค้าก็ดูแลกันดี ถ้าเทียบกับเขาไม้แก้วนะ พี่ว่าเขาไม้แก้วทางวิ่งจะสมบูรณ์กว่าวิ่งง่ายเพราะวนเป็น loop แต่ที่นี่เหมาะจะมาซ้อมวิ่งถ้าอยากลองทางเทรลชันๆ หน่อย เขาลูกนี้ดีมากเลย โดยส่วนตัวก็ดีใจนะที่ทางเพจกล้วยไว้วางใจให้พี่ได้เป็นหนึ่งในทีมวิ่ง แล้วก็ได้ทดสอบตัวเองด้วยสำหรับการวิ่งครั้งนี้

Tum :  แล้วผลทดสอบได้ตามที่คาดการณ์ไว้มั้ยครับ

Pok :  ไม่ได้ (ฮา) อากาศร้อนทำให้ได้ระยะทางน้อยกว่าที่คิด คนชมว่าเก่งพี่เขินเหมือนกันนะเพราะถ้าเป็นคนวิ่งยาวจะรู้เลยว่าที่พี่วิ่งไม่ได้หนักหนามากมายอะไรเพราะวิ่งสลับหยุดพัก อาบน้ำทานข้าวแล้วก็มาวิ่งต่อ ไม่ได้เก่งอะไรเลย แต่สิ่งที่จะเรียกว่าเก่งก็คือพลังของคนที่มาร่วมกันวิ่งมากกว่า พลังของทีมซัพพอร์ตและทุกคนที่มีส่วนร่วมกับงานนี้

Tum :  มีอะไรอยากฝากถึงนักวิ่งรุ่นใหม่หรือนักวิ่ง noob แบบผมที่กำลังอ่านอยู่มั้ยครับ

Pok :  (ฮา) พูดเหมือนพี่เก่งเลยนะ พี่ไม่ใช่คนวิ่งเก่งนะ

Tum :  แต่พี่ป๊อกมีประสบการณ์ครับ 🙂

Pok :  ยุคนี้มันเป็นยุคโซเชียลมีเดียนะ มีความรู้อะไรก็มาแบ่งปันกัน เรื่องวิ่งก็วิ่งกันไปเถอะ บางคนเริ่มวิ่งได้ไม่นานแต่อยากจะวิ่งเร็วๆ วิ่งเยอะๆ พี่ว่าถ้าจะให้ดีนะ เราค่อยๆ ฝึกวิ่งไปดีกว่า เก็บประสบการณ์ไปเรื่อยๆ รักษาการวิ่งให้เป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรของเรา วิ่งได้ดีโดยไม่บาดเจ็บก็เยี่ยมแล้ว ถ้าวิ่งอย่างเป็นธรรมชาติมันก็วิ่งได้ตลอดชีวิตแหละ ไปแต่งต่อเองนะพี่ไม่มีสาระอะไรเลย (ฮา)

จบแล้วจ้า…

“เจอกันได้ที่สวนรถไฟนะจ๊ะ”

Tagged with: , , , , , , , , ,
4 comments on “พูดคุยกับพี่ป๊อก (VFF Thailand)
  1. NungMods says:

    ขอบคุณครับ สนุกมาก ได้มุมมองใหม่ๆและได้คำสอนแก่น้องๆ พี่ป๊อกไอดอลของหลายๆคนรวมทั้งผมด้วย ^^

  2. Chakkaphan says:

    ขอบคุณมากๆครับ อ่านตามเพลินเลย

  3. อ่านแล้วเหมือนได้นั่งฟังอยู่ในวงสนทนา ได้ความรู้เรื่องกินเจลอีก ขอบคุณประสบการณ์ของคุณป๊อก ที่ทำให้ยิ่งมุ่งมั่นมากขึ้น แทบอยากจะกระโดดลงไปชิมลาง 50 k.ให้รู้ไปเลย แต่ขอศึกษาให้มากกว่านี้ก่อนนะคะ อายุก็ 51 แล้ว🏃 วิ่งมาแค่ 3 ปีกว่าไม่ต้องรีบก็ได้เนาะ ภาษาอิสานบอก อย่าห่าวๆ แต่(•‾⌣‾•)นานไปก็แก่ไปเรื่อยนี่นา

'เมนท์ที่นี่จ้า