เรื่องเล่าวิ่งเท้าเปล่า (1)

ผมเริ่มมาฝึกวิ่งเท้าเปล่าจริงจังได้ประมาณ 3-4 เดือนแล้วครับ เลยอยากจะมาแชร์ประสบการณ์และสิ่งที่ได้รับจากการวิ่งเท้าเปล่าให้ได้อ่านกันครับ (แต่ขอออกตัวก่อนนะครับว่านี่เป็นประสบการณ์ของตัวผมเอง ดังนั้นก็อาจจะแตกต่างกับท่านอื่นได้ครับ) โพสนี้อาจจะไม่ค่อยมีอะไรที่มันวิชาการนะครับเน้นเล่าเรื่องมากกว่า แต่ถ้าสนใจก็สามารถอ่านกันต่อได้ตาม link ที่ผมจะใส่ไว้ที่ท้ายบทความครับ

หากได้อ่านโพสเก่าๆ จะทราบว่าผมมีปัญหาเจ็บเข่าจากการวิ่งจนต้องไปพบแพทย์ แล้วก็จะเริ่มดีขึ้นตอนเปลี่ยนท่าวิ่งจาก heelstike มาเป็น forefoot stike ตอนนั้นหัดวิ่งแบบ Pose Running โดยอาศัยดูท่าเอาจาก youtube ครับ โดยปกติผมไม่ค่อยชอบเดินทาง(ขี้เกียจนั่นแหละ)ก็เลยจะไม่ค่อยได้ไปร่วมฝึกวิ่งกับนักวิ่งท่านอื่นสักเท่าไหร่(ออกแนวไม่มีใครคบ) ส่วนใหญ่ก็อาศัยอ่านและดูคลิปเอาจากในอินเตอร์เน็ทไปตามเรื่องตามราว

ขอบคุณภาพจากเพจวิ่งตีนเปล่าครับ

วันหนึ่งได้เห็นอีเวนท์ Barefoot Run Clinic ของทางเพจ BBRC (Bangkok Barefoot Run Club) ก็เลยอยากลองไปฝึกดู เพราะว่าจะได้ฝึกกับกูรูเท้าเปล่าจากประเทศญี่ปุ่น คุณโยชิโนะ (Barefoot Yoshi) ซึ่งก็ไม่ผิดหวังครับได้ความรู้และเทคนิคใหม่มาหลายอย่างเลย หลังไปอบรมสองสามวันก็ออกไปวิ่งเลยโดยใส่รองเท้า Vibram FiveFingers ที่ซื้อมาเตรียมไว้ก่อนแล้ว ตอนวิ่งครั้งแรกคิดว่าคงไม่เป็นไรเพราะวิ่ง forefoot มาก่อนก็หลายเดือนอยู่คิดว่าน่องแข็งคงพอ แต่พอยิ่งวิ่งก็ยิ่งเร็วเพราะการวิ่งเท้าเปล่านี่ responsive จะดีมากวิ่งเพลินเลยจนได้ประมาณ 8K ก็เริ่มตึงน่องขึ้นเรื่อยๆ ก็เลยหยุดเดิน วันต่อมาปรากฎว่าน่องบวมครับต้องหยุดวิ่งไป 10 วัน -“-

คุณโยชิโนะ กูรูวิ่งเท้าเปล่าจากประเทศญี่ปุ่น

วิ่งเสร็จได้เท่ 1 รูป แล้วก็เจ็บยาว 10 วัน T_T

ช่วงเจ็บก็เลยแอบ message ไปถามคุณโยชิโนะเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บ ได้รับคำแนะนำว่าผมวิ่งเยอะเกินไปเริ่มต้นควรจะเริ่มระยะสั้นๆ แล้วก็วิ่งช้าก่อน (คุณโยชิโนะตอนเริ่มวิ่งเท้าเปล่าก็เคยจัดเต็มจนเจ็บไปเกือบ 2 สัปดาห์เหมือนกัน) ที่สำคัญตอนเริ่มฝึกควรถอดรองเท้าแล้ววิ่งเท้าเปล่าจริงๆ จะดีกว่าใส่ VFF เพราะจะทำให้เท้าได้รับรู้แรงจากพื้นเวลาวิ่งได้ดีกว่า ตอนนี่ก็เริ่มเข้าใจว่าทำไมตอนไปอบรมคุณโยชิโนะและคุณตูน(หญิง)ถึงได้เน้นให้ระวังเรื่อง TMTS (Too Much, Too Soon : วิ่งมากเกินไป/เร็วเกินไป) พอหายเจ็บน่องผมก็เริ่มวิ่งเท้าเปล่าใหม่เลย เก็บ VFF ใส่กล่องแล้ววิ่งเท้าเปล่าอย่างเดียว

การวิ่งเท้าเปล่าตอนนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกซ้อมครับ

ช่วงแรกผมวิ่งได้ประมาณ 1K (ส่วนใหญ่จะเป็นการวิ่งช่วงคูลดาวน์หลังซ้อม) ก็จะมีอาการเท้าพองครับเพราะท่าวิ่งกับการลงเท้ายังไม่ค่อยถูก การเจ็บเท้านี้ผมว่านี่เป็นข้อที่ดีอย่างหนึ่งของการวิ่งเท้าเปล่านะครับ ถ้าเราวิ่งไม่ถูกหรือเราวิ่งฝืนเกินไป เท้าเราจะพองจะเจ็บเป็นการฟ้องให้เรารู้ว่าเราควรหยุด

ตอนวิ่งแล้วเท้าพองผมก็ปรึกษาคุณตูน(หญิง) BBRC สอบถามว่าพองตรงนี้บ่อยๆ แก้ไขยังไง ส่งรูปไปให้ดูตำแหน่งที่พองไปให้ดู คุณตูน(หญิง)จะเป็นเสมือน help desk ด้านการวิ่งเท้าเปล่าของผมครับ เพราะพอดูตำแหน่งที่พองแล้วก็จะวิเคราะห์ท่าวิ่งผมเสร็จสรรพ แล้วก็จะแนะนำว่าผมควรปรับท่ายังไง และจะนำเสมอว่าควรวิ่งให้ช้าๆ ไว้ก่อนจะดีกว่า ^^’ พอฝึกวิ่งเท้าเปล่าไปเรื่อยๆ ท่าวิ่ง(posture)ของผมก็ดีขึ้น วิ่งได้ไกลขึ้นทีละนิดจาก 1 เป็น 2.5 เป็น 4 เป็น 8 จนตอนนี้ผมวิ่งเท้าเปล่าได้ไกลสุดประมาณ 15K โดยที่เท้าไม่พองแล้วครับ

คุณตูน(หญิง) Bangkok Barefoot Run Club

ตอนที่ไปอบรมกับคุณโยชิโนะผมก็ได้พบกับคุณตูน(ชาย)แอดมินหนุ่มเพจวิ่งตีนเปล่า คุณตูน(ชาย)เคยเข้ามาอ่านบล็อกผมก็เลยได้เคยพูดคุยกันมาก่อนครับ คุณตูน(ชาย)นี่จะมีสำนวนการเขียนบทความที่เร้าใจอ่านแล้วจะรู้สึกแบบ “เอ๊ะ..น่าลองไปวิ่งแบบนี้ดูเว้ย” อะไรประมาณนี้ครับ นอกจากนั้นคุณตูน(ชาย)นี่ความจำดีมากแทบจำที่คุณโยชิโนะสอนแบบถอดประโยคมาพูดได้เลยครับ

ตอนผมเขียนบล็อกเรื่อง Run Clinic ก็ถามคุณตูน(ชาย)นี่แหละครับเวลาจำไม่ได้ แหะๆ ผมได้เทคนิคการวิ่งจากเพจวิ่งตีนเปล่ามาเยอะเหมือนกันครับ คุณตูน(ชาย)มักจะโพสประมาณบทความสั้นๆ(แต่ใช้สำนวนเก๋ๆ) แต่อ่านแล้วชวนให้คิดตามและอยากลองทำดู (ที่ผมลองทำแล้วชอบและทำอยู่จนวันนี้ก็การวิ่งโดยใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่) เอามาประกอบกับที่อบรมกับคุณโยชิโนะมาแล้วบอกตรงๆ ว่ามันเยี่ยมมาก ที่สำคัญคือเทคนิคการวิ่งเท้าเปล่านี่ไม่จำเป็นต้องถอดรองเท้าวิ่งนะครับ สามารถใช้กับการวิ่งใส่รองเท้าก็ได้ครับ(แต่ถ้าเป็นรองเท้า minimalist จะดีมาก) เหมือนกับคำขวัญของเพจวิ่งตีนเปล่า “ไม่ใช่การถอดรองเท้าวิ่ง แต่วิ่งให้เหมือนถอดรองเท้า”

คุณตูน(ชาย) CEO เพจวิ่งตีนเปล่า

การวิ่งเท้าเปล่าหรือ Barefoot Running จะมีชื่อเล่นอีกอย่างคือ Natural Running เรียกง่ายๆ ก็เป็นการวิ่งตามหลักธรรมชาติครับ นักวิ่งเท้าเปล่าจะมีคอนเซ็ปพื้นฐานเหมือนกันคือ ยืดตัวตรง – ลงเท้าใต้ตัว – งอเข่าช่วย – เอียงตัวไปด้านหน้า แต่ลักษณะการวิ่งอาจจะแตกต่างกันเล็กน้อยไปตามสรีระของนักวิ่งแต่ละคนครับ พอได้มาวิ่งด้วยท่าวิ่งเท้าเปล่าแล้วผมรู้สึกได้เลยว่า Running Efficiency หรือ Running Economy มีการถกเถียงกันอยู่เรื่อยๆ น่ะมันอยู่ในการวิ่งเท้าเปล่านี่แหละครับ

การวิ่งย่อเข่าช่วยใช้กล้ามเนื้อของตัวเองเป็น cushion ทำให้ลงเท้าไปเบาไม่กระแทก แล้วก็ใช้แรงจากพื้นช่วยส่งตัวผ่านเท้าขึ้นมาให้ตัวเราพุ่งไปข้างหน้า(Spring Mechanism) เป็นสิ่งที่ช่วยประหยัดแรงมากครับ และอีกเรื่องที่ผมชอบมากคือเทคนิคการวิ่งขึ้น-ลงเนินของการวิ่งเท้าเปล่าครับ อันนี้เป็นสิ่งที่ผมใช้แล้วเห็นผลมากเพราะช่วยเบาแรงตอนขึ้นแล้วก็เพิ่มความเร็วตอนลงครับ เวลาไปวิ่งรายการไหนแล้วเจอสะพานนี่ผมชอบมาก… (ผมชอบสะพานแต่ถ้าเยอะมากก็ไม่ไหวเหมือนกัน…)

ขอบคุณภาพจาก Bangkok Barefoot Run Club

โดยปกติแล้วผมจะใส่ HRM ตอนวิ่งตลอดจะสังเกตได้เลยครับว่าเวลาวิ่งเท้าเปล่าถ้าเทียบกับใส่รองเท้าที่ pace เท่ากัน หัวใจจะเต้นช้ากว่าเล็กน้อยครับ(อันนี้คุณโยชิโนะก็เคยกล่าวไว้ตอนอบรมเหมือนกันครับ) ช่วงที่ยังไม่ได้ฝึกวิ่งเท้าเปล่าผมวิ่งประมาณ pace 6 กว่าๆ ครับ ซึ่งก็วิ่งเร็วเท่านี้มาสักพักล่ะ พอมาเริ่มวิ่งเท้าเปล่าตอนนี้ผมวิ่ง pace ต่ำกว่า 6 ได้แล้วครับ(ดีใจ T_T) ผมไม่ได้ฝึกซ้อมอะไรพิเศษครับแค่เอาเทคนิคและท่าวิ่งเท้าเปล่ามาใช้แค่นั้นเองครับ (แต่ถ้าอยากให้เวลาดีกว่านี้ก็คงต้องฝึกตามตารางซ้อมให้เป็นเรื่องเป็นราวครับ) ตอนนี้ PR ทั้ง 5K กับ 10K ของผมได้มาตอนวิ่งเท้าเปล่าทั้งคู่ครับ ^^

มีทติ้งประจำเดือนของ BBRC มีการฝึกสอนวิ่งเท้าเปล่าให้กับผู้สนใจ

พอวิ่งเท้าเปล่าไปสักพักก็เริ่มอยากรู้ครับว่าท่าวิ่งตอนนี้เป็นยังไง ทาง BBRC จะมีมีทติ้งกันทุกเดือนอยู่แล้วครับแต่ผมไม่เคยได้ไปสักครั้งติดโน่นติดนี่ตลอด -“- ก็เลยหาโอกาสนัดกับคุณแบงค์ (ทั่นประธานของ รองเท้าหาย Barefoot Running) ไปวิ่งที่สวนลุม คุณแบงค์ก็ช่วยดูท่าวิ่งให้ครับ(คุณแบงค์บอกว่าโดยรวมท่าผมโอเคแต่เวลาวิ่งย่อเข่าน้อยไปหน่อย) วันที่ไปวิ่งด้วยกันตอนแรกก็ตกลงกันดิบดีว่าขอเบาๆ แต่พอวิ่งไปมันเริ่มเร็วขึ้นเรื่อยๆ เท้าเปล่าขาแรงจริงๆ ครับหนุ่มคนนี้ (คุณแบงค์นี่ยังทำระยะทางวิ่งเท้าเปล่าสะสมได้เยอะมากครับ 4 เดือน วิ่งเท้าเปล่าไป 665 Km. ครับ Barefoot Beast ชัดๆ – -)

คุณแบงค์ BBRC , รองเท้าหาย Barefoot Running

คิดว่าต่อไปจะหาเวลาไปร่วมมีทติ้งที่ BBRC บ้างแหละครับ เพราะถ้ามีคนช่วยแนะนำมันดีกว่าซ้อมดุ่ยๆ อยู่คนเดียวครับ เขียนไปเขียนมาเริ่มยาว – -‘ ไว้อ่านต่อกันในตอน 2 นะครับ

 

Link อ้างอิง

Bangkok Barefoot Run Club

วิ่ง ตีน เปล่า

รองเท้าหาย Barefoot Running

Tagged with: , , , ,
2 comments on “เรื่องเล่าวิ่งเท้าเปล่า (1)
  1. mana says:

    “ตอนนี้ PR ทั้ง 5K กับ 10K ของผมได้มาตอนวิ่งเท้าเปล่าทั้งคู่ครับ ” PR คืออะไรหรือครับ

  2. Tum says:

    PR (Personal Record) ความหมายเดียวกับ PB (Personal Best) แหละครับ คือสถิติส่วนตัวที่ดีที่สุด

'เมนท์ที่นี่จ้า