adidas King of the Road 2013

ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง…รายการวิ่งที่ทำให้ผมอยากเริ่มกลับมาวิ่งอีกครั้งหลังจากหยุดไปเกือบ 3 ปีเพราะเจ็บเข่า(ความจริงคือเพราะอยากได้เสื้อ) งาน adidas King of the Road 2013 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งรายการวิ่งที่ร้อนแรงมาก เรียกได้ว่าร้อนแรงตั้งแต่ตอนเปิดรับสมัครเลยครับ เนื่องจากปีนี้มีการจำกัดจำนวนนักวิ่งแค่ 2,500 คน (ปีก่อนข่าวว่าประมาณ 5,600 คน -“-) ก็เลยทำให้ปิดรับสมัครเร็วมาก ใช้เวลาตั้งแต่เริ่มเปิดรับสมัครจนปิดรับสมัครเพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น ทำให้หลายคนพลาดไปเพราะคาดไม่ถึงว่าจะปิดสมัครเร็วขนาดนี้

ภาพประชาสัมพันธ์งาน

ส่วนผมและเพื่อนสมัครตั้งแต่วันแรกเลยครับก็เลยสบายไป ข่าวแว่วมาว่าปีนี้ทาง adidas ต้องการจัดงานให้ดีกว่าปีก่อน ที่ได้รับเสียงตำหนิค่อนข้างมากจากบรรดานักวิ่งเกี่ยวกับเรื่องการจัดงาน ปีนี้ก็เลยลดจำนวนนักวิ่งลงประมาณว่าไม่เน้นปริมาณแต่จะขอเน้นคุณภาพแทน ก่อนงานวิ่ง 1 สัปดาห์ช่วงวันที่ 24-25 ส.ค. เป็นช่วงการรับ Race Pack (bib+chip+เสื้อ) ซึ่งสถานที่ก็คือสถานีแอร์พอร์ตลิงค์มักกะสัน

ช่วงก่อนการรับ race pack ก็มีดราม่าหน่อยๆ เพราะในเวบไซท์ของงานระบุว่าหากมารับแทนถึงมีใบเสร็จตัวจริงมาก็ต้องใช้สำเนาบัตรประชาชนของผู้มารับแทนมายื่นด้วย โอ้..อะไรมันจะขนาดน้าน.. ในวันนั้นผมก็เลยต้องเตรียมสำเนาบัตรประชาชนไปด้วย(กันเหนียว)

เช็คชื่อที่บอร์ดก่อนรับ race pack

พื้นที่ที่จัดไว้เป็นจุดรับ rack pack จะเป็นโถงกว้างที่ทางเดินชั้น 2 ของสถานีแอร์พอร์ตลิงค์มักกะสันซึ่งก็กว้างขวางดีครับ ผมมารับตอนสายของวันเสาร์ที่ 24 คนไม่ค่อยเยอะมากแถมมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกหลายคนเลยครับ พอมาถึงก็ต้องเอาชื่อไปตรวจดูหมายเลขในที่ประกาศไว้ตามระยะทางที่สมัครบนบอร์ด เสร็จแล้วก็ไปรับของตามช่องที่ถูกแบ่งตามหมายเลข เสร็จแล้วก็ไปเช็คชิพที่ช่องกลางครับสะดวกรวดเร็วดีมาก อ้อ..สรุปว่ามารับแทนไม่ต้องใช้สำเนาบัตรประชาชนครับ ถามน้องที่เป็นเจ้าหน้าที่ในงานน้องเค้าก็ยังงงเลยว่าทำไมต้องใช้ เอาใบเสร็จตัวจริงมาก็พอแล้ว (เอ่อ..ประสานงานกันยังไงน่ะ – -) แต่ก็ดีแล้วครับไม่ยุ่งยากดี

ได้หมายเลขแล้วก็รับ race pack ตามช่องที่จัดไว้

ของทั้งหมดจะเป็นแพ็คมาเปลี่ยนไม่ได้

สิ่งหนึ่งที่หลายคนคาดหวังสำหรับงานนี้ก็น่าจะเป็นเสื้อนะครับ เพราะมันเป็นเสื้อวิ่ง adidas แต่ปัญหาก็คือ race pack จะถูกแพ็คใส่มาในถุงติดชื่อเรียบร้อย แปลว่าได้มายังไงก็ต้องอย่างนั้น เลือกสีไม่ได้(ผมอยากได้สีน้ำเงินดันได้สีส้ม) ไซส์ที่เลือกไว้หากหมดเค้าก็จะเปลี่ยนไซส์ที่ใหญ่กว่ามาให้เลยในแพ็คขอเปลี่ยนไม่ได้เช่นกัน จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ได้ความว่าถ้าไซส์หมดจะให้สิทธิ์ตามลำดับของการสมัคร หากสมัครก่อนก็จะไซส์ที่เลือกก่อนคนที่สมัครหลังอะไรประมาณนี้

แต่ที่มีปัญหามากผมคิดว่าน่าจะเป็นเสื้อผู้หญิงไซส์ S ครับคาดว่าน่าจะมีน้อยเพราะกลุ่มผมสมัคร 13 คน มีเสื้อผู้หญิงไซส์ S จำนวน 3 คน แต่ได้ไซส์ S แค่คนเดียว อีกสองคนได้ไซส์ M ส่วนคนอื่นที่เหลือได้ไซส์ตรงตามที่กรอกไว้

มารับเสื้อ 13 ตัว ได้ไม่ตรงไซส์ 2 ตัว

หลังรับ race pack ก็เลยจะมีกิจกรรมแลกเสื้อกันระหว่างนักวิ่งประปราย อีกอย่างที่เป็นประเด็นคือเสื้อค่อนข้างจะตัวใหญ่ครับถ้าได้ไซส์ผิดหรือตอนสมัครเลือกไซส์ผิดก็เอาไปใส่นอนได้เลย จากนั้นเรื่องเสื้อก็ได้กลายเป็นดราม่าหลักของงาน KOTR 2013 นี้ไปโดยปริยาย สำหรับไซส์เสื้อกล้ามผู้ชายผมลองวัดไซส์ S แล้วมันก็เท่ากับที่ขายในช้อปนะครับ

แต่เสื้อกล้ามของ adidas ทรงจะใหญ่หน่อย ถ้าไซส์เท่ากันเสื้อกล้ามจะมีชายเสื้อยาวกว่าเสื้อแขนกุด แล้วก็ค่อนข้างจะตัวใหญ่ผมใส่ไซส์ S ก็หลวมหน่อยๆ แต่จริงๆ แล้วในหน้าเวบไซท์ของงานก็มีระบุขนาดไว้นะครับว่าไซส์ไหน ขนาดเท่าไหร่และทั้งหมดเป็นเสื้อไซส์ยุโรป แต่คาดว่าคงไม่ค่อยมีใครอ่านกัน แต่ก็เอาเถอะครับได้ race pack มาแล้วก็จบเรื่องเสื้อไปหนึ่งเรื่อง ผมคาดหวังว่าวันงานน่าจะจัดได้ดีสมกับที่เตรียมตัวกันมานาน

ขนาดเสื้อที่ระบุไว้ในเวบไซท์ adidaskingoftheroad.com/th

เส้นทางวิ่งระยะต่างๆ

งาน KOTR 2013 มีระยะทางวิ่ง 3 ระยะครับคือ ฟันรัน 5K ปล่อยตัวตอน 6:15 น. วิ่ง 10K ปล่อยตัวตอน 6:00 น. และ วิ่ง 16.8K ปล่อยตัวตอน 5:30 น. ที่ระยะทางวิ่งเป็น 16.8K ก็เพราะว่างานนี้จัดวิ่งใน 5 ประเทศในโซน SEA ดังนั้นระยะทางรวมก็จะเป็น 16.8 x 5 = 84K เท่ากับระยะทางสองเท่าของมาราธอนพอดี (ทำไมต้องสองเท่าของมาราธอนผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน)

เช้ามืดวันงานผมเตรียมตัวอย่างดีครับ ตื่นตี 3 ครึ่งอาบน้ำแต่งตัวจัดของ คาด HRM ใส่ footpod แล้วก็ติดรถเพื่อนมาสุวรรณภูมิ แต่พอมาได้กลางทางเพิ่งรู้ตัวว่าลืมใส่ Garmin มาด้วยวันนี้เลยต้องวิ่งกับ Nike+ แทน T_T จุดสตาร์ท/เส้นชัยจะอยู่ที่ลานจอดรถระยะยาว(กลางแจ้ง)ของสนามบินสุวรรณภูมิครับ พื้นที่กว้างขวางจอดรถได้เยอะเลย แถมมีฉากแบ็คดรอปและจุดถ่ายรูปหลายจุดมาก

จุดปล่อยตัว

เตรียมตัวที่บริเวณเต็นท์รับฝากของ

การจัดการต่างๆ ทำได้ดีครับสำหรับงานครั้งนี้ จุดฝากของกับห้องน้ำที่บริเวณงานมีเพียงพอกับผู้ที่มาร่วมงาน ลำโพงเสียงดังได้ยินทั่วบริเวณ พอมาถึงงานผมก็ไปที่จุดรับฝากของซึ่งเป็นจุดรวมพลของนักวิ่งเท้าเปล่ากลุ่ม รองเท้าหาย Barefoot Running ครับ พอดีว่าทางกลุ่มเค้าทำเสื้อแล้วผมสั่งไว้ก็เลยแวะไปรับเสื้อ(ลายสวยดี ^^) งานนี่แอดมินเพจวิ่งมากันเยอะเลยครับ ทั้ง เรื่องวิ่งเรื่องกล้วย , oorrunningblog  , Runner-Blogger , Foot Fit For Run , วิ่ง ตีน เปล่า ฯลฯ

เสื้อกลุ่ม รองเท้าหาย Barefoot Running

พอ 5:30 น. ก็เริ่มปล่อยตัวนักวิ่งกลุ่ม 16.8K (ตรงเวลาเป๊ะ) พอออกตัวมาก็วิ่งไปทางเส้นสุวรรณภูมิสาย 4 จากนั้นก็กลับตัวแล้ววิ่งกลับมา จากนั้นเลี้ยวซ้ายไปตามเส้นสุวรรณภูมิสาย 3 แล้วก็เป็นทางตรงยาวๆ ไปเลยครับ งานนี้เส้นทางวิ่งดีมากครับ ถนนเรียบ ทางตรงยาว อากาศดี มีเครื่องบินขึ้นลงให้ดูแก้เบื่อ แต่สำหรับผมมีปัญหาหน่อยนึงครับคือรถสุขามีอยู่ที่จุดกลับตัวประมาณกิโล 10 และมีที่เดียว แต่ผมดันปวดฉี่ตั้งแต่กิโล 5 -“-

รวมพลก่อนปล่อยตัว

อั้นได้กิโลนึงวิ่งไม่ออกเลยครับ พอถึงจุดให้น้ำกิโล 6 ก็เห็นนักวิ่งชายหลายท่านทยอยเดินไปในทุ่งหญ้าหลังอาคารสถานีอะไรสักอย่าง ผมก็ไม่รอช้าตามไปด้วยครับมันสุดจะอั้นแล้ว พยายามยืนหลบมุมครับแต่ถ้าใครบังเอิญเห็นจากระยะไกลก็ต้องขออภัยด้วยครับ – – พอทำธุระเสร็จแล้วสบายขึ้นเยอะครับวิ่งปร๋อเลย

งานนี้กลุ่ม Crazy Running จัดกิจกรรมให้นักวิ่งในกลุ่มเป็น Pacer สำหรับ pace 6 , 7 และ 8 ด้วยครับ ดีมากเลยผมก็วิ่งเกาะกับกลุ่ม pace 7 ไปเรื่อยๆ ครับ (ตอนแรกจะตาม pace 6 แต่แรงไม่ถึง T_T) เวลาก็เลยค่อนข้างจะตามแผน (กะไว้ว่าประมาณ 1:50 เข้าเส้นชัยจริง 1:53) ก็ต้องขอขอบคุณทาง Crazy Running ด้วยครับสำหรับการเป็น pacer ให้กับเหล่านักวิ่งในครั้งนี้

Pacer จากกลุ่ม Crazy Running (ขอบคุณภาพจากเพจ Crazy Running ครับ)

วิ่งยาวมาจนถึงกิโลที่ 9.5 ก็เป็นจุดกลับตัวใต้สะพานครับ พอกลับตัวแล้วก็ตรงยาวกลับมาถึงเส้นชัยเลยครับ งานนี้มีจุดให้เกลือแร่ 2 จุด จุดให้น้ำมีทุก 2K ครับ บางจุดอาจมีรินน้ำให้ไม่ทันบ้างแต่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร ทางเรียบและวิ่งสนุกมากๆ ครับเส้นทางนี้ งานนี้นอกจากชาว barefoot พันธุ์แท้ที่ถอดรองเท้ากันอยู่เป็นประจำทุกงานแล้ว แล้วงาน KOTR 2013 นี้หลายคนก็เริ่มถอดรองเท้าวิ่งก่อนเข้าเส้นชัยครับ กระแสดีขึ้นเรื่อยๆ เลยครับสำหรับการวิ่งเท้าเปล่าในช่วงนี้ (รันคลินิควิ่งเท้าเปล่าของคุณโยชิโนะต้นปีหน้าท่าทางคนจะเข้าร่วมเยอะกว่าครั้งที่ผ่านมาแน่ๆ)

เส้นทางวิ่งจาก Nike+ ทางตรงสะใจมากครับ

เหรียญสวยและมีบอกระยะวิ่งด้วย

พอเข้าเส้นชัยก็คืนชิพแล้วรับเหรียญครับ(เหรียญสวยครับงานนี้) ในถุงใส่เหรียญจะมีคูปองไว้แลกอาหาร ผมแลก KFC มาเป็นนักเกตกินไปชิ้นนึงครับแล้วก็เก็บครับ พอดีว่าผมไม่ใช่แฟนนักเกตรสชาติมันไม่ค่อยจะถูกปากผมเท่าไหร่ เลยไปกินกล้วยกับไอติมฟรุตทาเร่แทน

อาหารงานนี้ (และคูปองแลกอาหาร)

นักเกตเพิ่มพลังหลังวิ่ง

จากนั้นก็จับกลุ่มถ่ายรูปกับเพื่อนก่อนแยกย้ายกันกลับครับ ตอนจะกลับเดินผ่านคุณฮั้วจากเพจ Runner-Blogger (ซึ่งเป็นหนึ่งใน pacer ของ Crazy Running ด้วย) คุณชุนกับคุณโน็ตนี่เค้าเป็นแฟนเพจอันเหนียวแน่นของ Runner-Blogger ก็เลยไปขอถ่ายรูปด้วยครับ จากรูปคุณโน็ตดูเกร็งๆ ท่าทางจะเขินครับ 555

แบ็คดรอปมีหลายจุดไม่ต้องรอคิวถ่ายกันนาน

เข้าเส้นชัยก่อนก็มาเริงร่าถ่ายรูปกัน

คนขวายืนซะห่างเชียว (ตัวเกร็งอีกต่างหาก)

งาน adidas King of the Road 2013 นี่เป็นงานที่ผมและเพื่อนประทับใจครับโดยเฉพาะเรื่องเส้นทางวิ่ง (คุณชุนกับคุณโน็ตที่เคยมาวิ่งตอนปีที่แล้วบอกว่าการจัดงานปรับปรุงขึ้นดีกว่าเดิมมาก) ดังนั้นถ้าปีหน้าจัดวิ่งเส้นทางนี้อีกผมกับเพื่อนจะมาร่วมอีกแน่นอนครับ อ้อ..ดูผลการวิ่งได้ที่เวบไซท์ Championchip-Thailand นะครับ

พี่จุ๋งกับคุณพ่อก็ไม่พลาดงานนี้ครับ

ถ่ายรูปหมู่ตามธรรมเนียม (ดีใจงานนี้มากันเยอะ T_T)

ข้อดี
– มีการจัดการที่ดีทั้งวันรับ race pack และวันจัดงาน
– ทีมงานเยอะให้บริการดีตั้งแต่จอดรถจนถึงตามเส้นทาง
– เส้นทางวิ่งดีมาก ปิดการจราจร 100%
– อากาศดี ได้ดูเครื่องบิน
– มีห้องน้ำเคลื่อนที่ให้บริการพอเพียงที่จุดจัดงาน
– น้ำดื่มและเกลือแร่มีให้บริการอย่างเพียงพอ
– bib สีสวย , เหรียญสวยและมีระบุระยะทางในเหรียญ

ข้อเสีย
– ไม่มีแบ่งประเภทรางวัลตามอายุเหมือนงานอื่น
– หลายคนมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องเสื้อ (แต่ผมเฉยๆ)
– น่าจะเพิ่มห้องน้ำตามเส้นทางวิ่งเป็น 2 จุดอาจเป็นที่กิโล 6 กับ 12 แทนที่จะเป็นจุดเดียวที่กิโล 10

Tagged with: , , , , ,
One comment on “adidas King of the Road 2013
  1. โห งานน่าสนุกมากเลยครับ แล้วเหรียญก็สวยมากๆด้วย >_<~

'เมนท์ที่นี่จ้า