12 August Half Marathon Bangkok 2013

เมื่อวันแม่ที่ผ่านมาผมได้ไปวิ่งฮาล์ฟมาราธอนแรกในชีวิตที่งาน 12 August Half Marathon Bangkok 2013 ซึ่งจัดที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ครับ จริงๆ แล้วผมวางแผนไว้ว่าจะเริ่มวิ่งฮาล์ฟมาราธอนครั้งแรกในงานกรุงเทพมาราธอนปีนี้ครับ แต่ที่เปลี่ยนใจมาวิ่งงานนี้(เร็วขึ้นมาอีก 3 เดือน) เพราะได้ข่าวมาว่าถ้าวิ่งฮาล์ฟงานนี้จะได้พิมพ์ชื่อลง bib ด้วยครับ แจ่มแมว

โลโก้งานปีนี้

ผมไปรับเสื้อกับ bib ในวันศุกร์ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันนี้คนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ครับ เหรียญงานนี้ก็ลายสวยดีแบ่งเป็น 3 สีคือ บรอนซ์ , เงิน , ทอง สำหรับนักวิ่งระยะฟันรัน 6.2K , มินิมาราธอน 10.5K , ฮาล์ฟมาราธอน 21K ตัวชิปจับเวลาก็เป็นของใหม่(สำหรับผม)ครับ คืองานนี้จะใช้ Jaguar Bib-Chip ของ ITS ซึ่งชิปจะติดอยู่ที่ bib เลยครับ

วันรับชิป

เหรียญงานนี้ (สีบรอนซ์สำหรับฟันรัน)

พอรับเสื้อกับ bib มาแล้วเห็นชื่อที่พิมพ์อยู่ เฮ้ย!! ทำไมชื่อมันพิมพ์ตัวเล็กจุ๋มจิ๋มจังฟะ -“- ตอนสมัครไอ้ผมกับเพื่อนก็คิดว่าจะพิมพ์ตัวใหญ่ๆ แบบ bib ของ Hall กับ Meb ใน NYC Marathon ซะอีก ถ้ารู้มาก่อนว่าชื่อพิมพ์ตัวเล็กน่ารักแบบนี้ผมก็คงลงวิ่ง 10K ล่ะครับ เพราะจริงๆ แล้วผมก็ยังซ้อมไม่ถึง เคยวิ่งมากสุดก็แค่ 15K เอง T_T

Jaguar Bib-Chip

เสื้องานนี้

ไม่เหมือนที่คิดไว้เลย -“-

ในวันงานนักวิ่งฮาล์ฟจะเริ่มปล่อยตัวตอน 5:15 น. คราวนี้มาไม่สายแล้วครับ ออกจากบ้านกันมาตั้งแต่ 4:20 น. เลยมีเวลาวอร์มอัพยืดเส้นยืดสายนิดหน่อยก่อนปล่อยตัว ตอนเข้าห้องน้ำเจอพี่ป๊อก(เพจ VFF Thailand) ก็ได้ทักทายกันนิดหน่อยครับ งานนี้ตอนปล่อยตัวไม่ต้องเหยียบพรมก่อนออกวิ่งครับ เนื่องจากงานนี้ใช้ bib-chip แค่วิ่งผ่านเซนเซอร์แผงสีขาวก็จะจับสัญญาณได้เองครับสะดวกดีเหมือนกัน สำหรับแผนการวิ่งวันนี้ผมคิดว่าจะวิ่ง 2K เดิน 1 นาที (Jeff Galloway’s Run-Walk Method) ประมาณไว้ว่าน่าจะทำเวลาได้ไม่เกิน 2:30 ชม. ครับ

บรรยากาศที่จุดสตาร์ท

พอปล่อยตัวก็วิ่งออกจากศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ไปทางแยกอโศกแล้วเลี้ยวซ้าย จากนั้นก็วิ่งตรงไปตามถนนสุขุมวิทเรื่อยๆ ช่วงแรกนี้ผมวางแผนไว้ว่าจะวิ่งช้าหน่อยจะคุม pace 7 ไปเรื่อยๆ จนครบ 10K แล้วรอบสองค่อยเร่งขึ้นไปอีกนิดหน่อย งานนี้มีจุดให้น้ำทุก 2.5K ครับซึ่งอาจจะขัดใจวัยรุ่นไปบ้างแต่ก็ไม่ได้ไกลมากครับยังพอไหวอยู่ ช่วงที่วิ่งผ่านแถวนานาก็มีฝรั่งเมามาตะโกนเชียร์บ้าง แซวบ้าง เฮฮากันไป

พอวิ่งไปตามถนนสุขุมวิทจนถึงสยามก็เลี้ยวซ้ายเข้าถนนพญาไท พอวิ่งผ่านมาบุญครองไปช่วงรร.เตรียมอุดมมีน้องๆ มาแจกน้ำขวดเย็นๆ ผมก็เลยแวะรับมา 1 ขวดไว้จิบระหว่างทาง พอถึงแยกสามย่านตรงจามจุรีสแควร์ก็วิ่งเลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระราม 4 แต่พอเลี้ยวแล้วต้องรีบชิดขวาเพราะต้องวิ่งขึ้นสะพานข้ามแยกพระราม 4 ช่วงขึ้นสะพานนี่คนเดินเยอะเหมือนกัน ผมใช้เทคนิควิ่งขึ้นเนินแบบแบร์ฟุตที่เคยไปร่วม run clinic ครับ รู้สึกได้เลยว่าเบาแรงดีไม่ค่อยเหนื่อยมาก ตอนลงสะพานก็วิ่งยาวลงมาเลยไม่ต้องผ่อนแรงสนุกดี ^^

เส้นทางการวิ่ง

พอลงสะพานได้หน่อยนึงก็ต้องวิ่งขึ้นสะพานไทย-เบลเยี่ยมอีก ผมก็ทำแบบเดิมครับสบายๆ จากนั้นก็วิ่งยาวไปจนถึงแยกพระราม 4 เลี้ยวซ้ายวิ่งไปตามถนนรัชดาภิเษกจนถึงศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ก็ได้ 1 รอบ 10K แต่ตอนวิ่งได้ 9K ก็ถูกนักวิ่งเคนย่าคนแรกวิ่งน้อครอบแซงผมขึ้นไปครับ ผมวิ่งได้ครึ่งทางนักวิ่งที่ได้ที่ 1 ก็เข้าเส้นชัยแล้วเยี่ยมไปเลย พอโดนที่ 1 วิ่งแซงผมก็เลยถือโอกาสเดินกินคิทแคทเพิ่มพลังงานสำหรับการวิ่งรอบสองซะเลย(เกี่ยวมั้ย?) อ้อ..ป้ายบอกระยะทางงานนี้ถ้ารอบแรกจะไม่ค่อยตรงครับมันจะตรงตอนวิ่งฮาล์ฟรอบสอง

พอเข้ารอบสองผมก็เริ่มจะเพิ่มความเร็วขึ้นครับ(ที่ประมาณไว้คือ 2:30 แต่ก็ยังแอบหวังจะวิ่งได้ 2:15 ชม. ><) แต่เอาเข้าจริงๆ ก็เร่งไม่ค่อยขึ้นเท่าไหร่ครับ -“- วิ่งไปเรื่อยๆ จนได้ 17K เริ่มมีอาการขาล้าครับ ไม่เหนื่อยเท่าไหร่แต่ขาล้าไม่มีแรง แล้วดันเป็นจังหวะต้องขึ้นสะพานแรกพอดี T_T คราวนี้ผมเลยเดินขึ้นครับ ถนอมขาไว้สำหรับอีก 4K ที่เหลือ

ตอนอยู่บนสะพานข้ามแยกพระราม 4 วิ่งไปเรื่อยๆ อาการเริ่มออกจากขาลามไปตึงที่เข่า การที่ซ้อมไม่ถึง(อ่อนซ้อม)คงเริ่มแสดงผลแล้วครับ แต่ผมก็พยายามฮึดวิ่งไปเรื่อยๆ จนช่วงประมาณ 18-19K ไม่ไหวครับคราวนี้เดินยาวเลยคิดว่าจะผ่อนคลายขา เพราะยังไงๆ งานนี้ก็ต้องเอาให้ถึงเส้นชัยครับเหลืออีกนิดเดียวไม่ยอม DNF แน่นอน พอเดินได้สักพักเริ่มรู้สึกมีแรงก็วิ่งอัดยาวเข้าเส้นชัยเลย

เส้นชัย

เข้าเส้นชัยมาปุ๊บเจ้าหน้าที่ก็ดึง chip ออกจาก bib แล้วก็ปรินท์เวลามาให้เลย(ดีเหมือนกัน)เวลาผมได้ 2:27 ชม. ดีกว่าที่คาดไว้ 3 นาทีดีใจจัง T_T รู้สึกเหนื่อยสุดๆ แต่ระยะทางที่วิ่งผมวัดจาก GPS ได้แค่ 20.5K ครับ ก็เลยเดินเข้าสวนเบญจกิติไปวิ่งต่ออีก 500 เมตรให้ครบ 21K (เดี๋ยวไม่ได้ Fastest Half Marathon ใน Nike+) พอครบ 21K จะจ้อกกิ้งต่อเพื่อคูลดาวน์เริ่มมีอาการขาสั่นครับก็เลยไปยืดกล้ามเนื้อซะก่อน พอยืดเสร็จต้องเดินอีกเกือบกิโลกว่าจะเริ่มจ้อกได้ พอจ้อกกิ้งคูลดาวน์เสร็จก็เดินกลับไปรอเพื่อนที่เส้นชัยครับ สำหรับ Race Result ของงานนี้มีข้อติอยู่หน่อยนะครับคือแสดงผลเฉพาะอันดับตามกลุ่มอายุอย่างเดียวไม่มีอันดับ Over All แบบในเวบ ChampionChip Thailand

เซ็นเซอร์ที่เส้นชัย

ใบเวลา (ของผมโดนเหงื่อเปื่อยไปแล้ว / ปล. Rank ไม่ตรงนะครับเพราะมีช่วงไฟดับอันดับเลยผิด)

เดินมาที่เส้นชัยเจอชุนซึ่งเข้าเส้นชัยมาก่อนนานล่ะได้ PB 1:56 ชม.(เร็วกว่าตอนพัทยามาราธอน 1 นาที) ก็ยืนคุยรออุ้ยกันอยู่ที่เส้นชัยสักพักเริ่มแปลกใจเพราะอุ้ยบอกว่าจะวิ่งฮาล์ฟครั้งแรกนี้ให้ได้ 2:45 ชม. แต่นี่มันจะ 3 ชม. เข้าไปแล้วบ่นได้สักพักเห็นเสื้อส้มเดินกะเผลกมาแต่ไกลครับอุ้ยนั่นเอง สภาพโทรมมากท่าทางจะวิ่งจนแหนบดุ้งเดินกะเผลกๆ เข้าเส้นชัย 3:00 ชม. สอบถามได้ความว่าเป็นตะคริวตอน 16K วิ่งต่อไม่ได้ต้องเดินมา แถมต้องคอยปฎิเสธเหล่ามอเตอร์ไซค์อาสา(รถเก็บนักวิ่ง)ที่จะพาเข้าเส้นชัยเพราะไม่อยาก DNF ใจสู้จริงๆ แต่เข้าเส้นชัยมาปุ๊บก็บอกเลย “ไม่ไหวแล้วนวดขาให้หน่อย” ฮา….

หนูมาแล้ววว

หมอนวดจำเป็น (มีคนนวดให้แล้วหน้า fin เลย)

อาหารเช้างานนี้ถ้าเทียบกับค่าสมัคร 500 บาทผมกับเพื่อนคิดเหมือนกันเลยครับว่าค่อนข้างแย่ เป็นข้าวเหนียวหมูเส้นแล้วก็ซาละเปาแถมหมดเร็วอีกต่างหาก ผมคูลดาวน์เสร็จแล้วเดินไปดูปรากฎว่าหมดแล้วครับอดกินเลย -“- แต่ยังดีที่บูธสปอนเซอร์มีสปอนเซอร์กระป๋องให้ดื่มเรื่อยๆ

บรรยากาศบริเวณเวที

บูธเครื่องดื่มสปอนเซอร์

อาหารงานนี้ (กล่องนี้ทานไปแล้วครับ)

เดินเตร็ดเตร่สักพักเจอพี่จุ๋งกับคุณพ่อ(เพจบันทึกสองเท้า) เข้าเส้นชัยมาแล้ววัยรุ่นก็ไปขอถ่ายรูปกันเต็มเลย ผมก็เลยขอถ่ายด้วยคุณพ่อวิ่งฮาล์ฟมาแต่ดูชิลมากเลยครับ ดูเหมือนไม่ค่อยเหนื่อยเท่าไหร่เยี่ยมจริงๆ หลังจากนั้นก็ถ่ายรูปหมู่แล้วก็กลับบ้านครับ คงต้องพักหลายวันหน่อยล่ะครับหลังจบรายการนี้เหนื่อยจริงๆ -“- สำหรับภาพรวมของรายการนี้ก็ตามที่เขียนไว้ท้ายโพสด้านล่างเลยครับ

พี่จุ๋งกับคุณพ่อ

ถ่ายรูปหมู่ตามธรรมเนียม

ข้อดี
– มีเจ้าหน้าที่มากให้บริการดี
– การกันรถตามแยกต่างๆค่อนข้างโอเค
– มีห้องน้ำเคลื่อนที่ให้บริการเป็นระยะ

ข้อเสีย
– เส้นทางวิ่งวน 2 รอบ ทำให้ค่อนข้างน่าเบื่อ
– bib ลอกง่ายมาก ชื่อตัวเล็กและสีจาง
– Race Result มีแต่อันดับตามกลุ่มอายุไม่มี Over All
– จุดให้น้ำห่างไปหน่อย
– ไม่มีจุดให้เครื่องดื่มเกลือแร่สำหรับนักวิ่งระยะฮาล์ฟ
– อาหารที่แจกแย่ถ้าเทียบค่าสมัคร 500 บาท

Tagged with: , , , , ,
4 comments on “12 August Half Marathon Bangkok 2013
  1. j says:

    ได้วิ่ง Half ครั้งแรกงานนี้เหมือนกันครับ ได้ 2 นาที 24 พอๆกันเลย ความรู้สึกล้าตอนกิโล 17 เหมือนกันครับ แต่พยายามไม่ยอมหยุดเดิน ยังวิ่งตลอดแม้จะช้ามาก สนุกดีครับ ไว้จะคอยตามอ่านผลงานของท่านต่อไปนะครับ

    • Tum says:

      ขอบคุณครับ รู้สึกงานนี้จะมีนักวิ่งฮาล์ฟแรกเยอะเหมือนกันนะครับ 555

  2. katayut says:

    half แรกเหมือนกันครับ (2.19 ชม.) ไม่ได้กินข้าวเหนียวหมูเส้นอ่ะ แต่ตอนจะกลับเห็นถุงห่อข้าวตรงโต๊ะเจ้าหน้าที่ นึกว่าเขาแจก ไปถามๆ เค้า เค้าบอกเป็นของเจ้าหน้าที่แต่มีเยอะพี่เอาไปห่อนึงก็ได้ ได้ข้าวฟรีมาห่อนึง อิอิ ^___^

    • Tum says:

      ผมได้ดื่มแต่สปอนเซอร์กับน้ำเปล่า T_T

'เมนท์ที่นี่จ้า