Barefoot Yoshi’s Natural Run Clinic (ตอน 2)

ในช่วงการบรรยายของคุณโยชิโนะผมอาจจะเล่าสลับไปมาตกหล่นไปบ้างนะครับ หากข้อมูลอะไรตกหล่นไปต้องขออภัยล่วงหน้านะครับ เริ่มบรรยายมาคุณโยชิโนะก็ถามว่าใครเคยเจ็บเข่าจากการวิ่งบ้างก็มียกมือกันหลายคนครับรวมทั้งผมด้วย จากนั้นคุณโยชิโนะก็พูดถึงหนังสือ Born to Run ซึ่งแต่งโดย Christopher McDougall เนื้อหาคร่าวๆ ในหนังสือก็คือคุณคริสโตเฟอร์เนี่ยเป็นนักวิ่งที่เจ็บเข่าเป็นกิจวัตร พอเจ็บเข่าก็ไปหาหมอรับยามาทาน หารองเท้าวิ่งที่ cushion ดีๆ support ดีๆ มาใช้ แต่สุดท้ายก็วนลูปกลับมาเจ็บเข่า หาหมอทานยา เจ็บเข่า หาหมอทานยา จนคุณคริสโตเฟอร์เริ่มตระหนักได้ว่านี่ไม่ใช่การแก้ปัญหาอาการบาดเจ็บที่ถูกต้อง มันมีแต่จะทำให้การบาดเจ็บของเค้าแย่ลง การใช้รองเท้าเทพ cushion ดี มี pronation support ไม่ใช่การทำให้วิ่งได้ดีขึ้นและไม่บาดเจ็บ เค้าก็เลยออกเดินทางไปค้นหาคำตอบของปัญหานี้

Born to Run : A Hidden Tribe, Superathletes, and the Greatest Race the World Has Never Seen

เมื่อเดินทางมาจนถึง Copper Canyons ที่เม็กซิโกคุณคริสโตเฟอร์ก็ได้พบกับอินเดียนเผ่า Tarahumara ซึ่งเป็นชนเผ่าที่สามารถวิ่งได้ครั้งละเป็นร้อยไมล์โดยไม่ต้องสวมรองเท้าวิ่งและยังไม่บาดเจ็บอีกด้วย รองเท้าที่ใช้ก็ประมาณรองเท้าแตะบางๆ เท่านั้นไม่ได้มี support อะไร หลังจากได้พบกับชนเผ่า Tarahumara แล้วคุณคริสโตเฟอร์ก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมาว่า การวิ่งที่ดีต้องเป็นการวิ่งที่เป็นธรรมชาติ ธรรมชาติไม่ได้สร้างรองเท้าวิ่งมาให้เราตั้งแต่เกิด เราน่าจะลองวิ่งเท้าเปล่าดูบ้าง หลังจากนั้นคุณคริสโตเฟอร์ก็เริ่มเปลี่ยนมาวิ่งเท้าเปล่า แล้วอาการเจ็บเข่าก็หายไปกับสายลม แนะนำให้ลองไปหาอ่านดูนะครับ(คุณโยชิโนะบอก)

ชนเผ่า Tarahumara รองเท้าเฟี้ยวจริงๆ

จากนั้นคุณโยชิโนะก็อธิบายเกี่ยวกับการวิ่งลงเท้าโดยมีโมเดลกระดูกเท้ามาประกอบการบรรยาย การวิ่งเท้าเปล่านั้นมีการลงน้ำหนักที่ฝ่าเท้าเพราะฝ่าเท้ามีขนาดที่กว้างกว่าส้นเท้า กระดูกบริเวณฝ่าเท้าจะมีหลายชิ้นแผ่กว้างตามรูปเท้า ในขณะที่ส้นเท้ามีกระดูกกลมๆ อยู่อันเดียว ถ้าเราลงน้ำหนักในพื้นที่หน้าตัดที่กว้างกว่าก็ย่อมจะมั่งคงกว่าการลงน้ำหนักในพื้นที่หน้าตัดที่แคบอยู่แล้วตามหลักฟิสิกส์

กายวิภาคของกระดูกเท้า

ถัดมาคุณโยชิโนะก็พูดถึงเรื่องการวิ่งโดยใส่รองเท้าวิ่งว่า การที่เราใส่รองเท้าวิ่งที่มี cushion หนาจะทำให้ร่างกายของเราปรับตัวให้ขี้เกียจขึ้น เพราะเมื่อร่างกายของเรารับรู้ว่ามีพื้นรองเท้าคอยซับแรงกระแทก ร่างกายก็ไม่จำเป็นต้องใช้ส่วนอื่นมาช่วยผ่อนแรงอีก นักวิ่งส่วนใหญ่น่าจะเกิน 80% จึงวิ่ง heelstrike และจะลงเท้าแรง ซึ่งเมื่อเราวิ่งลงส้นเท้าแรงแล้ว แรงกระแทกส่วนที่เหลือจากการซับแรงของรองเท้าก็จะส่งขึ้นมาตามกระดูกขาไปกระทบที่หัวเข่า ทำให้หัวเข่าที่ธรรมชาติออกแบบมาเพื่อให้เป็นข้อต่อมีหน้าที่บิดงอ ต้องมาทำหน้าที่รับแรงกระแทกแทนกล้ามเนื้อ จึงเป็นสาเหตุให้มีอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าในนักวิ่ง heelstrike หลายๆ คน(อันนี้ผมมีประสบการณ์ตรงครับ)

สำหรับการวิ่งเท้าเปล่าจะวางเท้าที่จุด center of mass และจะลงน้ำหนักที่ฝ่าเท้า (forefoot) ซึ่งเมื่อวิ่งเท้าเปล่าร่างกายจะรับรู้ว่าเราไม่ได้มีรองเท้ามาซัพพอร์ทแล้วนะ ร่างกายก็จะปรับตัวเอง โดยจะลงเท้าให้เบาลงและใช้กล้ามเนื้อขาทุกส่วน (calf , quad , ham , glute) มาช่วยซับแรงทำหน้าที่เป็นเหมือน cushion ส่วนตัวของเราแทนรองเท้าวิ่ง

เปรียบเทียบการวิ่งทั้งสองแบบ

ตั้งใจฟังกันทุกคน

หลังจากบรรยายจบก็พัก 5 นาทีแล้วก็ไปทำ workshop ภาคปฎิบัติกันต่อที่สนามหญ้าครับ เหลียวซ้ายแลขวาดูก็มีแอดมินเพจดังๆ มากันหลายคน เห็นมีคุณป๊อก เพจ Vibram Fivefingers Thailand , คุณตูน เพจ วิ่ง ตีน เปล่า , คุณเป้ง เพจ Ez2fit แล้วคุณกล้วยหอม(หรือเปล่าเอ่ย) เพจ เรื่องวิ่งเรื่องกล้วย ^^ รายละเอียดเรื่อง workshop เอาไว้ต่อในตอน 3 นะครับ

Tagged with: , , , , , ,
One comment on “Barefoot Yoshi’s Natural Run Clinic (ตอน 2)
  1. Chun Onnut says:

    ฮา “ชนเผ่า Tarahumara รองเท้าเฟี้ยวจริงๆ”

'เมนท์ที่นี่จ้า