รีวิว Skechers GOrun 2

เมื่อพูดถึง Skechers หลายคนจะนึกถึงรองเท้าแฟชั่นกันใช่มั้ยครับ แต่จริงๆ แล้วบริษัทผลิตรองเท้าจากแคลิฟอร์เนียแห่งนี้ยังมีแผนกที่ผลิตรองเท้ากีฬาด้วยนะครับ ชื่อว่า Skechers Performance Division ซึ่งก็จะมีรองเท้าวิ่ง, รองเท้ากอล์ฟ, รองเท้าเทรนนิ่ง(ฟิตเนส) และรองเท้าเดิน ด้วยความที่คนส่วนใหญ่มองว่าเป็นรองเท้าแฟชั่นเลยทำให้ไม่ค่อยมีใครจะใช้รองเท้าวิ่งยี่ห้อนี้กันสักเท่าไหร่ -“- แต่จริงๆ แล้วถ้าคุณเป็น forefoot/midfoot striker ลองใช้ GOrun 2 หรือ GObionic แล้วจะติดใจ โปรอย่าง Meb Keflezighi (นักวิ่งมาราธอนโอลิมปิค 3 สมัยทีมชาติสหรัฐฯ) ก็ใช้ Skechers GOrun ลงแข่งโอลิมปิคด้วยนะครับ (Skechers เป็นสปอนเซอร์ของ Meb รองเท้ารุ่น signature ของ Meb คือรุ่น GOrun Meb Speed)

โลโก้ของ Skechers

บางส่วนของ Skechers GO collection

สำหรับรองเท้าคู่ที่จะรีวิวกันวันนี้คือ Skechers GOrun 2 ครับ สำหรับ Skechers GOrun นี่ก็ออกมาเป็นรุ่นที่ 2 แล้ว โดยรองเท้าวิ่งของ Skechers ในคอลเลคชั่น GO นี่เกือบหมดจะเน้นทำออกมาสำหรับนักวิ่ง midfoot striker ครับ ดังนั้นในรองเท้าวิ่งของ Skechers ส่วน midsole ตรงกลางมันจะนูนออกมาเล็กน้อยเรียกว่า M-Strike โดย GOrun 2 จะปรับให้ส่วนนี้นูนน้อยลงเพราะลูกค้าหลายคนไม่ชอบครับ(ผมก็ไม่ชอบเหมือนกัน) ตอนแรกใส่แล้วจะไม่ค่อยคุ้นรู้สึกว่าอุ้งเท้ามันนูน แต่ใส่วิ่งไปสักพักก็ชินไม่รู้สึกอะไรครับ

Skecher GOrun รุ่นแรก M-Strike จะนูนกว่ารุ่น 2

สัมผัสแรกหลังจากหยิบออกมาจากกล่องคือ “เบามาก” ครับ ส่วน midsole ของ GOrun 2 ใช้ EVA foam ของ Skechers ที่มีชื่อว่า Resalyte ซึ่งเคลมไว้ว่าเบาและรองรับแรงกระแทกได้ดี outsole นี่จะเรียกว่าไม่มีก็น่าจะได้ครับ จากรูปจะเห็นว่ามีแต่จุดแดง/ดำ ซึ่งเป็นส่วนยางแข็งอยู่ไม่กี่จุดเท่านั้น Skechers เรียกจุดเหล่านี้ว่า GOimpulse sensors มีไว้เพื่อเพิ่ม responsive ในการวิ่ง

เปรียบเทียบน้ำหนักแต่ละยี่ห้อที่ผมมีนะครับ (เบอร์ 9 หนึ่งข้าง)

  • Skechers GOrun 2 หนัก 6.6 ออนซ์ (1.87 ขีด)
  • Brooks PureFlow หนัก 9.0 ออนซ์ (2.55 ขีด)
  • Nike LunarGlide 4 หนัก 9.9 ออนซ์ (2.81 ขีด)

ส่วนเรื่อง heel drop นี่ก็แจ่มแจ๋วกำลังดีครับ(สำหรับผม) 4 mm. เรื่องของเรื่องก็คือพอผมใส่รองเท้า minimal หลายเดือนเข้าตอนนี้ผมเลยจะไม่ค่อยชอบรองเท้า trad ที่ heel drop เยอะๆ พื้นหนาๆ แล้วครับ รู้สึกว่าเวลาใส่วิ่งแล้วจังหวะลงเท้ามันขัดๆ

เบามาก

แผ่น sockliner ค่อนข้างบาง

ในส่วนของ upper นี่ทำได้ดีมากเลยครับ ค่อนข้างนุ่ม,ยืดหยุ่นได้ดีและโปร่งสบาย toebox ไม่กว้างเท่า Brooks PureFlow แต่ก็ไม่อึดอัดครับ หน้าเท้ากว้างแบบผมตอนใส่วิ่งช่วงแรกก็ฟิตครับแต่พอใส่สักพักมันขยายออกก็ไม่มีปัญหา ตอนนี้ลองใส่วิ่งไป 45 km ถูกใจมากครับคิดว่าจะเอาไว้ใส่เวลาวิ่งรายการกับวิ่งซ้อมบางครั้งครับ วิ่งซ้อมหลักๆ จะใช้ Brooks เพราะผมเล็งเห็นแล้วว่าไม่มี outsole แบบนี้ วิ่งเยอะพื้นสึกไว้แน่นอนครับ ปกติรองเท้าวิ่งจะใช้งานได้ประมาณ 400-500 mi (640-800 km) คู่นี้วิ่งได้ถึงสัก 400-500 km นี่ผมว่าก็เยี่ยมแล้วครับ (นี่ก็สึกไปหน่อยนึงล่ะ -“-)

Skechers GOrun 2

ราคาเต็มในช้อป 3,950 บาท(ไม่ค่อยจะลดราคาครับ จะซื้อต้องรักกันจริง) ข้อสรุปสำหรับ Skechers GOrun 2 แล้วก็ปิดท้ายด้วยคลิป Meb Keflezighi กับ Christian Burke (นักวิ่งอัลตรามาราธอน) ครับ

Pros

  • มี responsive ในการวิ่งดี
  • upper โปร่ง, ยืดหยุ่นได้ดี, ระบายอากาศได้ดี
  • น้ำหนักเบามาก
  • มี flexible ดี

Cons

  • ไม่มี outsole พื้นสึกไว
  • ไม่เหมาะกับ heel striker
  • ไม่ค่อยมีลดราคา



Tagged with: , , , , , ,
9 comments on “รีวิว Skechers GOrun 2
  1. iamberm says:

    แผ่น sockliner ที่ให้มานี่ ต้องใส่
    หรือเปล่าครับ

    • Tum says:

      ปกติจะใส่นะครับ เคยลองถอดออกแล้วใส่วิ่งฮาล์ฟแล้วตะเข็บข้างในมันสีเท้าทำให้เท้าพองครับ

  2. Kwang says:

    ขอบคุณค่า

  3. nuynat says:

    ผมซื้อมาวันนี้ 1 คู่ แบบ GO run2 3995 บาท อยากทราบว่าแตกต่างจาก GO run2 ride..ยังงัยบ้างคับ เท่าที่สังเกตุดู พื้นจะบางกว่า และไม่มีการเพิ่มของการเย็บขอบหนังระหว่างขอบพื้นรองเท้า(ด้านบน)กับส่วนที่เป็นตัวรองเท้า..ซึ่งรุ่น GO ride จะมีเย็บน่าจะทำให้แข็งแรงและใช้ได้นานกว่านะ..(ผมใช้วิ่ง 10-21 กม.)

    • Tum says:

      upper ไม่ต่างกันมากครับ ตัว Ride ก็คือ GO run ที่เสริม cushion ให้หนาขึ้นเพื่อรับแรงกระแทกครับ พื้นจะหนากว่า GO run รุ่นปกติ

  4. nuynat says:

    อยากทราความแตกต่าง แต่ละรุ่น แและรุ่นไหนเหมาะกับวิ่ง ระยะ10-21-42 กม.คับ
    ระหว่าง GO RUN2, GO RUN RIDE, GO BIONIC..

    • Tum says:

      ผมว่าทั้ง 3 รุ่นใส่วิ่งได้หมดแหละครับตั้งแต่ mini ถึง marathon เลย ขึ้นอยู่กับฟอร์มการวิ่งของแต่ละคนมากกว่าครับ บางคนชอบพื้นนุ่มๆ บางคนชอบพื้นไม่หนามาก

      -GO bionic จะเป็นตัว zero drop ครับ (ส้นเท้ากับหน้าเท้าสูงเท่ากัน) พื้นจะบางสุด ถ้าชอบ minimalist ตัวนี้ก็เหมาะครับ
      – GO run 2 จะหน้าขึ้นมาจาก bionic เล็กน้อย heel drop 4 mm. (ส้นเท้าจะสูงกว่าหน้าเท้า 4 mm.) เป็นรุ่นยอดนิยมครับ
      – GO run 2 Ride เป็นตัว cushion พื้นรองเท้า(midsole) หนาที่สุดครับ ออกแบบมาเน้นรองรับแรงกระแทก

      Skechers GO ทุกรุ่นออกแบบมาสำหรับการวิ่ง forefoot หรือ midfoot นะครับ ไม่เหมาะกับการวิ่งลงส้น อาจทำให้บาดเจ็บได้ครับ

      • tanva says:

        แล้วเราทราบได้ไงครับว่า เราวิ่งลงส้นหรือ กลางเท้า

        • Tum says:

          ดูง่ายๆ ก็ให้ดูพื้นรองเท้าที่ใส่วิ่งประจำครับ ตรงไหนสึกเยอะก็แปลว่าลงเท้าบริเวณนั้นครับ

5 Pings/Trackbacks for "รีวิว Skechers GOrun 2"
  1. […] upper เป็น mesh ชั้นเดียวอย่าง Skecher GO run , VIVOBAREFOOT ONE หรือแบรนด์เดียวกันอย่าง Skora […]

  2. […] upper เป็น mesh ชั้นเดียวอย่าง Skecher GO run หรือ VIVOBAREFOOT ONE เพราะผ้า mesh ของ Skora Phase-X […]

  3. […] เลยคิดว่าจะใส่ Skechers GO run 2 นี่แหละวิ่งงานนี้ […]

  4. […] PB ผมจะใส่แต่ Skecher GOrun 2 […]

  5. […] ตรง P.O.P ใต้ฝ่าเท้า (คล้ายๆ กับตอนใส่ Skechers ครั้งแรกแล้วรู้สึกนูนๆ […]

'เมนท์ที่นี่จ้า