พบหมอจุฬาฯ (ตอน 3)

พบหมอจุฬาฯ (ตอน 3)

มาถึงวันนัดตรวจที่คลีนิคนอกเวลารพ.จุฬาฯ อีกครั้งครับ คราวนี้คงเป็นเรื่องสั้นๆ ไม่มีอะไรมากครับ มาถึงก็เข้าห้องตรวจครับ อ.สมศักดิ์ ส่งลูกศิษย์มาเป็นด่านหน้าอีกครั้ง คุณหมอที่มาตรวจเป็นด่านแรกวันนี้เป็นวัยรุ่นหน่อยครับ ผมเข้ามานั่งก้นแตะเก้าอี้ปุ๊บก็ถามผมเลย “เป็นอะไรมาล่ะ” -*- ก็เล่าย้อนไป 3 ปีก่อนอีกรอบ (คาดว่าถ้าคราวหน้ามาอีกเปลี่ยนหมอด่านแรกอีกผมก็คงต้องฉายซ้ำไปเรื่อยๆ – -) คุณหมอคนนี้พูดกันตรงๆ เลยนะครับ ท่าทางกวน…ครับ อ่านประวัติผมแล้วก็มาตรวจกดเข่าผม พอเปิดคอมจะดูภาพ MRI ผมแล้วหาไม่เจอทำท่าเซ็ง (ก็ผมทำที่แล็ปนอกอ่ะมันจะมีไฟล์ที่นี่ได้ไงล่ะครับ) ผมบอกว่าในแฟ้มประวัติผมมีผลอ่าน MRI เสียบอยู่นะก็ไม่สนใจที่ผมพูดซะงั้น

จากนั้นก็ตรวจดูเข่าผมอีกรอบ (หมอกระดูกนี่พลังวัตรสูงนะครับกดโดนจุดทีนี่จื๊ดขึ้นมาทันที) ตอนตรวจผมก็บอกว่าจริงๆ ก็ดีขึ้นแล้วตอนวิ่งไม่ค่อยเจ็บแต่หลังวิ่งยังเจ็บอยู่แต่เจ็บน้อยลง พี่แกยิ้มๆ แล้วก็ถามผมว่า “ดีขึ้นแล้วนี่แต่ยังไม่พอใจเหรอ” เหยด!!! ผมยังไม่หายเจ็บจะพอใจได้ไงละคร้าบ… ตรวจอยู่สักพักผมก็เลยบอกไปว่าเปลี่ยนท่าวิ่งจาก heel strike เป็น forefoot strike แล้วเข่าเจ็บน้อยลงเยอะแต่ผมไปเจ็บน่องแทน คุณหมอทำหน้าไม่เชื่ออีก พึมพัมประมาณไม่น่าจะเกี่ยวกับท่าวิ่งอะไรประมาณนั้น พอหมดมุกแล้วก็บอกผมว่าเดี๋ยวรออาจารย์มาตรวจอีกครั้งนะ (เออ นี่แหละครับประโยคที่ผมต้องการ – -)

Beach Running
ภาพจาก kofitness2010.wordpress.com

สักครู่ อ.สมศักดิ์ก็เข้ามาตรวจต่อครับ (ดีใจจังเลย T_T) ก็มาพูดคุยซักประวัติผมต่อครับ ผมก็เล่าอาการไปครับ อ.สมศักดิ์ก็บอกว่าจริงๆ แล้วผล MRI ผมนี่ถือว่าดีเลยนะครับ (พูดแล้วก็หันไปถามลูกศิษย์เรื่อง MRI ที่ผมไปทำที่แล็ปนอกมา) ผมก็เลยบอกว่าใบอ่านผล MRI อยู่ในแฟ้มประวัติครับ อ.สมศักดิ์ ก็เปิดแล้วหยิบมาอ่าน (ในใจผมก็คิดว่าคุณหมอลูกศิษย์ครับใส่ใจคนไข้แบบ อ.สมศักดิ์บ้างสิครับ – -) อ.สมศักดิ์ก็บอกว่าผล MRI เนี่ยไม่มีอะไรร้ายแรงเลยครับ ไม่มีเอ็นฉีกรุนแรง ไม่มีกระดูกแตก  หรืออาการรุนแรงอะไรแบบที่อาจารย์กังวล ผมก็เลยบอกเรื่องเปลี่ยนท่าวิ่งจาก heel strike เป็น forefoot strike แล้วอาการเจ็บเข่าลดลงครับ อ.สมศักดิ์ก็ทำท่าแปลกใจไปอีกคน -“- แล้วก็บอกว่าเรื่องเจ็บเนี่ยถ้าจะดูให้รู้แน่ต้องเจาะเข่าส่องกล้องตรวจแต่ อ.สมศักดิ์ยังไม่อยากให้ทำเท่าไหร่ (หมอกัมเพื่อนผมก็ไม่อยากให้ทำเหมือนกัน)

จากนั้น อ.สมศักดิ์ก็พูด quote of the day กับผมครับว่า เคสผมนี่เป็นเคสที่อาจารย์ได้มาเรียนรู้อะไรด้วยเหมือนกัน ถ้าผมบอกว่าการที่ผมเปลี่ยนท่าวิ่งแล้วอาการเจ็บผมเข่าของผมเบาลง อาจารย์ก็จะยึดถือตามที่ผมบอก (พูดจาเท่สุดๆ อ่ะ) แล้วก็จะเว้นช่วงนัดตรวจอีกครั้งนานหน่อย ให้ผมวิ่งต่อแล้วดูว่าอาการจะดีขึ้นต่อไปได้อีกมั้ย คราวหน้าอีก 3 เดือนค่อยมาตรวจใหม่ครับ หลังจากมาตรวจ 3 ครั้ง พบ อ.สมศักดิ์กับคุณหมอลูกศิษย์ 2 ท่าน ทำให้ผมรู้ล่ะครับว่าคำว่า กระดูกคนละเบอร์ มันเป็นยังไง ^^

Tagged with: , ,

'เมนท์ที่นี่จ้า